โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[สัมภาษณ์] 'ทอม อิศรา' ในวันที่เป็น 'TOM ISARA' แบบไม่มีอะไรต่อท้ายชืื่อ

BT Beartai

อัพเดต 12 เม.ย. 2564 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 02.23 น.
[สัมภาษณ์] 'ทอม อิศรา' ในวันที่เป็น 'TOM ISARA' แบบไม่มีอะไรต่อท้ายชืื่อ

ตั้งแต่ที่ ‘ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์‘ ทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก เรามักรู้จักเขาในฐานะที่เขามีชื่อห้อยท้ายตามมาโดยตลอด ทั้ง ‘ทอม ส้มฉุน’ ในละครเรื่อง ‘เรือนมยุรา’ จนกระทั่งเขาโตขึ้น และกลายมาเป็นนักร้องในฐานะศิลปินวง ‘ทอม ROOM39’ และพลิกชีวิตแบบข้ามคืน กับการสวม ‘หน้ากากทุเรียน’ ในรายการ ‘The Mask Singer’

ณ ตอนนี้ เขากลายเป็น ‘TOM ISARA’ ในแบบที่ไม่มีอะไรต่อท้ายชื่ออีกต่อไป พร้อมกับฐานที่มั่นที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว สร้างผลงานเพลงเอง ลงทุนเอง เปิดแชนแนลเองแบบไม่พึ่งพาระบบค่าย เพื่อหวังต่อยอดความรักในการเป็นศิลปินของเขา

‘TOM ISARA’ ในวันนี้เป็นใคร เขากำลังจะ “ไปต่อ” ในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างไร เขาพร้อมแล้วที่จะค่อย ๆ เล่าให้เราฟัง

ชมบทสัมภาษณ์ ‘ทอม อิศรา’ ในรูปแบบคลิปได้ที่นี่

บทที่ 1

‘ทอม อิศรา’

ทอม อิศรา

เท่าที่ทราบก็คือ ตอนนี้คุณออกมาทำเพลงเองแล้ว ลงทุนเอง ทำโปรดักชันเอง ทำแชนแนลเอง จุดเริ่มต้นมาจากไหน

จุดเริ่มต้นมันมาจากที่ตอนนี้ เรามาเป็น ‘ทอม อิศรา’ แล้วเนี่ย เราออกมาจากวง ‘ROOM39’ แล้ว ก็เลยต้องออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบต่อไป แต่ว่าจะด้วยวิธีไหนดี ก็เลยลองมานั่งคิดว่า เอ๊ะ ถ้าเราไม่ได้อยู่ในค่ายแล้ว เราจะสามารถทำเองได้หรือเปล่าวะ

ตอนแรกที่เริ่มต้นก็ยากนะ มันก็เป็นการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งเหมือนกัน จากที่เราเองเคยอยู่ค่ายมาแล้วร่วมสิบปี แต่การที่เราลองออกมาทำอะไรด้วยตัวเองมันก็เป็นสิ่งที่ท้าทายดี จากที่เราเคยได้เห็นพี่ ๆ หรือผู้ใหญ่ในค่ายทำให้เราเห็น เราก็ไปเรียนรู้จากตรงนั้นมา

แต่ทุก ๆ อย่างมันก็ต้องเกิดขึ้นมาจากทีมเวิร์ก จะให้ผมทำเองคนเดียวหมดมันก็คงทำไม่ได้ขนาดนั้นหรอก มันก็ต้องมีทีมงาน มีน้อง ๆ หลังบ้านเข้ามาช่วยประชุมกัน วิเคราะห์ วางแผนไปด้วยกัน ซึ่งมันก็สนุกดีไปอีกแบบนะครับที่ได้เรียนรู้ และผมเองก็ยังโชคดีมาก ๆ ที่มีพี่ ๆ ที่เรารู้จักจากค่ายต่าง ๆ เช่น LOVEiS หรือ BEC หรือหลาย ๆ ค่ายก็ยื่นมือเข้ามาช่วย

ทอม อิศรา

พอจะเล่าได้ไหมว่าแต่ละส่วนยื่นมือเข้ามาช่วยคุณอย่างไรบ้าง

พี่ ๆ ทีมงานทุกคนจากค่ายต่าง ๆ พร้อมให้คำปรึกษาผมทั้งหมดเลยครับ หรือแม้กระทั่งศิลปินต่าง ๆ อย่างเช่นพี่ตู่ ภพธร พี่ ๆ วงลิปตา อะไรแบบนี้ครับ เราคุยกันเหมือนเพื่อน จนเหมือนเป็นคอมมูนิตีเล็ก ๆ ที่ศิลปินต่าง ๆ มานั่งคุยกัน มาคอยช่วยกันหาทางออกในแต่ละเรื่อง

แน่นอน คนก็จะสงสัยว่า ทำไมไม่ไปสังกัดกับค่ายล่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าคุณกำลังจะไปสังกัดค่ายใหญ่ด้วย

จริง ๆ แล้วผมว่า การที่เราอยู่ด้วยตัวเองแบบ Independence กับการอยู่ในค่าย ความรู้สึกมันก็ต่างกันนะ ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งผมเองก็รู้ทั้งข้อดีข้อเสียอยู่แล้วแหละ แต่ผมก็ยังอยากที่จะลองทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผมคิด ทำในสิ่งที่ผมอยากทำให้ออกมาด้วยตัวผมเองจริง ๆ มากกว่า

ในแง่หนึ่ง ก็เข้าใจด้วยว่าการทำเพลงในค่ายมันก็คือการลงทุนอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมอยากทำตอนนี้คือ ผมอยากใช้ไอเดียที่ผมมี อยากใช้เงินที่ผมมี ในการสร้าง ในการปลดปล่อยงานศิลปะชิ้นนี้ออกไป โดยที่ผมไม่ได้คาดหวังมากว่ามันจะต้องสร้างเงิน สร้างรายได้ให้มหาศาลถึงร้อยล้านขนาดนั้น แต่ผมแค่อยากจะลองทำแบบนี้ดู อยากรู้ว่าเพลงแบบนี้ที่ผมทำ ถ้าปล่อยออกไปช่วงนี้มันจะสื่อสารอะไรกับคนได้บ้าง คนจะชอบในสิ่งนี้ ในสิ่งที่ผมเป็นหรือเปล่า

ผมคงจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าสิ่งที่ผมทำขึ้นมาแล้วมีคนชอบ เหมือนว่าถ้ามีคนวาดรูปรูปหนึ่ง ปรากฏว่ามีคนชอบ มีคนประมูลขึ้นไปถึงร้อยล้าน

ทอม อิศรา

แต่มันจะง่ายกว่าไหม ถ้าอยู่ค่ายแล้วมีคนลงทุนให้ ทำโปรโมตให้ ส่วนคุณเองก็แค่โฟกัสกับการทำเพลงไปอย่างเดียว

มันดีตรงที่มีคนลงทุนให้ มีคนคิดให้อยู่แล้ว มีทีมงานคอยช่วยซัปพอร์ตเราตลอดเวลา ดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลาจ้างทีมงาน จ้างพนักงานด้วย แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่เราอยากจะเรียนรู้ อยากลองเป็นตัวเอง อยากพิสูจน์ตัวเอง อะไรแบบนี้ครับ โดยที่ผมเองก็มองข้ามในจุดนั้นไป จุดที่ว่าคนจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนไหม เอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ หรือเปล่า ซึ่งมันก็เป็นการฝึกให้ผมแข็งแกร่งขึ้นนะ

เพราะว่าถ้าผมยังคงอยู่ในค่าย ผมก็คงจะทำแบบเดิมไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าในวันหนึ่ง ผมจะไปอยู่ที่จุดไหน ผมก็ยังมองตัวเองไม่ออกเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราวางแผนให้ตัวเองก่อนดีไหมว่าเราจะไปทางไหนดี แบบไหนที่เวิร์กสำหรับเรา

ทอม อิศรา

ณ ตอนนี้ คุณเป็น ‘ทอม อิศรา’ ที่ไม่ได้มีอะไรมาต่อสร้อยท้ายชื่อ คุณกลัวไหมว่า ผลงานเพลงที่คุณทำเอง อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อก่อน

ผมไม่กังวลนะ ผมรู้สึกว่า ผมต้องสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองสิ ผมคิดว่า ผมจะเป็น ‘ทอม อิศรา’ ยังไงให้คนจดจำในสิ่งที่ผมทำด้วยตัวเอง คือผมเองมีโอกาสได้อยู่ในวงการนี้มานานมาก ๆ แล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนตอนเด็ก ๆ ที่ผมเล่นละคร คนก็เรียกผมว่า ‘ส้มฉุน’ พอโตขึ้น คนก็จะเรียกผมอีกแบบหนึ่ง เป็น ‘ทอม ROOM 39’ อีกช่วงหนึ่ง คนก็มาเรียกผมว่า ‘หน้ากากทุเรียน’

มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อยู่แล้วครับ ผมคงไม่สามารถอยู่วงการเดิมได้ไปตลอดชั่วชีวิต ผมอยากสร้างอะไรใหม่เรื่อย ๆ มากกว่า อยากให้คนเห็นผมในหลาย ๆ ด้าน แล้วก็อยากให้ตัวเราเองมีความสามารถหลาย ๆ ด้านด้วยแหละ มากกว่าที่จะหากินกับของเก่าไปตลอด

อยากรู้ในเชิงเทคนิคนิดหน่อยว่า การที่จะมาทำเพลงเอง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

จริง ๆ มันก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายเสียทีเดียว ทุก ๆ อย่างมันก็มีความยากง่าย อย่างตอนนี้ที่ผมกำลังทำเพลงเองใช่มั้ยครับ อย่างเรื่องของโปรดิวเซอร์ ก็ต้องมองก่อนว่าเราอยากจะสื่อสารอะไร เนื้อหาเป็นยังไง Key Message คืออะไร มีอะไรบ้าง อยากได้ซาวนด์ออกมาเป็นแบบไหน แล้วเราก็ค่อยไปหาโปรดิวเซอร์ที่เหมาะกับแนวเพลงนั้นจริง ๆ คนเขียนเพลงที่เล่าเรื่องราวแล้วเรารู้สึกจริง ๆ

ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลือกได้ ในขณะที่เราอยากลองทำงานกับคนเดิม ๆ ไหม หรือลองเปลี่ยนทีมงานใหม่ ๆ ดู ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทดลองไปเรื่อย ๆ ไม่ได้รู้สึกว่ามันยากจนรู้สึกท้ออะไรขนาดนั้น

บทที่ 2

อิศรา กิจนิตย์ชีว์

ทอม อิศรา

คุณเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็กเลย คุณพอนึกออกไหมว่าเป็นเพราะอะไร

เท่าที่ผมจำได้นะ ไม่รู้ว่าเด็ก ๆ ทุกคนจำได้หรือเปล่า คือผมเป็นคนที่ชอบแสดงออก ชอบเต้น ชอบร้อง ที่บ้านก็จะเลยจะให้ไปเต้น ไปร้องเพลงในงานโรงเรียน อะไรแบบนี้ครับ มันก็เป็นความสุข ความสนุกแบบเด็ก ๆ ที่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไหร่ จนกระทั่งอายุประมาณสิบกว่าขวบ การร้องเพลงก็ยังเป็นสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุขมาโดยตลอด จนพอย้ายไปอยู่ที่อเมริกา ก็ยังมีโอกาสได้ร้องเพลงอีก ซึ่งก็ไม่เคยทำให้ผมเบื่อนะ

แต่เอาจริง ๆ ผมไม่เคยมีความฝันว่าจะอยากจะเป็นศิลปินเลยนะ เพราะผมรู้สึกว่า มันไกลตัวเราเกินไป รู้สึกว่ามันยากนะ การที่จะเป็นศิลปินเนี่ย พี่ ๆ ที่เขาเป็นศิลปินกัน ต้องหล่อ ต้องดูดี ดูสมาร์ต ดูสูง เรารู้สึกว่าเราไม่ได้พร้อมกับตรงนั้น เรารู้สึกแค่ว่า ถ้าในชีวินหนึ่งของเรา มีโอกาสร้องเพลง มันก็เป็นโอกาสที่ดีกว่าหลาย ๆ คนแล้วนะ การที่เราออกไปร้องเพลงในร้านอาหารตอนกลางคืน ตอนกลางวันก็เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เป็นชีวิตที่ผมว่ามันลงตัว

ทอม อิศรา

ตอนเด็กคุณเคยออกอัลบั้ม ‘ทอมตามหาเจอรี่’ ด้วย ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ใช่ครับ ตอนนั้นถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 10 ขวบครับ เพิ่งเล่นละครเรื่อง ‘เรือนมยุรา’ จบ พี่นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) เป็นคนแนะนำเรากับค่ายเพลงหนึ่ง เพราะเห็นว่าตอนนั้นผมชอบเต้น ชอบร้องเพลง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรครับ คิดแค่ว่ามันสนุกดี ผมโชคดีที่มักจะได้รับโอกาสดี ๆ เข้ามาบ่อย แล้วก็เลือกที่จะรับมัน

คุณตอนนี้เวลาเห็นผลงานเหล่านี้ คุณรู้สึกเขินบ้างไหม

จริง ๆ ก็เขินนิด ๆ นะ แต่ถ้าให้นึกย้อนกลับไป ผมว่าก็คงไม่เขินหรอกครับ เพราะ ณ ตอนนั้นมันก็คงเต็มที่ที่สุด ดีที่สุดเท่าที่มันจะเป็นได้แล้ว

(อ่านเรื่องราว ‘หน้ากากทุเรียน’ คลิกที่นี่)

[สัมภาษณ์] 'ทอม อิศรา' ในวันที่เป็น 'TOM ISARA' แบบไม่มีอะไรต่อท้ายชืื่อ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...