โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดื่มกาแฟที่ชอบในบรรยากาศที่ใช่ ณ % Arabica สาขาแรกในไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2563 เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 07.34 น.

แฟน ๆ ร้านกาแฟ % Arabica (อราบิก้า) ตื่นเต้นกันตั้งแต่ได้ยินข่าวเมื่อปีที่แล้วว่าแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นแบรนด์นี้จะมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ในที่สุดหลังจากคลายล็อกดาวน์ % Arabica สาขาแรกในไทย (เป็นสาขาที่ 58 ทั่วโลก) ก็เปิดบริการให้คนที่รอคอยได้เข้าไปสัมผัสกับความอร่อยและดีไซน์อันโดดเด่นของร้านแล้ว

“ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ก็ไม่พลาดเทรนด์ความนิยมนี้ เราได้ไปเยือน % Arabica ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนชั้น 1 ของไอคอนสยาม ณ ทำเลที่ตั้งที่เอื้อให้ร้านดีไซน์แบบเปิดโล่งเห็นมุมมอง 360 องศา ซึ่งเกณฑ์ที่ผู้บริหารจะตัดสินใจว่าร้านสาขาไหนจะเปิดโล่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมของสาขานั้น พูดง่าย ๆ ว่า สิ่งที่อยู่รอบข้างต้องสวยงามน่ามอง หากเปิดโล่งแล้วลูกค้าต้องมองเห็นสิ่งที่ไม่สวยงามก็จะไม่เปิด

จุดเด่นของแบรนด์ % Arabica คือ การดูแลใส่ใจรายละเอียด การเลือกสรรเมล็ดกาแฟที่ดี และให้ความสำคัญกับ local culture ซึ่งเห็นได้ง่าย ๆ จากการหาโลเกชั่นที่สวยงามในท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างสาขาแรกในเมืองไทยก็มีโจทย์ว่าจะเลือกโลเกชั่นที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่ง iconic ของประเทศไทย แล้วเคนเน็ธ โชจิ (Kenneth Shoji) ผู้ก่อตั้ง % Arabica ก็ได้เลือกไอคอนสยามซึ่งมีสถาปัตยกรรมและงานออกแบบที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมความเป็นไทย

แม้ว่า ณ ตอนนี้ในเมืองไทยมี % Arabica เพียงร้านแรกร้านเดียว แต่ร้านนี้ก็ถูกวางให้เป็น flagship store ของแบรนด์ในเมืองไทยไปแล้ว ในอนาคตที่จะเปิดร้านเพิ่ม ร้านนี้ก็จะยังคงเป็นร้านที่สำคัญที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ % Arabica ในเมืองไทย

ร้าน % Arabica แห่งแรกในไทยนี้ มีพื้นที่ขนาด 250 ตารางเมตร ห้องคั่วกาแฟและพื้นที่โอเปอเรตของร้านอยู่ตรงกลาง มีเคาน์เตอร์บาร์อยู่โดยรอบ 3 ด้านของร้าน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ร้านสามารถรับลูกค้าได้พร้อมกัน 75-80 คน แต่ในช่วงนี้ก็ลดลงครึ่งหนึ่ง

ร้านได้รับการออกแบบในสไตล์มินิมอลภายใต้คอนเซ็ปต์ Japanese Beauty สร้างสรรค์โดยบริษัทออกแบบชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงออกผ่านส่วนประกอบในร้านที่เป็นสีขาวเกือบทั้งหมด ทั้งเคาน์เตอร์บาร์ เก้าอี้ ม้านั่งยาว ไปจนถึงเครื่องชงกาแฟแบรนด์ Slayer ที่สั่งทำเป็นพิเศษสำหรับ % Arabica โดยตรง ส่วนเพดานเป็นกระจกซึ่งสะท้อนสีขาวจากส่วนต่าง ๆ ของร้านอีกเช่นกัน จะมีก็แต่กระสอบเมล็ดกาแฟ (จำลอง) ที่วางตกแต่งเป็นกิมมิกอยู่บนผนังส่วนบนที่ยื่นลงมาจากเพดานเท่านั้นที่เป็นสีน้ำตาล

ส่วนคอนเซ็ปต์หลักของแบรนด์ที่ว่า “See the World through Coffee” นั้นก็แสดงออกผ่านกระสอบเมล็ดกาแฟที่ถูกจัดแสดงอย่างโดดเด่น และด้วยคอนเซ็ปต์นี้เอง ทำให้ร้าน % Arabica ทุกสาขามีงานประติมากรรมรูปแผนที่โลกสีทองประดับอยู่ในจุดที่สำคัญของร้าน

เมนูกาแฟของร้านก็สุดแสนจะเรียบง่าย มีเพียง Espresso, Espresso Macchiato, Caffe Latte และ Spanish Latte (ลาเต้เติมนมข้นหวาน) ซึ่งลูกค้าเลือกง่าย ๆ เพียงว่าจะดื่มเมนูไหน ต้องการเมล็ดกาแฟแบบ single origin หรือ % Arabica blend ซึ่งสำหรับเมล็ดกาแฟแบบ single origin นั้นจะเป็นเมล็ดกาแฟตัวไหนจากแหล่งไหนก็แล้วแต่ร้านจะเลือกมาในฤดูกาลนั้น ๆ ส่วน % Arabica blend นั้น เป็นสูตรการเบลนด์ของร้าน นอกจากนั้น ยังมีกาแฟดริปที่กำลังจะเปิดขายเร็ว ๆ นี้ด้วย (ตอนที่เราไปยังไม่ได้ขาย)

ส่วนเครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟมีเพียง 2 เมนูคือ Matcha Latte แบบร้อนกับเย็น และ Lemonade ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบคือ Lemonade Still และ Lemonade Sparkling

เมนูยอดนิยมของร้านสำหรับสาขาที่อยู่ในเขตร้อนก็คือ Caffe Latte (Iced) หรือลาเต้เย็นนั่นเอง ซึ่งรสชาติที่ได้ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าลูกค้าเลือกกาแฟแบบไหนด้วย แต่พูดแบบคร่าว ๆ สำหรับคนที่ไม่ใช่เซียนกาแฟคือ ด้วยความเข้มข้นของกาแฟผสมนมคุณภาพดีให้รสชาติขมอมหวานละมุน ๆ ดื่มง่าย ไม่น่าแปลกใจที่หลาย ๆ คนชอบเมนูนี้ ส่วนอเมริกาโน่นั้นก็ได้ตามต้องการ ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟที่เลือก ใครชอบรสออกเปรี้ยวฟรุตตี้ก็เลือกแบบ single origin ไป แต่ถ้าชอบขมอมหวานออกคาราเมล เลือกแบบเบลนด์จะตอบโจทย์กว่า

นอกจากนั้น ร้านยังขายเมล็ดกาแฟด้วย ซึ่งเมล็ดกาแฟก็มีให้เลือกอย่างที่พูดถึงไปแล้ว คือมีแบบ single origin ซึ่งร้านจะเลือกเมล็ดกาแฟที่คิดว่าดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล ณ ตอนนี้เป็น Ethiopia Yirgachaffe Adado และแบบเบลนด์ ซึ่งมีให้เลือกสองตัวคือ % Arabica Blend และ % Arabica Decaf

นอกจากได้ดื่มกาแฟรสชาติที่ชอบแล้ว การที่มีห้องคั่วกาแฟอยู่ตรงกลางร้านก็ทำให้เราได้สูดกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการละเลียดกาแฟด้วย ซึ่งความอโรมานี้ก็มีส่วนช่วยเพิ่มความรู้สึก “อร่อย” สำหรับหลาย ๆ คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...