โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถถัง - แสตมป์ คู่จิ้นวงการมวย เปิดใจโลกใบนี้เป็นสีชมพู

Khaosod

อัพเดต 30 ก.ค. 2562 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 09.57 น.

(30 ก.ค.62) นักมวยถึงไม่ใช่ดารา แต่ก็ถือเป็นบุคคลที่ถูกจับตาจากบรรดาแฟนคลับ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแฟนๆ อยากรับรู้และติดตามความเคลื่อนไหว เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงไปของนักชกหนุ่ม-สาว  รถถัง จิตรเมืองนนท์” และ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ที่โพสต์ภาพคู่สวีตหวานแหววเกินกว่าเป็นจะเป็นเพียงเพื่อนร่วมสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ แฟนมวยจึงสนใจใคร่รู้เป็นธรรมดา และเพื่อให้ความกระจ่างชัดเจนขึ้น วันนี้จึงพาไปฟังจากปากทั้งคู่ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์อยู่ใน “สถานะ” ไหน

เมื่อสอบถามถึงเรื่องหัวใจ แสตมป์ตอบแบบแมนๆ ว่า “ก่อนหน้านี้เขา (รถถัง) เคยทักมาคุยด้วยนานแล้ว แต่ตอนนั้นแสตมป์ยังมีแฟนอยู่จึงไม่ได้อะไร แต่หลังจากที่แสตมป์เลิกกับแฟนไป ประจวบกับที่ทาง วัน แชมเปียนชิพ เชิญแสตมป์ไปดูพี่ยอดแสนไกล (ไอเว แฟร์เท็กซ์) ชกที่ญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งไฟต์นั้นรถถังร่วมชกด้วย จึงได้มีโอกาสกลับมาคุยกัน และตัดสินใจคบกันได้เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว” นักชกสาวจากระยองเล่า

หากปะติดปะต่อเรื่องราวก็จะพอคาดเดาได้ว่า หลังจากศึก ONE: A NEW ERA ที่ญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รถถังกับแสตมป์ก็ได้ถูกเชิญไปร่วมทริปกระชับมิตรภาพ “ONE ELITE RETREAT” ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน ที่โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา ในยางบีช จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเหล่านักสู้ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของ วัน แชมเปียนชิพ มากมาย ในตอนนั้นทั้งคู่น่าจะเริ่มเปิดใจที่จะทำความรู้จักกันมากขึ้นแล้ว

แม้ก่อนหน้านี้แสตมป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่ชอบผู้ชายที่เป็นนักมวยเหมือนกัน แต่หลังจากที่เปิดใจคบหากับคนที่มีอาชีพเดียวกันแบบ รถถัง ก็ทำให้เธอต้องเปลี่ยนความคิด

“แสตมป์เคยคิดว่าเราเป็นนักมวยแล้ว ก็อยากได้แฟนที่ทำอาชีพอื่นบ้าง แต่พอเราได้ลองคบกับคนที่ไม่ใช่นักมวย ก็มีปัญหาเข้าใจกันยากโดยเฉพาะเรื่องเวลา จนมีมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หลังจากได้มารู้จักกับ รถถัง รู้สึกว่าเราเข้ากันได้ง่าย เพราะไม่ว่าเราจะพูดหรือเล่าอะไร เขาก็เข้าใจกับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสาร แม้บางเวลาเขาอาจจะมีงอแงบ้าง เพราะเวลาฝึกซ้อมของเราไม่เหมือนกัน แต่ก็ถือว่าเข้าใจอะไรกันง่ายกว่า” แสตมป์เสริม

ด้านรถถังซึ่งขณะนี้เดินทางถึงกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมตัวขึ้นชิงแชมป์โลก ONE รุ่นฟลายเวต กับแชมป์โลกหนุ่มเมืองผู้ดี “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” ได้เปิดใจเล่าถึงความรักในมุมมองของตนว่า

“จริงๆ แล้วระหว่างผมกับแสตมป์เริ่มต้นขึ้นหลังผมจากผมชกเสร็จที่ญี่ปุ่น และเรามีทริปที่ภูเก็ตต่อ ซึ่งในช่วง 3-4 วันนั้นเป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้ทำความรู้จักเธอมากขึ้น”

“สำหรับผมความรักมันก็เหมือนนักมวยที่โดนหมัด นี่ผมโดนเธอ (แสตมป์) ชกเข้าเต็มๆ ที่หัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตส์ นิสัย มุมมอง ผมโอเคแต่ไม่รู้เขาโอเคกับผมหรือเปล่านะครับ (หัวเราะ)”

แม้ที่ผ่านมา รถถัง จะเคยผ่านการมีชีวิตคู่และมีลูกสาวแล้วหนึ่งคน คือ “น้องแพรวา” อายุ 2 ขวบกว่าซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชัง และแม่ของลูกได้นำไปเลี้ยงที่ต่างจังหวัด แต่ในฐานะพ่อ ความสัมพันธ์กับลูกอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด รถถังยังตั้งใจทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด

“อย่างที่ผมบอกว่า ความรักเหมือนนักมวยที่โดนหมัด วันนี้ฟิต ออกเสต็ปได้ เราก็ชนะ วันไหนเราไม่ฟิต เล่นไม่ออกเราก็แพ้ เราก็แค่ประคองเกมให้ผ่านไป อย่าให้ถึงกับโดนน็อก ถ้าแพ้คะแนนเรายังมีโอกาสแก้ตัวในไฟต์หน้า แต่ถ้าโดนน็อกขึ้นมาก็จบ ความรักก็เช่นกัน”

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

แม้ทั้งรถถังและแสตมป์อาจยังตะขิดตะขวงใจที่จะให้คำจำกัดความสำหรับ “สถานะ” ในตอนนี้ แต่การมี “คนพิเศษ” ที่ทำให้โลกใบนี้เป็นสีชมพู และมีพละกำลังฮึกเหิมที่จะฝ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ ตราบใดที่ทั้งคู่รู้จักหน้าที่และอยู่ภายในกรอบของประเพณีอันดีงาม การมีคนพิเศษก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

ความคืบหน้าเรื่องส่วนตัวอาจต้องค่อยๆ ให้เวลาทั้งคู่ศึกษากันต่อไป แต่สำหรับเรื่องงานนอกจาก รถถัง จะเตรียมขึ้นชิงแชมป์โลกในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ดังที่เกริ่นไปแล้ว ด้าน “แสตมป์” เองก็มีนัดเปิดตัวครั้งแรกในฐานะนักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานบนสังเวียน วัน แชมเปียนชิพ ในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี หากทั้งคู่ประสบความสำเร็จในไฟต์ที่จะถึงนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะมี “คู่จิ้น” แชมป์โลก ONE คู่แรกของรายการเลยทีเดียว

รถเหล็ก ตีตั๋วบินมะนิลาชนนักมวยพันธุ์หมาบ้า “แอนดรูว์ มิลเลอร์”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...