โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทรงซื้อที่ดินในสิงคโปร์ ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 01.03 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

ทำไมรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทรงซื้อที่ดินในสิงคโปร์ ?

เมื่อปี 2524 ได้มีข่าวออกมาว่า ไทยเตรียมขาย “ที่ดิน” สถานทูตไทยในสิงคโปร์ แลกเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ดินผืนดังกล่าวเป็นที่ดินซึ่งมีการซื้อไว้ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ปราชญ์เมืองเพชร จึงได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสาเหตุของการซื้อที่ดินในต่างแดนของกษัตริย์ไทยครั้งสมัยรัชกาลที่ 4 สืบเนื่องจนถึงรัชกาลที่ 5 เอาไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม ปีเดียวกัน

อาจารย์ล้อมได้เล่าถึงเหตุการณ์ย้อนไปถึงสมัยรัชกาลที่ 3 ว่าเคยเกิดเหตุประหารเจ้านาย อย่างหม่อมไกรสร ที่ถูกกล่าวหาว่ามักใหญ่ใฝ่สูงหวังตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทำให้สมัยนั้นไม่มีเจ้านายพระองค์ใดกล้าสะสมกำลัง อำนาจและอิทธิพลที่แท้จริงจึงไปตกกับขุนนางใหญ่ในสกุลบุนนาค

เมื่อรัชกาลที่ 4 ขึ้นครองราชย์ด้วยการสนับสนุนของสองพี่น้องสกุลบุนนาค พระองค์จึงไม่อาจทรงจัดการประการใดที่จะเป็นการขัดประโยชน์ของขุนนางกลุ่มนี้ ขณะเดียวกันพระปิ่นเกล้า พระเจ้าอยู่หัวอีกพระองค์ได้ทรงสะสมกำลัง และอาวุธไว้เป็นอันมาก จนเป็นที่ระแวงกับวังหลวง ภายหลังพระปิ่นเกล้ามีโอกาสก็ได้ทรงอธิบายกับพระเชษฐาว่า พระองค์ทรงเตรียมการไว้ “เพื่อป้องกันผู้อื่นเท่านั้น” ซึ่ง อาจารย์ล้อมกล่าวว่า พระองค์ทรงหมายถึง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) นั่นเอง

เมื่อสถานะสถาบันกษัตริย์ต้องขึ้นอยู่กับการค้ำจุนสนับสนุนของขุนนาง กษัตริย์จึงทรงต้องหาทางเพื่อรับมือกับสถานการณ์อันไม่แน่นอนในอนาคต ดังที่ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีถึงกรมพระยาบำราบปรปักษ์เมื่อ 17 สิงหาคม 2419 มีความตอนหนึ่งว่า

“เมื่อครั้งทูลกระหม่อมยังมีพระชนม์อยู่นั้น ท่านได้ทรงพระราชดำริการเรื่องที่จะสิ้นวาสนาไปนี้มากได้รับสั่งๆ สอนชี้แจงการกับหม่อมฉันอยู่เนืองๆ จึงได้ทรงซื้อที่ตึกเมืองสิงคโปร์เป็นบ้านๆ หนึ่ง เงิน ๒๐๐ ชั่งเศษ พระราชทานหม่อมฉันกับท่านใหญ่ให้เป็นเจ้าของ ถ้าสิ้นวาสนาแล้วให้ไปอยู่ในที่นั้น ถ้ายังมีวาสนาพอจะอยู่ในเมืองไทยได้ก็ให้เก็บค่าเช่ากินไป เพราะที่ซื้อดังนี้แล้วจะเป็นสิทธิกับเราไปถึง ๙๙๙ ปี เว้นแต่ซื้อขายเสียแล้วผู้ใดจะมาต๋งเอาเป็นของแผ่นดินเสียมิได้”

และเมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็ยังทรงซื้อที่ดินในสิงคโปร์เพิ่มเติมอีก ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาฉบับเดียวกันว่า

“ครั้งนี้ก็คิดว่าจะไปหาซื้อที่ที่นอกให้พอเป็นทุนลงอีก เพราะที่ที่ทูลกระหม่อมทรงซื้อไว้นั้นน้อยนัก เป็นแต่การทรงทดลอง รับสั่งไว้ว่า จะซื้ออีกที่ก็พอดีสวรรคตเสีย ครั้งนี้จะต้องซื้อเพิ่มเติมอีกไว้เป็นเสบียงของตัวหม่อมฉันและญาติพี่น้องต่อไปบ้าง ถ้าไม่คิดไว้เลยฉวยพลาดพลั้งลงพี่น้องลูกหลานนับร้อยจะไม่มีอะไรจะกิน เห็นจะยับเยินนัก การที่กราบทูลนี้เป็นความในพระทัยของทูลกระหม่อมและเป็นความในใจของหม่อมฉันแท้ซึ่งจะอิ่มเอิบว่าราชสมบัติเป็นของตัวมีถมไปไม่ได้เป็นแท้ ถ้าอับจนแล้วจะหาติดตัวทั้งยากไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ทั้งหลาย”

ความในพระราชหัตถเลขาจึงตอบคำถามได้ชัดเจนแล้วว่า เหตุใดทั้งรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 จึงทรงตัดสินใจลงทุนซื้อ “ที่ดิน” ในต่างแดน และหนึ่งในที่ดินที่รัชกาลที่ 5 ทรงซื้อไว้ ซึ่งเดิมยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ ก็ได้กลายมาเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อมาภายหลังจึงถูกยกฐานะให้เป็นสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 กันยายน 2559

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ทรงซื้อที่ดินในสิงคโปร์ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...