โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเดินทางของอีสานฟิวชั่น และเส้นทางรำวง 'ไทย-เขมร'/อัญเจียแขฺมร์ อภิญญา ตะวันออก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 12 ส.ค. 2564 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 02.07 น.

อัญเจียแขฺมร์

อภิญญา ตะวันออก

 

การเดินทางของอีสานฟิวชั่น

และเส้นทางรำวง ‘ไทย-เขมร’

 

ชะรอยความบันเทิงที่เปลี่ยนไปในระยะหลังๆ ทำให้ฉันหันไปสนใจต่อชุมชนชาวยูทูบ ที่หลากหลายและเต็มไปด้วยจริตเนื้อหานานานิยม

หนึ่งในนั้น คือรายการของยายไหม (ไหมไทยในฝรั่งเศส mai thai in france)

ไฮไลต์ที่ชอบคือ เมนูอาหารที่เธอปรนเปรอบำเรออ้ายเถิง-สามี กับอีหล่า-ลูกสาว และปู่กับย่าซึ่งโปรดปรานอาหารไทย โดยเฉพาะปู่นั้นจะกินจริงจังอย่างเอร็ดอร่อย โดยมียายไหมคอยสำรวจดูแลมิให้บกพร่องสมเป็นศรีภรรยา

นอกจากนี้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ยายไหมยังขยันใส่ชุดไหมไทยไปยืนขายเปาะเปี๊ยะที่ตลาดนัดฝรั่ง

เก่งจริงไรจริง ทำเองขายเอง ไม่พึ่งใคร

แต่ฉากเด็ดฉากเดียวที่ฉันจะเล่าคือเกือบทุกหลังมื้ออาหาร ในห้องนั่งเล่นของบ้าน ยายไหมจะเต้นรำใส่กล้องตามจังหวะดนตรีแบบอีสานฟิวชั่น

บางทีปู่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ลุกมาขยับในจังหวะบอลรูม บางทีก็เต้นตามลูกสะใภ้

ส่วนอีหล่าลูกสาวมักเต้นแบบติ๊กต็อกที่ยายไหมไม่ถนัด เช่นเดียวกับอ้ายเถิงที่ชอบนั่งดูเมียเซิ้งอีสานทุกวัน

อ้ายเถิงนั้นยังนิยมพูดอีสานซึ่งกลายเป็นเรื่องดีเด่นอีกด้านของเขยฝรั่งไปแล้ว

ในความเพลิดเพลินเซิ้งรำของยายไหมนี้แหละ ที่ฉันอยากเล่าย้อนยุค ’50 ที่คณะ “รำโทน” (Roum Tong) เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวบารังและข้าราชการในพนมเปญสมัยนั้น ซึ่งเป็นยุคปลายอินโดจีน แคว้นกัมพูชาเพิ่งฟื้นตัวจากสงครามโลกแต่แล้วกระแสเรียกร้องเอกราชก็ตามมาจนก่อสถานการณ์หวาดระแวง

เหมือนเต้นรำหลังมื้ออาหารเย็นของยายไหมนี่แหละ แต่วิถีบันเทิงสมัยนั้นดูจะแอบซุกซ่อน ไม่ประจำวันและเสรีเหมือนที่ภาษากายของยายไหมและปู่ที่สำราญบานใจในยูทูบ ซึ่งก่อนหน้านั้น ฉันหาคำตอบไม่ได้หลังจากเคยผ่านตานิตยสารอินโดจีนและบทความศิลปวัฒนธรรมยุค ’50 (1953) ซึ่งเล่าถึงชาวคณะรำวงสาวและอาชีพบริการความบันเทิงแขนงนี้ในกรุงพนมเปญ

สัมผัสผับบาร์ในสมัยอดีตและการถือกำเนิดขึ้นของคณะ “รำวง” ยุคแรกๆ โดยนางรำเหล่านั้นมักสวมสมปด (ผ้าซิ่น) แต่บางรายก็สวมใส่กระโปรงสากลนิยม

เจ้าเข้าเอ๋ย อ้ายเถิง/พี่บ่าวบารังสมัยนั้น เขาต้องจ่ายเงินค่าตัวหญิงนางรำ แต่เนื่องจากสาวพื้นถิ่นเธอเต้นรำแบบยุโรปไม่เป็น ดังนี้ จังหวะรำของเธอจึงไม่ต่างกับเซิ้งเดินไปรอบๆ ห้องโดยปล่อยคู่ชายเอาไว้ข้างหลัง และท่าเต้นรำแบบนี้แหละที่พบได้จากยายไหม

ขณะเดียวกันเมื่อได้ชมภาพยนตร์ยุค ’60 หลายเรื่องพบว่า ความหลากหลายที่พบในเพลงประกอบภายนตร์เหล่านั้น คือดีเอ็นเอที่มาจากรำวงยุค ’50 โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่อง “ปักษาสวรรค์” ที่นำเอาเพลงรำวงพื้นถิ่นหรือ “รำโทน”(Roum Tong) มาเป็นธีมหลักของภาพยนตร์ จนนึกเชื่อว่า ทีมโปรดักชั่นภาพยนตร์น่าจะทำวิจัยจากข้อมูลฝ่ายต่างๆ รวมทั้งบทความยุคอินโดจีน

ภาพยนตร์กำกับฯ โดยฝรั่งเรื่องนี้ มีการริเริ่มนำบทรำวงของเขมรไปเรียบเรียงใหม่ และบัดดลอิทธิพลของเพลงประกอบในปักษาสวรรค์ก็กลายเป็นอัตลักษณ์พิเศษแห่งวงการหนังเขมรยุค ’60

นอกจากนี้ มันยังเพิ่มจริตนิยมผสมไปด้วยดนตรีตะวันตกยุคปี ’70 ทั้งร็อกแอนด์โรลและทวิสต์ เรียกว่าบ้าคลั่งกันเลยชนิดที่ว่า มักมีบทเต้นรำหลังมื้ออาหารของราชนิกุลชาวเขมรราวกับเป็นวัฒนธรรมแบบหนึ่งที่พบกันทั่วไปในเขมรสมัยนั้น ซึ่งในภาพยนตร์ของกษัตริย์สีหนุ ก็มีหลายฉากเต้นรำที่สุดสะวิงและน่าจดจำ

อิทธิพลของความนิยมนี้ยังถ่ายผ่านโดยซิน สีซามุต นักร้องเขมรผู้มีเชื้อสายลาว ทั้งยังพบว่า ชาวเขมรส่วนใหญ่ก็นิยมรำวงและบทเพลงจำนวนมากก็รับมาจากลาว ทั้งบทเพลงสาละวัน จนสิ้นสุดทั้งหมดในยุคเขมรแดง (1975)

แต่ปริศนาของรำวงเขมรมันอยู่ตรงนี้ อาชีพของชาว “รำโทน” ในยุค ’50 นั้น ถูกตีตราว่าไม่ใช่ชาวเขมร แต่เป็นชาวสยาม (Siem/Siam) หรือชนชาติไทยในปัจจุบัน

ถึงตรงนี้ ทำให้นึกถึงภาษากายของยายไหมและอีสานฟิวชั่น หรือดีเอ็นเอรำโทนไทย (ในเขมร) มันอยู่ตรงนั้น?

จากปักษาสวรรค์ (1964) ในที่สุดการกลับมาของรำวงเขมรก็ปรากฏอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “กรอบเพชร” (Gem On the Run,2013) โดยเควนติน คลอเซ็ง (Quentin Clausin) ร่วมกับสก, วิสาล ซึ่งฉายในปี 2014 และฉายซ้ำอีกครั้งในปี 2015

ก่อนหน้านั้นเควตินเคยรับหน้าที่เขียนบทและกำกับฯ มาบ้าง กระทั่งเมื่อได้พบกับวิสาลซึ่งอยู่ในแวดวงดนตรี ดังนี้โปรเจ็กต์กรอบเพชรจึงเริ่มขึ้นและสร้างความตื่นตะลึงแก่คอหนังเขมรรุ่นใหม่จำนวนมากโดยเฉพาะการนำเอาบท “สาระวันหาคู่” (Saravan Rok Ku) ที่ขับร้องโดยสรัยเรียะ มาผสมแร็พและฮิปฮอปของ Gobeshite&12ME ทันใดนั้น การฟิวชั่นที่น่าสนใจของวงการหนังและเพลงกัมพูชาก็กลายเป็นกระแสวงกว้างของการพูดถึง

และเป็นเหมือนดีเอ็นเอเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดีที่สุดยุคหนึ่ง เว้นแต่ปัญหาระหว่าง co-director เควตินกับวิสาลที่ทำให้ผลงานเรื่องนี้ปังไม่สุด และสะดุดอารมณ์ถวิลหาความงดงามของแฟนหนังรุ่นใหม่ รวมทั้งความน่าเสียดายของดีเอ็นเอภาพยนตร์เขมรยุคใหม่ที่หยุดไว้โดยผลงานชิ้นนี้ของเควติน

โดยเฉพาะเพลง “สาละวันหาคู่” ที่สรัยเรียะขับร้อง เธอเป็นชาวพระตะบองที่สามารถร้องเพลงไทย และนั่นจึงทำให้สาละวันหาคู่มีความหลากหลายทั้งภาษาเพลงนอกขนบเขมร-ไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส รวมทั้งภาษาแร็พและฮิปฮอป ซึ่งรึธึ่มของเพลงนอกจากดนตรีแล้วการแดนซ์รำโทนแบบดั้งเดิมและฟิวชั่นก็เป็นภาษาภาพเดียวกันอีกด้วย

และเครดิตภาพเหล่านี้ บอกถึงบทความในนิตยสารอินโดจีนปี ’50 ที่ฉากรำวงในห้องเล็กๆ ถูกนำมาเป็นแบบจำลองของฉากเมกาแดนซ์สาละวันอันสุดสะวิงและอย่างเป็นสากลด้วย เราแทบจะฟังและมองเข้าไปในเพลงนี้ด้วยความ “ฟิวชั่น” กล่อมกลอมและหลอมรวมไม่ว่าจะเป็นมิติรำวงเขมรในแบบ “EDM” (electronic dance music) และอีสานฟิวชั่นที่อยู่ในเนื้อเพลงบางตอน

น่าเสียดายที่มันเลือนหายไปทันทีต่อมา และแม้ว่าจะมีหนังแนวดราม่านอกกระแสอย่าง “เกาะเพชร” (2016) จะพอเห็นกลิ่นอายทางดนตรีนี้อยู่บ้างจากรสนิยมส่วนตัวของผู้กำกับฯ (Davy Chou) แต่ “Gem On the Run” ก็ยังเป็นหนึ่งของภาพยนตร์ที่ให้ความสำคัญกับเพลงพื้นถิ่นนิยมและการบุกเบิกวัฒนธรรมแบบฟิวชั่นที่พบได้มากในศิลปะภาพยนตร์

ในวันที่ “ฟิวชั่นนิยม” (Fusionism) กลายเป็นประตูสู่วัฒนธรรมแบบปัจเจกชน และการ “เลียบันจูลคะเนีย” หรือหลอมรวมในภาษาเขมรนี้ ดูที นับวันจะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของมนุษย์ยุคใหม่และผู้ที่ได้เปรียบกว่าใครคือผู้ที่ผ่านรากเหง้าความแร้นแค้นผจญภัยในหมู่ชาวอีสานของไทย

บ่อยครั้ง ความเป็นอีสานฟิวชั่นของเธอช่างเกิดขึ้นง่ายๆ ราวกับการใช้ชีวิตสามัญ หุงต้มอาหาร จัดวาง กินดื่มและเต้นรำ!

ก่อนจะมีโอกาสรับรู้ว่า การฟิวชั่นวัฒนธรรมชีวิตคือทุกสิ่งของโลกยุคนี้ ที่ทั้งบันดาลสร้างสรรค์อาชีพ และใครจะนึกเล่าว่า แค่ทำอาหารกินและเต้นรำผ่านยูทูบของยายไหม เธอได้รับคำขอบคุณจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมทั้งรัฐมนตรีไทยคนหนึ่งซึ่งยกให้เธอเป็นตัวแทนวัฒนธรรมในการสร้างชื่อเสียงประเทศ

จากยุคแร้นแค้นและสงครามของสาวรำโทนยุค ’50 ที่ยากลำบาก ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชีพชั้นล่างที่หากินกับต่างชาติสำหรับสาวรำโทน จนแม้แต่ชาวเขมรเองก็ยังไม่ยอมรับและแปะป้ายว่าเป็นชาวไทย/อีสาน

วันนี้ การหาอยู่หากินนั้น คำตอบของ “ออล อะราวด์” อีสานฟิวชั่นดูจะย่างกรายทั่วไปแล้ว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...