โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“DOHOME” เคาะราคาไอพีโอ 23 ก.ค.นี้ เล็งออกกรีนชู 56.16 ล้านหุ้น ทุ่มงบลงทุน 300 ล้านต่อสาขารวม 7 แห่งภายในปี 64 

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2562 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 10.27 น.

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME คาดเคาะราคาไอพีโอ 23 ก.ค.นี้ ผ่าน Book Building พร้อมคาดวันซื้อขายวันแรกวันที่ 6 ส.ค.62 เล็งออกกรีนชู 56.16 ล้านหุ้น สร้างเสถียรภาพของราคาหุ้นช่วงตลาดผันผวน ทุ่มงบลงทุนสาขาขนาดใหญ่ 250-300 ล้านบาทต่อสาขารวม สาขาภายในปี 2564 

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 23 ก.ค.62 นี้ คาดว่าจะสามารถเคาะราคาหุ้นไอพีโอได้ผ่านการทำราคาเสนอขายหุ้นจากการสำรวจความต้องการซื้อหุ้น (Book Building) จากนักลงทุนสถาบัน และคาดว่าจะสามารถซื้อขายวันแรกได้ช่วงวันที่ 6 ส.ค.62 โดยเสนอขายหุ้นไอพีโอเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 456.16 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม อีกจำนวนไม่เกิน 8.88 ล้านหุ้น รวมทั้งสิ้น 465.04 ล้านหุ้น ราคาพาร์ละ 1 บาท โดยจะแบ่งขายให้กับนักลงทุนสถาบันสัดส่วน 60% และที่เหลืออีก 40% ขายให้กับนักลงทุนทั่วไป

นอกจากนี้อาจจะมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู)จำนวนไม่เกิน 56.16 ล้านหุ้น รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 521.2 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 28.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังเสนอขายครั้งนี้ เพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วงที่สภาวะตลาดอาจมีความผันผวน ซึ่งอาจมีโอกาสทำให้ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาเสนอขายได้ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ติด Silent Period สัดส่วนกว่า 20% จะไม่ขาย จำหน่าย จ่าย โอน และแปรสภาพหุ้นเป็นเวลา 1 ปี หลังจากที่จดทะเบียนแล้ว

โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ฯ ที่จัดจำหน่ายคือ 1. บล.กสิกรไทย 2.บล.ภัทร เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และมีอีก 3 บริษัทที่ร่วมจัดจำหน่ายคือ 1.บล.ไทยพาณิชย์ 2.บล.กรุงศรีฯ 3.บล.ธนชาต

“เราเข้าไปพบนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศทั้งหมดกว่า 30 เจ้า และเริ่มโรดโชว์นักลงทุนสถาบันมาสักระยะหนึ่งแล้ว เชื่อว่าน่าจะกำหนดราคาเสนอขายหุ้นได้ประมาณวันที่ 23 ก.ค.นี้ โดยใช้วิธีการ Book Building นักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศ” นายอนุวัฒน์กล่าว

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนใหญ่จะนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงิน เพื่อลดอัตราหนี้สินต่อทุนจาก 3.5 เท่า ให้เหลือต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินคงค้างกับธนาคารกสิกรไทย จำนวน 4,101.29 ล้านบาท และมีหนี้สินคงค้างกับธนาคารเกียรตินาคิน จำนวน 51.37 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายสาขา พัฒนาระบบไอที และเป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติไฟลลิ่งของบริษัทแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันเพื่อให้ข้อมูลก่อนกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย

นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร (One-stop Home Products Destination) กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ มีความหลากหลายและครบถ้วน ในราคาที่สามารถแข่งขันได้ ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก ดี…ที่ดูโฮม” มาเป็นระยะเวลากว่า 36 ปี โดยช่วงที่ผ่านมา DOHOME ได้เตรียมความพร้อมทั้งการเพิ่มทีมผู้บริหารและทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์และความชำนาญ และการเปิดศูนย์กระจายสินค้า รวมทั้งวางแผนการขยายสาขารูปแบบใหม่ไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างและอุปการณ์ตกแต่งบ้าน รวมไปถึงการขยายตัวของสังคมเมืองและการเพิ่มขึ้นของความต้องการซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ปัจจุบัน DOHOME มีสาขาที่เปิดให้บริการแล้วทั้งหมด 9 สาขา ได้แก่ อุบลราชธานี, นครราชสีมา, รังสิต, ขอนแก่น, อุดรธานี, พระราม 2, บางบัวทอง, เชียงใหม่, และบางนา โดยมีพื้นที่ขายและคลังสินค้าประมาณ 35,000 – 65,000 ตารางเมตรต่อสาขา รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าอีก 1 แห่งที่ จ.ปทุมธานี โดยแบ่งสินค้าที่จำหน่ายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มวัสดุซ่อมแซม และกลุ่มวัสดุตกแต่ง รวมรายการสินค้ามากกว่า 135,000 รายการ (SKUs) และช่วงเดือน ต.ค.62 กำลังจะเปิดสาขาที่ 10 ที่เพชรเกษม

นอกจากนี้ DOHOME ยังจำหน่ายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของ DOHOME (House Brand) มากกว่า 20,000รายการ (SKUs) เช่น เครื่องมือช่าง, ฮาร์ดแวร์, ประตู-หน้าต่าง, กระเบื้อง, สุขภัณฑ์, และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถแข่งขันได้ รวมถึงพัฒนาช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และด้วยจุดเด่นด้านสินค้าที่ครบครันทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก ราคาที่สามารถแข่งขันได้และการให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งรวมถึงการบริการจัดส่งสินค้า การบริการบำรุงรักษาซ่อมแซม การบริการประกอบและติดตั้ง การบริการให้คำปรึกษาและดำเนินการออกแบบตกแต่ง และการบริการจัดหาสินค้าพิเศษ โดยมีลูกค้าหลักคือ ร้านค้าช่วง ผู้รับเหมาก่อสร้างและงานโครงการ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย

นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชี การเงิน และสนับสนุนองค์กร บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME กล่าวว่า บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งโดยในปี 2561 มีรายได้รวม 18,535.17 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุก่อสร้างประมาณ 46-49% สัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุซ่อมแซมประมาณ 35-38%และสัดส่วนรายได้จากกลุ่มวัสดุตกแต่งประมาณ 15-17%

นอกจากนี้ในไตรมาส 1/62 บริษัทมีรายได้รวม 4,980.24 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 246.68 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,940.12 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 185.63 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนการขายสินค้า House Brand เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้า House Brand ในปี 2559-2561 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 11.4% 14.3% และ 14.4% ของรายได้จากการขายและค่าบริการตามลำดับ โดยในไตรมาส 1/62 มีสัดส่วนอยู่ที่ 14.5% พร้อมวางเป้าหมายภายในปี 2565 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้า House Brand เป็น 20% ของรายได้จากการขายและค่าบริการรวม

นอกจากนี้บริษัทวางแผนขยายสาขาทั่วภูมิภาคของประเทศผ่านเป้าหมายการเปิดสาขาขนาดใหญ่รูปแบบใหม่ที่มีขนาดพื้นที่เล็กลง โดยมีพื้นที่ขายและคลังสินค้าเฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 23,000 ตารางเมตร รวม 7 สาขา ภายในปี 2564 ในหัวเมืองที่สำคัญ โดยใช้งบลงทุนราว 250-300 ล้านบาทต่อสาขา รายได้เป้าหมายอยู่ที่ 1,000-1,200 ล้านบาทต่อสาขา โดยยังคงความครบถ้วนของสินค้าไว้ไม่แตกต่างจากสาขาเดิม รวมถึงการพัฒนาโมเดลขยายสาขาขนาดเล็กภายใต้ชื่อ “Dohome To Go” ซึ่งมีพื้นที่เฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 300-1,000 ตารางเมตรรวม 90 สาขา ภายในปี 2564 แบ่งเป็นในปี 2562 จำนวน 10 สาขา ในปี 2563 จำนวน 30 สาขา และในปี 2564 จำนวน 50 สาขา

โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการในพื้นที่ศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยเป้าหมายกลุ่มสินค้าหลักคือ ซ่อมแซมและตกแต่ง เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองที่ต้องการปรับปรุงซ่อมแซมตกแต่งบ้านและสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการขยายสาขา โดยใช้งบลงทุนราว 5,000-6,000 บาทต่อตารางเมตร รายได้เป้าหมายอยู่ที่ 80,000-120,000 บาทต่อตารางเมตรต่อปี

นอกจากนี้ DOHOME ยังได้วางกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้า House Brand ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31-35% โดยเฉลี่ยที่สูงกว่าสินค้าประเภท Non-House Brand อยู่ที่ 13-18% อย่างไรก็ดีคาดว่าเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากสินค้า House Brand ที่ประมาณ 30% สำหรับสาขาขนาดเล็กหรือ “Dohome To Go” รวมไปถึงการวางกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จากการเปิดดำเนินการศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ในเดือนมิถุนายนปี 2561 ที่ผ่านมา โดยมีขนาดพื้นที่สำหรับคลังสินค้าจำนวน 41,580 ตารางเมตรในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีความสะดวกต่อการรับ เบิกจ่าย และจัดส่งสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าและสาขาของDOHOME ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ DOHOME มีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดจำนวนพนักงานในคลังสินค้า และจะช่วยลดต้นทุนในการจัดเก็บและขนส่งสินค้าได้ในอนาคต” นางสลิลทิพกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...