โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่เด็กม.2 ถูกเพื่อนรุมตบ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด เหยื่อผวาถูกเล่นงานซ้ำ อยากย้ายร.ร.

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2562 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2562 เวลา 10.55 น.

แม่เด็กม.2 ถูกเพื่อนรุมตบ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด เหยื่อผวาถูกเล่นงานซ้ำ อยากย้ายโรงเรียน บอกชายหญิงคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่โกรธเพื่อนที่รุมทำร้าย แม่รับไม่ได้กับพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ทั้งที่เป็นคนเพื่อนบ้านเดียวกัน

จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กชื่อ“ข่อยฮักชนบท” โพสต์ภาพและคลิปเด็กนักเรียนหญิงของโรงเรียนแห่งหนึ่งระบุว่าอยู่ใน อ.ชนบท จ.ขอนแก่น นักเรียนหญิงในชุดพละรุมทำร้ายร่างกายเพื่อนในห้องแบบ 3 รุม 1 โดยแชร์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง ซึ่งจากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องเรียนชั้นม.2 อาคาร 3 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ขณะที่โรงเรียนเรียกผู้ปกครอง 3 นักเรียนหญิงชั้นม.2 ที่รุมตบเพื่อน เข้าสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนครอบครัวเหยื่อเตรียมแจ้งความเอาผิด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ถูกเพื่อนรุมตบ / ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ส.ค. นางพูนทรัพย์ โยธา ผู้อำนวยการของโรงเรียน พร้อมครูฝ่ายปกครอง พูดคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนหญิงทั้ง 3 คน ตามที่ปรากฎในคลิปภาพ รวมทั้งการ ส่งตัวน้องกอหญ้า (นามสมมุติ) วัย 14 ปี ที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย ไปตรวจร่างกายที่รพ.ชนบท ซึ่งตลอดเวลาที่พูดคุยกันนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีดูแลความสงบ เรียบร้อยตลอดเวลา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

แม่ของน้องกอหญ้า อายุ 43 ปี ชาว อ.ชนบท จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ลูกสาวโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าถูกเพื่อนนักเรียนรุมทำร้ายร่างกายในห้องเรียน ซึ่งเป็นช่วงก่อนเคารพธงชาติ หลังทำร้ายร่างกายในช่วงเช้าไปแล้ว เพื่อนๆ ทั้ง 3 คน ยังบอกว่าตอนเที่ยงเจอกัน ซึ่งหมายถึงเพื่อนทั้ง 3 คนจะทำร้ายร่างกายลูกสาวซ้ำเป็นครั้งที่ 2 แต่ช่วงที่ยังไม่พักเที่ยง รุ่นพี่ที่เรียนม.3 รู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงนำเรื่องไปแจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง ทำให้ทางโรงเรียนทราบเรื่อง

“เรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวยอมรับว่าเสียใจมาก อยากให้โรงเรียนเพิ่มมาตรการการดูแลนักเรียนให้มากขึ้นกว่านี้ ถ้าหลังจากนี้หากไม่มีการแก้ไขก็จะย้ายลูกไปเรียนที่อื่น เพระเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ทั้งนี้ในส่วนของนักเรียนและครอบครัวที่รุมทำร้ายลูกสาวนั้น ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะพูดคุย เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมของนักเรียนชั้นม.2 ที่มีความรุนแรง ทั้งที่เป็นเพื่อนเล่นกันและเป็นคนบ้านเดียวกัน ขอยืนยันตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด” แม่น้องกอหญ้า กล่าว

ด้าน น้องกอหญ้า กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้ยินแต่เพื่อนพูดว่า รู้เรื่องที่เพื่อนชายที่เป็นแฟนของคนชื่อนุ่น แอบคุยกับตนจึงไม่พอใจจึงพากันทำร้าย ในความเป็นจริงหญิงชายคุยกันเป็นธรรมดา แต่ไม่คิดว่าเพื่อนจะโกรธและมาทำร้ายแบบนี้ โดยส่วนตัวให้อภัยเพื่อนทั้ง 3 คน แต่ก็กังวลว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงอยากย้ายไปเรียนที่อื่น

ขณะที่ นางพูนทรัพย์ โยธา ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า ขณะนี้ส่งตัวน้องกอหญ้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชนบท ซึ่งผลแพทย์ออกมาไม่มีสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างปลอดภัยดี มีเพียงรอยฟกช้ำในร่างกายเล็กน้อย

ส่วนเรื่องที่นักเรียนหญิง 3 คน รุมทำร้ายน้องกอหญ้าในห้องเรียนนั้น เกิดขึ้นในช่วงเช้าก่อนเคารพธงชาติ ทางโรงเรียนทราบเรื่องในช่วงเที่ยงวันที่ 27 ส.ค. ครูฝ่ายปกครองก็เรียกนักเรียนทั้งหมดมาอบรม ทำความเข้าใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงให้รายละเอียดการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปแล้วนำไปเผยแพร่ มีความผิดทางกฎหมายในเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

“โรงเรียนเชิญผู้ปกครองพร้อมนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายมาพบกัน เพื่อทำความเข้าใจกัน โดยที่ทางโรงเรียนว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนว่าใครที่มีพฤติกรรมดังกล่าวจะถูกหักคะแนนความประพฤติ 20 คะแนน และห้ามเอาโทรศัพท์มือถือมาที่โรงเรียน หากใครนำมาและครูฝ่ายปกครองพบเจอก็จะถูกยึดไว้ จนกว่าจะเลิกเรียน” ผอ.พูนทรัพย์ กล่าว

นางพูนทรัพย์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะไม่อยากให้เกิดขึ้น นักเรียนจำนวน 140 คน ที่เรียนในโรงเรียนแห่งนี้คือลูกหลานของชาวชุมชนและหมู่บ้านในพื้นที่ ต่างก็เป็นญาติพี่น้องกันทั้งนั้น

เมื่อเกิดเรื่องและทราบเรื่องจึงรีบแก้ไข ให้ทั้ง 2 ฝ่าย พบกันขอโทษซึ่งกันและกัน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของครู แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วโรงเรียนก็แก้ไขให้ดีที่สุด ให้นักเรียนได้เรียนหนังสือร่วมกันอย่างปกติสุข และอยากให้ทุกฝ่ายจบเรื่องกันในทางที่ดีไม่อยากให้ไปสู่ขบวนการทางกฎหมาย เพราะนักเรียนทุกคนเป็นเยาวชนและเป็นลูกหลานของชาวชุมชนและศิษย์ของครูอาจารย์ในโรงเรียน หากจบทุกอย่างที่โรงเรียน เชื่อว่าทุกคนจะมีอนาคตที่ดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...