โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

20 มิถุนายน พ.ศ.2495: วันปล่อยตัว “หะยีสุหลง” พ้นโทษได้รับอิสรภาพ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 22.47 น.
ภาพ: (มุมซ้าย) หะยีสุหลง, (ฉากหลัง) หะยีสุหลงถ่ายรูปร่วมกับปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หน้าโรงเรียนที่หะยีสุหลงสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคของราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2488

20 มิถุนายน พ.ศ. 2495 วันปล่อยตัว “หะยีสุหลง” พ้นโทษได้รับอิสรภาพ?

“หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์” คือโต๊ะอิหม่ามที่มีชื่อเสียง เป็นผู้นำและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของชาวไทยมุสลิมโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2490 หะยีสุหลงเป็นตัวแทนกลุ่มชาวไทยมุสลิมได้ยื่นข้อเรียกร้อง 7 ข้อ โดยมีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับการขอตั้งเขตปกครองตนเองใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, และสตูล เพื่อความเป็นธรรมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิมต่อรัฐบาลของพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

แต่ว่าข้อเรียกร้อง 7 ข้อ บางข้อได้ถูกปรับเปลี่ยน บางข้อถูกปฏิเสธ เนื่องจากรัฐบาลพิจารณาและสรุปได้ว่าเป็นข้อเสนอที่จะนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนได้

เมื่อข้อเสนอไม่ได้ตามที่หวังไว้ หะยีสุหลงจึงยกระดับการกดดันรัฐบาลด้วยการรวมตัวชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะแยกตัวออกจากประเทศไทย จนกระทั่งวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 สถานการณ์การเมืองไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันจากการรัฐประหารโดยกลุ่ม “คณะทหารของชาติ” ที่มีพลโทผิน ชุณหะวัณเป็นผู้นำ เข้ายึดอำนาจของรัฐบาลพลเรือตรีถวัลย์และมีการจัดตั้งรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ ขึ้นมาแทน

ซึ่งท่าทีของรัฐบาลของนายควง ต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อพลโทชิด มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายจัดการกับปัญหา 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเด็ดขาด ในเรื่องการคอร์รัปชั่นและการแบ่งแยกดินแดน จึงทำให้กลุ่มของหะยีสุหลง ถูกรัฐบาลเพ่งเล็งเนื่องจากข้อเรียกร้อง 7 ข้อ เข้าข่ายการแบ่งแยกดินแดน

ทางรัฐบาลจึงมีการจับกุมหะยีสุหลง ด้วย 2 ข้อหา คือ

1. มีการคบคิดทำการกบฏในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2490 จากคำพูดปลุกปั่นของหะยีสุหลงต่อประชาชนว่า “รัฐบาลไทยได้ปกครอง 4 จังหวัดภาคใต้มาถึง 10 ปีแล้ว ไม่ได้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองดีขึ้นและกล่าวชักชวนให้ราษฎรไปออกเสียงร้องเรียนที่ตัวจังหวัดเพื่อขอปกครองตนเอง ถ้ารัฐบาลยินยอมก็จะได้เชิญตนกูมะไฮยิดดินมาปกครองแล้วจะได้ใช้กฎหมายอิสลามเพื่อให้ความชั่วหมดไปและทำให้บ้านเมืองเจริญ ถ้ารัฐบาลไม่ยอมตามคำขอปกครองตนเอง ก็จะได้ให้ราษฎรพากันไปออกเสียงเรียกร้องเรียนให้สำเร็จจนได้”

2. มีการดูหมิ่นรัฐบาลไทยและข้าราชการไทย ตลอดจนถึงราชการแผ่นดิน เนื่องจากเอกสารที่หะยีสุหลงได้ทำมาแจกประชาชนลงชื่อ มีเนื้อหาว่าต้องการเชิญตนกูมะไฮยิดดินมาเป็นหัวหน้าปกครอง 4 จังหวัด และมียังข้อความว่า “ที่จะก่อให้เกิดความดูหมิ่นต่อรัฐบาลและข้าราชการแผ่นดินและจะก่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงกับจะก่อความไม่สงบขึ้นในแผ่นดิน”

โดยศาลได้ตัดสินให้หะยีสุหลง จำคุก 7 ปี แต่เนื่องจากหะยีสุหลงให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษเหลือ 4 ปี 8 เดือน จนกระทั่งผ่านไป 4 ปี 6 เดือน ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2495 หะยีสุหลงได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด 2 เดือน

หลังจากที่ได้รับอิสรภาพแล้วหะยีสุหลงก็ได้เดินทางกลับปัตตานีและทำงานเกี่ยวกับการสอนหนังสือ ซึ่งการสอนหนังสือของหะยีสุหลงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมาก จากข้อความในหนังสือประวัติศาสตร์ปัตตานี ว่า “การสอนของเขามีคนมาฟังจำนวนมาก ในวันที่เขาทำการสอน ตัวเมืองปัตตานีจะเต็มไปด้วยผู้คน ส่วนรถราติดบนท้องถนน บรรดาผู้เข้าฟังกล่าวกันว่ามีที่มาไกลถึงยะหริ่งและปาลัส (อำเภอทางด้านทิศตะวันตกของปัตตานี) และบ่อทอง หนอกจิก (อำเภอทางด้านทิศเหนือของปัตตานี)

แม้ว่าจะพ้นโทษออกมา หะยีสุหลงก็ยังถูกคุกคามจากทางอำนาจรัฐ จนกระทั่งในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2497 ตำรวจสันติบาลสงขลาได้มีการเรียกหะยีสุหลงไปพบ หะยีสุหลงพร้อมกับนายอาหมัด โต๊ะมีนา บุตรชายคนโตวัย 15 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาไทย เนื่องจากหะยีสุหลงและเพื่อนของเขาอีก 2 คนไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ ได้เดินทางออกจากบ้านพักส่วนตัวที่จังหวัดปัตตานี ไปยังกองบัญชาการตำรวจสันติบาลที่จังหวัดสงขลา ก่อนที่ทั้งหมดจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย นำมาซึ่งความเชื่อว่าทั้งหมดถูกฆาตกรรมทางการเมืองด้วยฝีมือของตำรวจ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โดยเรื่องราวการหายตัวไปของหะยีสุหลงเป็นข่าวอย่างครึกโครม สร้างความตื่นตกใจต่อผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปจนถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์ เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ส่วนทางครอบครัวของหะยีสุหลงได้พยายามตามหาหัวหน้าครอบครัวและบุตรชายคนโตที่สูญหายไป จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2498 เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภรรยาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี และประกาศจะจ่ายเงินรางวัลหนึ่งหมื่นบาทให้แก่ผู้ที่แจ้งที่อยู่หรือหาตัวหะยีสุหลงพบ

แต่สุดท้ายก็ไม่มีข่าวคราวใดๆ ว่าหะยีสุหลงมีชีวิตอยู่ ครอบครัวของหะยีสุหลงจึงต้องตัดใจยุติการค้นหาหะยีสุหลง, บุตรชายคนโต และเพื่อนอีก 2 คนที่หายสาบสูญไปอย่างไม่ทราบร่องรอยและไม่ทราบสภาพการเสียชีวิตที่ชัดเจนของบุคคลทั้ง 4 จนถึงปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. กาลานุกรมสยามประเทศไทย 2485-2554. กรุงเทพฯ : โพสต์บุ๊กส์, มีนาคม 2555

สุจิตต์ วงษ์เทศ. สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, สตูล. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์, กันยายน 2554

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ. ความเป็นมาของทฤษฎีแบ่งแยกดินแดนในภาคใต้ไทย. กรุงเทพฯ : โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พฤศจิกายน 2549

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 มิถุนายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 20 มิถุนายน พ.ศ.2495: วันปล่อยตัว “หะยีสุหลง” พ้นโทษได้รับอิสรภาพ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...