โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พ่อแม่ไว้ใจ “รถโรงเรียน” ได้แค่ไหน? ส่ง “ลูก” ขึ้นรถ แต่ได้เพียง “ร่าง” กลับมา!

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 21 ส.ค. 2561 เวลา 05.00 น.

พ่อแม่ไว้ใจ “รถโรงเรียน” ได้แค่ไหน? ส่ง ลูกขึ้นรถแต่ได้เพียง ร่างกลับมา!

สืบเนื่องจากเหตุสลดโชเฟอร์ลืมเด็กหญิงวัย 3 ขวบทิ้งไว้บนรถโรงเรียน  ตั้งแต่เช้าจนเด็กน้อยวัยอนุบาล 1 เสียชีวิตคารถเพราะขาดอากาศหายใจเหตุการณ์น่าอนาถใจ แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกหากจะย้อนไปดูดีๆแล้วบ้านเรามีข่าวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นทุกปี

เราจะแก้ปัญหานี้กันอย่างไรจะป้องกันแบบไหนให้ลูกหลานปลอดภัยไม่ใช่ต้องสังเวยชีวิต

เพราะความประมาทของผู้ใหญ่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! 

credit: https://www.thairath.co.th/content/1355713

"รถโรงเรียน" จุดอันตรายดับหลายศพ

เหตุการณ์น่าสะเทือนใจครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนบำรุงมุสลีมีน ม.1 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี แม่ของเด็กนักเรียนอนุบาล 1 รายหนึ่งเดินทางมารับลูกสาวที่โรงเรียนแต่กลับได้รายงานจากทางโรงเรียนว่า ลูกสาวของตนไม่ได้มาเรียนทั้งที่เด็กหญิงตัวน้อยก็นั่งรถมาโรงเรียนในตอนเช้าตามปกติ คุณแม่ตัดสินใจโทรหาผู้ช่วยครูซึ่งปกติแล้วจะดูแลเด็กและนั่งรถมาที่โรงเรียนพร้อมกับเด็กนักเรียนทุกคนเพื่อตามหาลูกจนสุดท้ายไปเปิดดูในรถ พบลูกสาวของตนเสียชีวิตคารถตู้นักเรียนในสภาพเลือดไหลออกจมูก เสื้อผ้าเลอะเทอะเพราะลงไปทุรนทุรายเนื่องจากขาดอากาศหายใจอยู่บนเบาะหลัง

อีกเหตุเกิดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน ครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ใช้รถยนต์กระบะส่วนตัวขับรถรับ-ส่ง นักเรียนแทนรถของโรงเรียนที่ส่งซ่อม โดยมีนักเรียนวัย 5 ขวบนั่งมาในเบาะด้านหน้ากับคนขับและที่กระบะท้ายมีเด็กนักเรียนนั่งมาด้วย 5 คน กับแม่บ้าน เมื่อมาถึงศูนย์เด็กเล็กครูพี่เลี้ยงก็ลงจากจากรถและปิดประตูไว้ ลงมาที่กระบะหลังเพื่ออุ้มเด็กๆลง จากรถ และไปทำงานต่อโดยที่ลืมว่าที่นั่งเบาะหน้ายังมีนักเรียน พอเลิกเรียนจะมาเอารถไปส่งเด็กกลับบ้าน ก็พบว่าน้องเสียชีวิตคารถกลายเป็นเหตุอนาถ ครูพี่เลี้ยงเกิดอาการช็อคตั้งแต่พบศพ ปัจจุบันยังคงรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น เพื่อทำการรักษาสภาพจิตใจก่อนจะรับโทษต่อไป

ย้อนไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เด็กชายวัย 6 ขวบ ถูกส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ด้วยอาการหมดสติขาดอากาศหายใจ และขาดน้ำในร่างกาย เนื่องจากความร้อนที่สะสมในรถระหว่างจอดตากแดดเป็นเวลานาน เนื่องจากหลับและถูกลืมไว้บนแค็บหลังรถนักเรียนตั้งแต่เช้าถึงบ่ายสองโมงเย็น ส่วนคนขับรถรับส่งนักเรียน เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ รับผิดว่าลืมเด็กไว้จริง รับแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลเด็กจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดเหตุอาการของน้องยังคงทรุด  เพราะอวัยวะภายในร่างกายหลายส่วนหยุดทำงานจนแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการภายในห้องไอซียูอย่างใกล้ชิดจนน้องเสียชีวิตภายในระยะเวลาแค่ 3 วันเท่านั้น   

จะเห็นว่าผ่านไปกี่ปีกี่ปี เหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุติดอยู่บนรถเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สถานที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่สถานการณ์ยังคงคล้ายกันคือ เด็กเสียชีวิตอยู่บนรถที่นั่งอยู่เป็นประจำคือ รถรับส่งไปโรงเรียน และเสียชีวิตเพราะความประมาทของผู้ดูแลคือ คนขับรถรับส่งหรือครูพี่เลี้ยง

credit: <a href=https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/61408 ">
credit: https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/61408

ทุกฝ่ายรวมใจกันไว้ดีกว่าแก้

ในเมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดจากความเลินเล่อของผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กที่เป็นเหยื่อก็ยังเล็กเกินไปจนขาดวุฒิภาวะช่วยตัวเองไม่ได้ ทางออกของปัญหาคือการเพิ่มความระมัดระวังจากฟากผู้ใหญ่ รวมถึงการฝึกเด็กให้พอจะช่วยเหลือตัวเองหรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้เมื่อจำเป็น  เราขอรวบรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้

บุคลากรของโรงเรียน

ในรถโรงเรียนควรมีครูหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆดูแลเด็กนั่งมาด้วยทุกครั้ง อาจมีสมุดเช็กชื่อเด็กเพื่อคอยตรวจสอบว่าเด็กขึ้นและลงรถครบถ้วน ก่อนจะจอดรถควรเดินตรวจภายในรถอีกครั้งหนึ่งเผื่อมีเด็กคนไหนหลับแล้วไม่ได้ลงจากรถ และถ้าจะดีให้ อาจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนให้มาตรวจตราตามรถโรงเรียนอีกครั้งเมื่อจอดรถแล้วเพื่อความแน่ใจก็ได้

นอกจากนี้อาจมีการประสานกับผู้ปกครอง  เช่นรายงานทางไลน์ว่าเด็กลงจากรถและเข้าโรงเรียนแล้วหรือยัง หรืออาจถ่ายรูปเด็กที่รับส่งทุกคนให้พ่อแม่รับรู้ว่าเด็กถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ เพื่อช่วยกันตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

Credit: https://baby.kapook.com/view196345.html

เด็ก

ทั้งพ่อแม่และครูควรสอนลูกให้ให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองได้ หากติดอยู่ในรถและไม่มีใครมาช่วย เช่น สอนให้บีบแตรรถเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือสอนให้ลูกปลดล็อกประตู รวมถึงให้ความรู้กับเด็กว่าหากติดอยู่บนรถนานๆ ลองขอความช่วยเหลือแล้วยังไม่มีคนมาช่วย เด็กควรหายใจแบบไหน หรือนั่งตรงไหนให้พอมีอากาศหายใจนานขึ้นจนกว่าจะมีคนมาช่วยเป็นต้น

แค่เพียงผู้ใหญ่ทุกฝ่ายเพิ่มความใส่ใจกันคนละนิดคนละหน่อย ชีวิตน้อยๆ ของลูกหลานเราก็จะปลอดภัยมากขึ้น ก็ได้แต่หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันเด็กๆ จากปัญหาถูกลืมบนรถได้ จะไม่มีครอบครัวไหนต้องสูญเสียจากเหตุการณ์เช่นนี้อีก

      

Source:
https://www.thairath.co.th/content/1355713

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1451483

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1457584

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1234767

https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/61408

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/767210

https://www.dailynews.co.th/article/218608

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...