โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ก่อนพระปิ่นเกล้าฯ สวรรคต ทรงกราบทูล "ความลับ" เรื่องใดถวายรัชกาลที่ 4 ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 01.03 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 00.47 น.

พระปิ่นเกล้าทรงกราบทูลความลับใดถวายรัชกาลที่ 4 ก่อนสวรรคต

เป็นที่ทราบดีว่าในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้สถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เสมือนเป็นพระมหากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่งของสยาม และปฏิเสธไม่ได้ว่า การสถาปนา พระปิ่นเกล้าฯ เป็นเรื่องของ “การเมือง” เพื่อคานอำนาจกับกลุ่มขุนนางอย่างแน่นอน

ขุนนางกลุ่มที่ทรงอิทธิพลในสมัยนั้นคือ “บุนนาค” ตระกูลขุนนางเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ถวายงานรับใช้พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์มาทุกรัชกาล ได้ก้าวขึ้นสู่“จุดสูงสุด” ของอำนาจในช่วงรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และผู้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ใน “พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ 5” พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่า “เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์มีอำนาจมากยิ่งกว่าใคร ๆ ในแผ่นดิน เว้นแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียว” นั่นจึงก่อให้เกิดแรงสั่นคลอนต่อพระราชบัลลังก์ว่า เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จะไม่ซื่อตรงต่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ หากมีการผลัดแผ่นดิน พระปิ่นเกล้าฯ ก็เป็นอีกพระองค์หนึ่งที่หวั่นเกรงอำนาจของเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์อยู่ไม่น้อย

รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสเล่าให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า ในขณะที่พระปิ่นเกล้าฯ ประชวรหนักอยู่นั้น รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปพระที่นั่งอิศเรศร์ราชานุสรที่วังหน้า เพื่อเยี่ยมอาการพระประชวร

เมื่อนั้นทรงมีพระราชดำรัสว่า “ใคร่จะกราบบังคมทูลความลับสักเรื่องหนึ่ง” แล้วทรงขับข้าราชบริพารออกไป เหลือแต่เพียงทั้งสองพระองค์ พระปิ่นเกล้าฯ และเจ้าจอมมารดากลีบ พระมเหสีผู้พยาบาลและเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระปิ่นเกล้าฯ

จากนั้นทรงกราบบังคมทูลว่า จะทรงดำรงพระชนม์อยู่ไปได้อีกไม่กี่วัน จึงขอถวายปฏิญาณว่า การที่ได้สะสมกำลังทหารและอาวุธไว้มากนั้น มิได้คิดร้ายต่อรัชกาลที่ 4 เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะไม่ไว้ใจ เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เพราะเกรงว่าหากรัชกาลที่ 4 สวรรคต เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จะคิดกำเริบ จึงได้เตรียมกำลังไว้ป้องกันพระองค์

และทรงกล่าวย้ำเตือนว่า หากพระองค์สวรรคตไปแล้ว “ขอให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงระวังต่อไปให้จงดี…”

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานปฏิญาณว่า มิเคยสงสัยระแวงพระปิ่นเกล้าฯ ว่าจะทรงคิดร้ายต่อพระองค์ อย่างไรก็ดี สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่า พระองค์ (รัชกาลที่ 4) มิได้มีพระราชดำรัสตอบถึงเรื่องของเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์แต่อย่างใด นอกจากนี้ รัชกาลที่ 5 ยังเล่าให้ทราบอีกว่า ข้าราชการในราชสำนักบางกลุ่มก็ไม่ไว้ใจเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ถึงกับคิดเข้าเป็นพรรคพวกกัน นัยว่าเพื่อป้องกันรัชกาลที่ 5

แม้เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์จะเป็นที่หวั่นเกรงต่อหลายคนว่าจะเป็นภัยต่อพระราชบัลลังก์ แต่พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงเล็งเห็นว่า เจ้าพระยาผู้นี้เป็นคนเดียวที่สามารถเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินได้ หากพระองค์สวรรคตก่อนที่รัชกาลที่ 5 จะมีพระชันษาสมบูรณ์พร้อมที่จะปกครองบ้านเมือง และได้ทรงปรึกษาเรื่องนี้กับเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ตามตรง

เมื่อมีการผลัดแผ่นดินแล้ว รัชกาลที่ 5 ก็ทรงเคารพยำเกรงเจ้าพระยาผู้นี้เสมอ ทรงเล็งเห็นว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อบ้านเมือง จึงทรงสถาปนาบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น “สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์” ดำรงตำแหน่ง “สมเด็จเจ้าพระยา” คนสุดท้ายแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤษภาคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ก่อนพระปิ่นเกล้าฯ สวรรคต ทรงกราบทูล “ความลับ” เรื่องใดถวายรัชกาลที่ 4 ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...