โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

วินสตัน เชอร์ชิล รัฐบุรุษสงครามโลกแพ้การเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่มีคะแนนนิยมสูงมาก!?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 08.10 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2567 เวลา 08.54 น.
ภาพถ่าย วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) ในปี 1949

วินสตัน เชอร์ชิล รัฐบุรุษสงครามโลกแพ้การเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่มีคะแนนนิยมสูงมาก!?

หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สหราชอาณาจักรได้มีการจัดการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดใน ค.ศ. 1935 สืบเนื่องมาจากเกิดภาวะสงคราม รัฐสภาจึงมีมติยืดอายุรัฐบาลที่นำโดย นายกรัฐมนตรี วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) ไปจนจบสงครามโลกครั้งที่ 2

นายกรัฐมนตรีเชอร์ชิล ได้รับความนิยมและเสียงชื่นชมจากประชาชนชาวบริติชอย่างมาก ที่มีบทบาทสำคัญในการยืนหยัดต่อสู้กับเยอรมนี แม้จะได้รับความนิยม แต่ชาวบริติชกลับคิดว่าเชอร์ชิล ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนที่เหมาะสมที่จะบริหารประเทศหลังสงคราม โดยเห็นได้จากรายงานของ ราล์ฟ อินเกอร์ซอลล์ (Ralph Ingersoll) นักข่าวชาวอเมริกันที่อยู่ในอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเขียนบันทึกว่า

“ไม่ว่าผมไปที่ใดในกรุงลอนดอน ผู้คนต่างชื่นชมวินสตัน เชอร์ชิล ที่มีความกล้าหาญและแน่วแน่ในจุดประสงค์หนึ่งเดียวของเขา ชาวอังกฤษคิดไม่ออกว่าหากประเทศไม่มีเขาแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งเห็นได้ชัดว่าวินสตัน เชอร์ชิลเป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังสิ้นสุดสงคราม วินสตัน เชอร์ชิลเป็นเพียงชายคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่อังกฤษกำลังเข้าตาจน”

การเลือกตั้งและผลที่คาดไม่ถึง

พรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) นำโดยเชอร์ชิล ต้องแข่งขันกับ พรรคแรงงาน (Labour) ที่นำโดนคลีเมนต์ แอตลี (Clement Attlee) อดีตรองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีการสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยพรรคแรงงานชูนโยบาย “Let Us Face the Future” ซึ่งมีนโยบายที่จะปฏิรูปสังคมและฟื้นฟูประเทศหลังสงครามอย่างชัดเจน

การเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 และประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ผลการเลือกตั้งคือ พรรคแรงงานได้ที่นั่งในสภาสามัญ (House of Commons) 393 ที่นั่ง จากทั้งหมด 640 ที่นั่ง คิดเป็นร้อยละ 61.4 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาสามัญ

ขณะที่พรรคอนุรักษ์นิยมได้ 197 ที่นั่ง พรรคเสรีนิยม (Liberal) ได้ 12 ที่นั่ง พรรคเสรีนิยมแห่งชาติ (Liberal National) ได้ 11 ที่นั่ง และพรรคอื่น ๆ รวมกัน 27 ที่นั่ง ในจำนวนนี้มี 2 ที่นั่งมาจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหราชอาณาจักร (Communist Party of Great Britain – CPGB)

เมื่อจำนวนสมาชิกสภาสามัญของพรรคแรงงานมีจำนวนมากเกินกึ่งหนึ่ง นั่นจึงทำให้พรรคแรงงานสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยไม่ต้องตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคอื่น คลีเมนต์ แอตลี จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากเชอร์ชิล

วินสตัน เชอร์ชิล พ่ายแพ้ ทั้งที่ได้รับความนิยมสูง

ผลการเลือกตั้งสร้างความตกตะลึงต่อพรรคอนุรักษ์นิยมและฝ่ายสนับสนุนไม่น้อย ถือเป็นเรื่องพลิกโผที่หลาย ๆ คนไม่คาดคิดมาก่อน เนื่องจากเชอร์ชิล นั้นได้รับความนิยมสูงมาก และพรรคอนุรักษ์นิยมก็เล็งเห็นว่าความนิยมของประชาชนที่มีต่อเชอร์ชิล นั้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พรรคได้ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่แท้จริงแล้วพรรคอนุรักษ์นิยมและเชอร์ชิล ล้วนแต่ย่ามใจจึงเดินหมากเกมการเมืองที่ผิดพลาด

กรณี Beveridge Report

ช่วงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1942 เซอร์ วิลเลียม เบเวอริดจ์ (Sir William Beveridge) ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิรูปสังคม โดยมุ่งเน้นไปที่นโยบายสวัสดิการของรัฐ การประกันสังคม การบริการสุขภาพและสาธารณสุข การขยายตัวของการศึกษาที่ได้รับทุนจากรัฐ และนโยบายที่อยู่อาศัย

รายงานฉบับนี้ถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรีการสงครามของเชอร์ชิล และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ต่อสาธารณชนจนทำยอดขายสูงมาก ซึ่งประชาชนต่างก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคม และเศรษฐกิจในรายงานฉบับนี้ แต่เชอร์ชิล และพรรคอนุรักษ์นิยมไม่กระตือรือร้น หรือสนใจรายงานนี้เท่าใดนัก ต่างจากพรรคแรงงานที่สนใจรายงานฉบับนี้มาตั้งแต่แรก จากนั้นจึงได้นำมาปรับใช้เป็นแนวนโยบายพรรคในช่วงหาเสียง และนำมาปฏิบัติใช้เป็นนโยบายของรัฐบาลหลังได้รับเลือกตั้ง

นโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

นโยบาย “Let Us Face the Future” ของพรรคแรงงานมุ่งเน้นที่การปฏิรูปสังคม และเศรษฐกิจ เช่น การโอนกิจการอุตสาหกรรมเป็นของรัฐ การประกันสังคม การบริการสุขภาพและสาธารณสุข แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะการจ้างงานเต็มอัตรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบริติชให้ความสำคัญมาก

ประเด็นการจ้างงานสำคัญต่อชาวบริติช เนื่องจากเมื่อสงครามสิ้นสุดลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสงคราม เช่น โรงงานผลิตอาวุธ จะลดกำลังการผลิตหรือปิดไปโดยปริยาย นั่นทำให้แรงงานว่างงานมากขึ้น กอปรกับทหารเกณฑ์ที่ไปรบกลับมาได้ปลดประจำการจะทำให้เกิดภาวะแรงงานล้นตลาด ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น ดังที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 และนำมาซึ่งปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกเมื่อทศวรรษที่ 1930

นอกจากนี้ พรรคอนุรักษ์นิยมย่ามใจว่า เชอร์ชิลมีคะแนนนิยมสูงในช่วงสงครามจึงคิดว่าความนิยมเหล่านั้นจะส่งผลให้พรรคได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปอย่างแน่นอน พรรคจึงมุ่งเน้นนโยบายและ “จุดขาย” ไปที่ตัวเชอร์ชิล มากกว่านโยบายเรื่อง “เศรษฐกิจ” และ“สังคม” เช่นการใช้คำขวัญประกาศบนป้ายหาเสียงว่า “VOTE NATIONAL – HELP HIM FINISH THE JOB” “PUT IT THERE! – CONFIRM YOUR CONFIDENCE IN CHURCHIL”

ระหว่างปี ค.ศ. 1940-1945 เชอร์ชิลเป็นนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 ผลสำรวจความนิยมของเชอร์ชิล ไม่เคยลดลงต่ำกว่าร้อยละ 78 เลย นั่นจึงทำให้บรรดานักการเมืองและนักวิจารณ์ ต่างก็ทำนายไปในทิศทางเดียวกันว่า เชอร์ชิลจะนำพรรคอนุรักษ์นิยมไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปใน ค.ศ. 1945

สรุปแล้วการแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นเพราะเชอร์ชิล และพรรคอนุรักษ์นิยมเดินหมากเกมการเมืองผิดพลาดหลาย ๆ ประการ โดยเฉพาะประเด็นนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อพรรคอนุรักษ์นิยมไม่มีนโยบายฟื้นฟูประเทศหลังสงครามที่แน่ชัดเท่ากับพรรคแรงงาน จึงทำให้ประชาชนตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นว่าจะเลือกอะไรระหว่าง “ความนิยมชมชอบนายกรัฐมนตรี” กับ “ปัญหาปากท้องหลังสงคราม”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่**

อ้างอิง :

BBC. (1997). Politics 97 – 5 July 1945, from www.bbc.co.uk/news/special/politics97/background/pastelec/ge45.shtml

Ingersoll Ralph. (2019). Report On England, from archive.org/details/ReportOnEngland

Paul Addison. (2011). Why Churchill Lost in 1945, from www.bbc.co.uk/history/worldwars/wwtwo/election_01.shtml

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วินสตัน เชอร์ชิล รัฐบุรุษสงครามโลกแพ้การเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่มีคะแนนนิยมสูงมาก!?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...