โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ตามรอย “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญของไทยทั้ง 3 องค์ กับพุทธศิลป์ 3 แบบ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำคัญของไทยทั้ง 3 องค์ กับพุทธศิลป์ 3 แบบ

ชื่อของ“พระพุทธสิหิงค์” มีการอธิบายคำว่า “สิหิงค์” นั้น เป็น 2 แนว

1. พระโพธิรังสี พระเถราจารย์ซึ่งเป็นผู้แต่งนิทานพระพุทธสิหิงค์ผูกขึ้นจากศัพท์ 2 คำ คือ สีห+องฺค มีความหมายว่า มีลักษณะท่าทางเหมือนราชสีห์

2. พระรัตนปัญญา พระเถราจารย์ผู้แต่งชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวถึงพระพุทธสิหิงค์เช่นเดียวกับที่พระโพธิรังสีแต่งไว้ ต่างกันแต่เพียงพระรัตนปัญญาเรียกพระพุทธสิหิงค์ว่า “พระสีหลปฏิมา” ซึ่งหมายถึงพระพุทธรูปลังกา

พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปสำคัญของบ้านเมืองในไทยปรากฏอยู่ด้วยกัน 3 องค์ คือ องค์ที่ 1 ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบเข้าใจว่ามีลักษณะทางศิลปกรรมแบบสุโขทัยที่มีอิทธิพลศิลปะลังกา

องค์ที่ 2 ประดิษฐานในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ศิลปะล้านนาที่เรียกว่า “แบบสิงห์หนึ่ง” หรือ “แบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง” อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20

องค์ที่ 3 ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร เช่นเดียวกับองค์ที่ 2 แต่พระองค์อ้วนเตี้ยมากกว่า นิยมเรียกว่า “แบบขนมต้ม” จัดเป็นสกุลช่างนครศรีธรรมราช ในสมัยอยุธยากำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 21

จะเห็นได้ว่า พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ 2 และ 3 นั้นมีพุทธลักษณะบางประการคล้ายกัน

ผศ.ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ อธิบายว่า “ตำนานพระพุทธสิหิงค์และรูปแบบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยาได้แผ่อิทธิพลไปยังนครศรีธรรมราช จึงมีพระพุทธสิหิงค์และพระพุทธรูปแบบขัดสมาธิเพชรเกิดขึ้นทางภาคใต้ การกำหนดอายุของสกุลช่างนครศรีธรรมราชน่าจะอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 และนิยมสร้างอย่างแพร่หลายมาถึงพุทธศตวรรษที่ 23

การศึกษาสายวิวัฒนาการของพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร หรือพระพุทธสิหิงค์ พบว่าเกิดขึ้นในล้านนาและลงมาทางใต้ ซึ่งตรงกันข้ามกับตำนานที่กล่าวว่ามาจากทางใต้และขึ้นไปทางเหนือ จึงแสดงให้เห็นว่า เรื่องของพระพุทธสิหิงค์และรูปแบบพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรเป็นตำนานของล้านนา ทั้งสุโขทัย อยุธยา นครศรีธรรมราช และเมืองต่างๆ ที่กล่าวถึงในตำนาน น่าจะรู้จักจากตำนานของล้านนา จึงสร้างพระพุทธรูปขึ้นตามตำนานอันมีลักษณะแบบเดียวกับพระพุทธสิหิงค์ของชาวล้านนา ที่เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ซึ่งไม่ตรงกับตำนานที่มาจากลังกา

เพราะถ้ามาจากลังกาแล้วน่าจะต้องเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางสมาธิ จึงทำให้นึกถึงข้อสันนิษฐานของศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ข้อหนึ่งที่ว่า ‘พระพุทธสิหิงค์องค์เดิมที่กล่าวว่ามาจากลังกาตามตำนานนั้นสูญหายไปเสีย และมีการหล่อแทนใหม่หรืออาจจะแต่งตำนานขึ้นเพื่อประกอบพระพุทธรูปให้ศักดิ์สิทธิ์ โดยกล่าวว่ามาจากลังกาก็ได้’ ”

ส่วนพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ 1 ซึ่งมีประวัติว่า อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ (พ.ศ. 2338) เมื่อครั้งรัชกาลที่ 1 รับสั่งให้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (บุญมา) กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จยกกองทัพขึ้นไปตีพม่าที่มาล้อมเชียงใหม่ไว้

จึงน่าสนใจว่า พระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธวรรย์ มีที่มาอย่างไร

ด้วยเหตุว่า พระพุทธสิหิงค์องค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ อันมีลักษณะและการแสดงปางที่สอดคล้องกับพระพุทธรูปลังกา อีกทั้งยังเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธสิหิงค์สกุลช่างสุโขทัย

เมื่อพิจารณาจากลักษณะพระพุทธรูปมีลักษณะโดยรวมแล้วใกล้เคียงอย่างมากกับพระพุทธรูปล้านนาในกลุ่มที่มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่า “พระพุทธสิหิงค์แบบสิงห์สอง” ส่วนสังฆาฏิที่เป็นแผ่นใหญ่และลงมาจรดขอบสบงแล้วนี้ แสดงให้เห็นถึงกลุ่มที่มีอิทธิพลศิลปะอยุธยาที่ปรากฎในล้านนา ซึ่งไม่เคยปรากฏในศิลปะสุโขทัยเลย เปรียบเทียบได้กับพระเจ้าเก้าตื้อที่วัดสวนดอก เชียงใหม่ โปรดให้หล่อขึ้นโดยพระเมืองแก้วใน พ.ศ. 2053 ฉะนั้น พระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ อาจเป็นพระพุทธรูปล้านนาในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 21 แล้วก็ได้

ส่วนว่าทำไมพระพุทธสิหิงค์ที่ประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์จึงเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ อธิบายโดยนำเรื่องศิลปกรรมไปเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเมืองเสนอว่า การที่สมเด็จพระราชวังบวรฯ ทรงเลือกพระพุทธสิหิงค์ที่เป็นพระพุทธรูปแบบขัดสมาธิราบมานั้น เพื่อต้องการให้เห็นความแตกต่างจากงานศิลปกรรมของพม่าที่นิยมสร้างพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร อันแสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการเมืองของพม่าด้วย นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก ซึ่งประเด็นเรื่องพระพุทธสิหิงค์นี้ยังต้องศึกษาค้นคว้าและตรวจสอบหลักฐานกันต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิศรุต บวงสรวง. “‘พระพุทธสิหิงค์ รัชกาลที่ 1’ กับการเมืองไทยสมัยคณะราษฎร ทศวรรษ 2470-90” ใน, ศิลปวัฒนธรรม ธันวาคม 2562

ผศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. “พระพุทธสิหิงค์ คือพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนา” ใน, ศิลปวัฒนธรรม ธันวาคม 2547

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 มิถุนายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตามรอย “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปสำคัญของไทยทั้ง 3 องค์ กับพุทธศิลป์ 3 แบบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...