โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถควันดำต้นเหตุ "ฝุ่นพิษPM2.5" ปรับ 5 หมื่น

NATIONTV

เผยแพร่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 08.32 น. • อิทธิพัทธ์ ปิ่นระโรจน์
รถควันดำต้นเหตุ ฝุ่นพิษPM2.5 ปรับ 5 หมื่น

มหันตภัยฝุ่นพิษ จากควันรถยนต์ พ่นควันดำ ภัยร้ายฆ่าคุณได้ กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือร่วมด้วยช่วยกัน ลดควันดำ เพื่อชีวิตที่ยืนยาว ขับขี่รถยนต์ควันดำเป็นความผิดอาญา รถเล็กปรับ1พัน รถใหญ่ปรับ 5 หมื่นบาท

มาตราการคุมเข้มเพื่อลดมลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพ และปริมณฑลในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน นอกจากการระดมฉีดน้ำ ล้างถนน ห้าเผาในพื้นที่โล่ง การตรวจจับควันดำของ ท่ออเสียรถยนต์ ก็เป็นอีกมาตาการสำคัญ โดยเฉพาะรถบรรทุก 6 ล้อ สิบล้อ รถกระบะ เครื่องยนต์เก่า ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลโดยตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจร และ กรมควบคุมมลพิษ จะร่วมกันอย่างเข้มงวดในการตรวจจับ และการขับขี่รถยนต์ควันดำ เป็นความผิดอาญา มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

รถยนต์ขนาดเล็ก 1000 บาท รถยนต์ขนาดใหญ่ปรับสูงสุด 50,0000 บาท และยังห้ามใช้รถ จนกว่าจะปรับปรุงเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

มาตรฐานควันดำจากรถยนต์ที่กำหนดไว้ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยต์ดีเซล ต้องไม่เกิน 50 % เมื่อตรวจวัดด้วยเครื่องมือระบบกรองอากาศ และ ไม่เกิน 45 % เมื่อตรวจวัดด้วยระบบตรวจวัดความทึบแสง

หากรถยนต์ของท่าน ถูกการตรวจจับ ตำรวจจราจร จะติดสติกเกอร์ห้ามใช้ชั่วคราว สังให้ปรับปรุงแก้ไขภายใน 30 วัน เมื่อปรับปรุงแก้ไขแล้ว ให้นำรถพร้อมแนบ คพ.3 ไปให้พนักงานตรวจควันดำยกเลิกคำสั่ง

ควันดำ หรือ ไอเสีย จากรถยนต์ดีเซลประกอบด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสาพิษอีกหลายชนิด โดยกว่า 40 ชนิด ล้วนเป็นสารพิษก่อมะเร็ง

ควันดำฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถแทรกซึมสะสมในเนื้อเยื่อปอดของคนได้ง่าย และ นำสารพิษหลายชนิดเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อคน

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...