โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

สมาธิสำคัญอย่างไร เหตุใดคนเราต้องมีสมาธิ

LINE TODAY

เผยแพร่ 18 ก.ย 2561 เวลา 11.56 น. • Pimpayod

การทำสมาธิ คือการทำจิตให้สงบมั่นคงอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง เพราะจิตเป็นนามธรรม เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก จิตจึงมีหน้าที่คิด เหตุที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ฝึกสมาธิก็เพราะธรรมชาติจิตของคนเรามักมีรัก โลภ โกรธ หลง เป็นเครื่องปรุงแต่งจิตให้ฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา 

พระพุทธเจ้าจึงทรงคิดหาอุบายในการควบคุมจิตให้สงบด้วยการทำสมาธิ ซึ่งเมื่อทำสมาธิก็จะได้ใช้ความคิดไตร่ตรองจนเกิดปัญญาขึ้นมา และปัญญาก็คือการรอบรู้ รู้ทุกอย่างที่มีทั้งปัญญาทางโลก และปัญญาทางธรรม 

ส่วนการฝึกสมาธิ ก็คือคือการฝึกปฏิบัติที่ใช้ความตั้งมั่น จดจ่อ และแน่วแน่อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติเกิดความสงบ เกิดความรู้สึกตัวและมีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น

จริง ๆ การทำสมาธิเป็นเรื่องสากล ไม่เฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนให้ฝึกสมาธิ ในศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ก็สอนให้ฝึกสมาธิด้วยเช่นกัน ก็เหมือนกับทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีนั่นเอง 

ทำไมคนเราต้องมีสมาธิ

เหตุที่คนเราต้องทำสมาธิก็เพราะต้องทำให้จิตให้สงบ เมื่อจิตสงบก็จะสามารถพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น ต่างจากคนที่ใจไม่สงบ จะคิดจะทำอะไรก็เป็นไปได้ยาก เหมือนเวลามองสิ่งใด การมองด้วยตาที่ใสสะอาดกับตาที่มืดมัว ความชัดเจนมันต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงต้องทำให้จิตสงบเสียก่อน จึงจะนำไปสู่ปัญญาได้

การทำให้จิตสงบมีมากมาย เราสามารถฝึกสมาธิได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องนั่ง หลับตา เอามือประสานกัน แล้วท่องพุทโธเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะนอน ยืน เดิน หรือทำอะไรก็ตาม เราก็สามารถทำสมาธิให้จิตใจสงบได้ 

วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้สติควบคุมจิตให้ระลึกอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร ให้จิตของเราอยู่กับการกระทำนั้น ๆ โดยต้องคิดเสมอว่าตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น เช่น เวลาอยู่ในบ้าน ในห้องนอน ใจก็อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่คิดเรื่องงานหรือคิดเรื่องอื่น หรือเวลาอาบน้ำก็ให้ใจอยู่กับการอาบน้ำ รับรู้ถึงความสบายเวลาที่อาบน้ำ ไม่ต้องไปคิดโน่นนี่มากมาย จำไว้ว่าทำอะไรให้ใจอยู่กับสิ่งนั้น อย่าล่องลอยไปเรื่อย 

คนส่วนใหญ่เวลาทำอะไรมักจะไปคิดเรื่องอื่น สองอย่าง สามอย่าง ทั้งที่จริงแล้วควรต้องทำทีละอย่าง ควรต้องเดินทีละก้าว ควรกินข้าวทีละคำ เพราะการทำทีละอย่างจะช่วยทำให้เรามีสติ มีความรู้สึกตัว ซึ่งถ้าเรามีสติอยู่กับทุกการกระทำ เราจะรับรู้ทุกอย่างนั่นเอง

มีสมาธิก็ใช่ว่าจะมีปัญญา 

การฝึกสมาธิเป็นเพียงการทำจิตให้สงบ แต่ยังไม่ถึงขั้นเกิดการรู้แจ้ง เห็นจริง หรือเกิดปัญญาได้ เพราะปัญญาเกิดจากการศึกษา การพิจารณาไตร่ตรองเรื่องนั้น ๆ ให้รู้แจ้งด้วยเหตุด้วยผล เช่น นักเรียนคนหนึ่งตั้งใจฟังครูสอน เรียกว่ามีสมาธิในการฟัง สามารถควบคุมจิตให้อยู่ในวิชาที่เรียนได้ ทำให้เข้าใจเรื่องที่สอนเป็นอย่างดีจึงจะเรียกว่าเกิดปัญญา ส่วนนักเรียนอีกคนไม่ตั้งใจฟัง ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถควบคุมจิตให้อยู่ในวิชาที่ครูกำลังสอนได้ จิตฟุ้งซ่านเป็นเหตุให้ไม่รู้ว่าครูสอนอะไร จึงไม่มีความรู้เพิ่มขึ้น และไม่เกิดปัญญา 

เพราะฉะนั้นมีสมาธิไม่ได้หมายความว่ามีปัญญา เพียงแต่การมีสมาธิสามารถนำไปสู่การเกิดปัญญาได้ เพราะเมื่อจิตตั้งมั่น (ข้อสำคัญคือต้องตั้งมั่น ไม่ใช่แค่การกำหนดจิตให้จดจ่ออยู่กับลมหายใจเท่านั้น) จึงจะทำให้เกิดปัญญาได้นั่นเอง 

การฝึกสมาธิในทางพระพุทธศาสนานั้น ถือว่าจิตสงบเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดแสงสว่างให้แก่โลก เป็นบ่อเกิดพลังอันยิ่งใหญ่แก่ชีวิต เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาของมวลมนุษยชาติทั้งโลก และเป็นความสุขที่มีค่าสูงสุดแก่ผู้ปฏิบัติ ดังพุทธวจนะบทหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “นัตถิ สันติ ปรมัง สุขัง” สุขอื่นใดจะเท่าใจหยุดนิ่งไม่มีอีกแล้ว ใจหยุดนิ่งแห่งความสงบ เป็นสุขอย่างยิ่ง เมื่อใจอยู่นิ่งก็เกิดความสงบขึ้น และเมื่อสงบก็เป็นสุขมาก ซึ่งความสุขเกิดจากจิตสงบถือว่าเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตมนุษย์ก็ว่าได้

พระราชสุทธิญาณมงคล (จรัญ ฐิตธมฺโม)

การนั่งสมาธิเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...