โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หนุ่มปทุมฯ ทำธุรกิจหญ้าปูสนาม ปลูกหญ้านวลน้อยเป็นหลัก ตลาดต้องการสูง รายได้ดีต่อเนื่อง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 03.00 น.

การทำไร่หญ้า หรือการปลูกหญ้าเพื่อจำหน่าย นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพทำเงินได้เป็นอย่างดี โดยแหล่งผลิตหญ้าปูสนามที่สำคัญเกือบทั้งหมดจะอยู่ในพื้นที่มีนบุรี, จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนครนายก เนื่องด้วยสภาพพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม ประกอบกับการเป็นแหล่งซื้อขายต้นไม้ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงง่ายต่อการติดต่อซื้อขาย ถ้าหากใครที่ต้องการจัดสวน ปูสนาม ก็ต้องนึกถึงแหล่งผลิตที่นี่ แต่การปลูกหญ้าปูสนาม ยังเป็นอาชีพที่ไม่ใช่ใครทำก็ได้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่เยอะในการปลูกขยายพันธุ์ และต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญของทั้งเจ้าของธุรกิจและคนงานอยู่มากพอสมควร ถึงจะประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าท่านใดสามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดเหล่านี้ไปได้ การทำธุรกิจหญ้าสนามถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมที่น่าสนใจไม่น้อย

คุณมูฮัมหมัดศอดิก ประดับญาติ หรือ บังหมัด เจ้าของสวนประดับสกุล พันธุ์ไม้ ไร่หญ้า ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 35/5 หมู่ที่ 4 คลองสิบสาม ซอยประดับญาติ ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี Young Smart Farmer รุ่นใหม่ไฟแรง ที่ยึดอาชีพการทำหญ้าปูสนามมานานกว่า 6 ปี พร้อมกับการทำไทรช้อนเงินช้อนทองเสียบยอด เป็นอาชีพเสริมฟันรายได้ต่อเดือนไม่น้อย

บังหมัดเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่วงการปลูกหญ้าปูสนามให้ฟังว่า การปลูกหญ้าปูสนามเกิดขึ้นหลังจากที่ตนเองเรียนจบจากต่างประเทศ จากนั้นได้แต่งงานมีครอบครัว ซึ่งธุรกิจหญ้าปูสนามเป็นธุรกิจที่ครอบครัวภรรยาแนะนำสนับสนุน โดยมีพี่ชายของภรรยาประกอบอาชีพนี้อยู่ และได้ให้คำปรึกษาเรื่องการทำไร่หญ้ามาตลอด ประกอบกับพื้นฐานที่บ้านคุณพ่อและญาติพี่น้องคลุกคลีอยู่ในวงการเกษตรปลูกไม้ประดับเป็นอาชีพมาก่อนแล้ว ตนเองเริ่มทำมาตั้งแต่อายุ 12 ปี เริ่มจากการทำต้นไม้ประดับไทรเสียบยอดช้อนเงินช้อนทอง ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณพ่อและคุณลุง จนทุกวันนี้ผ่านมา 18-19 ปี ไทรเสียบยอดช้อนเงินช้อนทองก็ยังได้รับความนิยม ส่วนการปลูกบอนไซทำด้วยใจรัก ตนเองจึงเลือกที่จะทำทั้งสองอย่างด้วยใจรักควบคู่ในการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้มั่นคง

**“หญ้านวลน้อย” สายพันธุ์หลักสร้างรายได้

ปลูกง่าย ตลาดต้องการสูง จัดเป็นหญ้าอเนกประสงค์**

บังหมัด บอกว่า การทำไร่หญ้าของตนเองจะเน้นปลูกหญ้านวลน้อยเป็นหลักเพียงสายพันธุ์เดียว เพราะเป็นหญ้าสายพันธุ์ที่ปลูกและดูแลง่าย ทนทุกสภาพอากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ตลาดมีความต้องการสูง ใช้งานได้หลากหลาย เช่น นำไปปูสนามกีฬา สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ สวนหย่อมบริเวณบ้าน สนามกอล์ฟ เป็นต้น หากนำมาเปรียบเทียบกับหญ้ามาเลเซียที่ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน แต่มีการดูแลที่แตกต่างกันคือ หญ้ามาเลเซีย เป็นหญ้าที่ต้องการน้ำอย่างเพียงพอหรือดินมีความชุ่มชื้นเสมอ ควรปลูกไว้ในสถานที่มีแดดรำไร หรือถ้าหากเป็นหญ้าพาสพาลั่ม เป็นหญ้าสายพันธุ์ที่สนามฟุตบอลระดับโลกไว้วางใจ ใช้ปูสนาม ให้ความสวยงาม เดินแล้วนุ่มเท้า และยังช่วยลดการบาดเจ็บของนักกีฬาได้ แต่ยังไม่ได้รับความนิยมในไทยเท่าที่ควรเนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้ความพิถีพิถันในการปลูกและดูแลมากเป็นพิเศษ

โดยปัจจุบันมีพื้นที่ทำนาหญ้าทั้งหมด 8 ไร่ แบ่งปลูกเป็น 4 ล็อก ล็อกละ 1,200-1,400 ตารางเมตร ในแต่ละล็อกหญ้าจะออกมาไม่พร้อมกันเป็นการวางแผนการวางเพื่อให้มีหญ้าขายได้ตลอดทั้งปี หรือถ้ามีการสั่งจองล่วงหน้าก็สามารถวางแผนให้หญ้าออกจำหน่ายได้พร้อมกัน

การเตรียมพื้นที่ปลูกหญ้า

สำหรับการทำไร่หญ้าครั้งแรก บังหมัด บอกว่า อาจจะต้องใช้ต้นทุนสูงในการปรับหน้าดินให้เสมอกันและดินต้องแน่น น้ำอย่าให้ขาด แต่ถ้าผ่านครั้งแรกไปได้ครั้งต่อไปก็ไม่มีอะไรมาก

“ในแต่ละครั้งที่เราแซะหญ้าไปขาย เราจะเหลือหญ้าส่วนหนึ่งเก็บไว้เพื่อทำการขยายพันธุ์ในครั้งต่อไป ซึ่งก่อนที่จะเริ่มดำหญ้า เราจะต้องล้างทำความสะอาด ฉีกเศษหญ้าเก่าออกให้หมด ล้างทำความสะอาดพื้นจนมั่นใจว่าสะอาดพอแล้ว จากนั้นจะใช้คนงานฉีกหญ้าเป็นแผ่นเล็กๆ มาดำ เรียกว่าการดำหญ้า โดยในระหว่างการฉีกแปะหญ้า จะมีการเปิดน้ำหล่อไปด้วย ทีนี้หลังจากดำหญ้าเสร็จจะเป็นขั้นตอนการขึ้นเลน คือการดูดเลนขึ้นมารดหญ้า เพื่อให้หญ้ายึดเกาะติดกับพื้น แล้วตากเลนทิ้งไว้ 1 วัน แล้วรดน้ำในวันถัดมา เพราะถ้ารดน้ำในวันเดียวกัน น้ำจะชะล้างเอาเลนออกไปหมด”

การดูแลใส่ปุ๋ย พื้นที่ปลูกประมาณ 1,400 ตารางเมตร ใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 40 วัน ถึง 1 เดือน เฉลี่ยค่าปุ๋ยประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อ 1 ล็อก ซึ่งในระยะเวลาก่อนที่จะแซะหญ้าขายได้จะมีการตัดใบ 2 ครั้ง และในเรื่องของการหว่านปุ๋ยจะหว่านทั้งหมด 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 หลังจากการขยายพันธุ์เสร็จ 1-2 วัน เริ่มใส่ปุ๋ยครั้งแรก

ครั้งที่ 2 นับไปอีก 10 วัน เป็นช่วงตัดใบครั้งแรก พร้อมกับการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2

ครั้งที่ 3 นับไปอีก 10 วัน เป็นช่วงตัดใบครั้งที่ 2 พร้อมกับการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3

โดยปุ๋ยที่ใส่จะมีอยู่ 2 สูตรหลักๆ คือ ปุ๋ยยูเรีย กับปุ๋ยสูตร 18-4-5 ครั้งละประมาณครึ่งกระสอบ ในช่วงนี้ปุ๋ยยูเรียมีราคาแพงอาจจะแบ่งใส่เป็น 3 ส่วน ให้ได้ 3 ครั้งต่อ 1 กระสอบ นำปุ๋ยทั้ง 2 สูตรมาผสมกันแล้วหว่านให้ทั่ว

ส่วนปุ๋ยเกล็ด 25-5-5 ใช้ผสมน้ำฉีดในช่วงหลังตัดใบครั้งที่ 2 เป็นสูตรเฉพาะของที่ไร่ เพื่อเป็นการบำรุงให้หญ้ามีความเขียว สวยงาม ก่อนที่จะจำหน่าย

ระบบน้ำ ให้ดูจากสภาพอากาศเป็นองค์ประกอบ หากวันไหนสภาพอากาศค่อนข้างร้อน ฝนไม่ตก จะรดน้ำวันละ 3 ครั้ง ด้วยระบบน้ำสปริงเกลอร์ และพอถึงช่วงใกล้ครบกำหนดก่อนแซะหญ้าขายประมาณ 1 อาทิตย์ ให้งดน้ำ 1-2 วัน เพื่อไม่ให้หญ้าพุ่งจนเกินไป ซึ่งถ้าหากวันที่แซะหญ้าแดดแรงไป ให้โชยน้ำสักหน่อยเพื่อให้แซะหญ้าได้ง่ายขึ้น

โรคแมลง จะเจอหนอนที่มากัดกินหญ้า พบมากในช่วงฤดูหนาว หรือมีวิธีการสังเกตง่ายๆ คือถ้ามีนกลงมาเมื่อไหร่ แปลว่ามีหนอน ที่ไร่จะป้องกันและกำจัดด้วยการผสมฮอร์โมนฉีดพ่น

ราคาขายหญ้าต่อ 1 ตารางเมตร ขึ้น-ลง ตามกลไกของตลาด ต้องดูสถานการณ์ตลาดกลางประกอบว่าความต้องการของหญ้ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีความต้องการของตลาดมาก หญ้าอาจจะหาได้ยากขึ้น ราคาหญ้าก็จะปรับสูงขึ้นตาม หรือถ้าช่วงไหนหญ้าล้น ติดช่วงเทศกาลราคาก็จะปรับลดลงมา

“ในช่วงเทศกาลเช่นเดือนเมษายน คือคนหยุดงานพักผ่อน ไปเที่ยวออกต่างจังหวัด ถ้าเกิดไร่ไหนมีหญ้าหลงเหลืออยู่ในช่วงนี้ ราคาหญ้าก็อาจจะดรอปลงมา ซึ่งถ้าหากสวนไหนขายหญ้าในไร่เพียงอย่างเดียว ไม่รับจัดสวน ไม่รับปูสนาม ทุนกำไรก็ได้ไม่มาก สมมุติว่าหญ้า 1 ล็อก มีเนื้อที่ใช้ขยายพันธุ์หญ้าอยู่ 1,900 ตารางเมตร เราสามารถที่จะขายหญ้าในล็อกนี้ได้เพียงแค่ 1,400 ตารางเมตร ส่วนอีก 500 ตารางเมตร เราจะเก็บไว้เป็นหญ้าพันธุ์ เพื่อที่จะขยายพันธุ์ในครั้งถัดไป แล้วในขั้นตอนตั้งแต่การดำหญ้าจนถึงขั้นตอนแซะหญ้า มันจะมีงบลงทุน ถ้าในตอนนั้นขายหญ้าได้ตารางเมตรละ 15 บาท จากในไร่ 1,400 ตารางเมตร จะตกที่ 21,000 บาท หักต้นทุนออกไป 10,000 บาท ในเรื่องของค่าดูแลของคนงาน จะมีค่าดูแลตกตารางเมตรละ 1 บาท แล้วจะมีค่าแซะหญ้าตารางเมตรละ 2.50 บาท ค่าปุ๋ยต่อ 1 ล็อก อีกประมาณไร่ละ 3,000 กว่าบาท”

ปัจจุบัน ราคาขายในไร่ อยู่ที่ประมาณ 15-16 บาทต่อ 1 ตารางเมตร หญ้า 1 แผ่นจะมีความกว้าง 50×100 เซนติเมตร 2 แผ่นเท่ากับ 1 ตารางเมตร เฉลี่ยแล้วราคาจะไม่ต่ำกว่า 11 บาท และราคาสูงสุดที่เคยได้ 18-19 บาทต่อ 1 ตารางเมตร หากคิดเป็นรายได้ในราคาตารางเมตรละ 15 บาท หญ้า 1 ล็อก จะได้กำไรล็อกละ 10,000 บาท หากขายได้พร้อมกัน 2 ล็อก กำไรก็ 20,000 บาท ถือเป็นอาชีพเสริมที่น่าสนใจสำหรับคนที่มีพื้นที่ และมีคนงานที่ไว้วางใจได้ เพราะเจ้าของสวนจะมีเวลาไปทำงานเสริมอย่างอื่น หรือถ้าท่านใดอยากทำเป็นอาชีพหลักก็ยิ่งดี เพราะจะหมายความว่าต้นทุนค่าแรงงานก็จะต่ำลง กำไรจะเพิ่มขึ้น

การตลาด หาได้ไม่ยากเนื่องจากที่นี่มีข้อได้เปรียบตรงที่ร้านตั้งอยู่ในละแวกของคนทำไร่หญ้า และคนจัดสวนอยู่แล้ว การหาตลาดจึงไม่ใช่เรื่องยากอาศัยช่องทางจากคนรู้จักบ้าง คอนเน็กชั่นจากญาติพี่น้องที่มีอยู่แล้วบ้าง ซึ่งการทำนาหญ้าไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้ เมื่อถึงเวลาหญ้าออก จะมีคนติดต่อมาตลอด เพราะความต้องการของตลาดมีอยู่เรื่อยๆ รวมถึงปัจจุบันเป็นยุคของสื่อโซเชียล ทางสวนก็จะใช้โอกาสจากช่องทางนี้ในการหาลูกค้าเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง

**เกษตรกรมือใหม่อยากลงทุน

ต้องเตรียมตัวอย่างไร**

ต้องมีงบลงทุนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะไร่หญ้าปกติที่ทำกันทั่วไป เดิมเป็นผลพลอยมาจากการทำนาครั้งเก่า เป็นพื้นที่นาเก่า ซึ่งถ้าหากเป็นพื้นที่นาเก่าหรือว่าเป็นพื้นที่ที่เคยทำไร่หญ้ามาก่อนงบลงทุนจะไม่มาก อาจจะเป็นการเซ้งต่อ แต่ถ้าเป็นไร่หญ้าเก่าจะยิ่งดีตรงที่ว่าอาจจะไม่ต้องวางระบบน้ำใหม่ หรือค่าอุปกรณ์ อย่างอื่นจิปาถะ หากใครอยากเป็นรุ่นบุกเบิก คงต้องมาเรียนรู้การปลูกหญ้าก่อน คุณต้องมีทีมงานที่เป็นงานเพราะว่าการทำไร่หญ้าต้องอาศัยประสบการณ์ ไม่ใช่ใครทำก็ได้ คนทำต้องมีความรู้เรื่องการขยายพันธุ์หญ้า แม้แต่การแซะหญ้ามันก็ต้องมีความรู้ในการแซะ แซะยังไงให้ออกมาเป็นแผ่นสวยงาม ส่วนเรื่องการตลาดถ้ามือใหม่ไม่รู้จักใครเลยก็ต้องใช้เวลาในการสร้างคอนเน็กชั่นสักพัก แต่จะไม่ได้ยากเหมือนสมัยก่อนเพราะสมัยนี้สื่อโซเชียลพัฒนาไปไกล ก็ให้ใช้ช่องทางตรงนี้ในการโปรโมตตัวเองไป” บังหมัด กล่าวทิ้งท้าย

ท่านใดสนใจหญ้าปูสนามหรือสนใจสอบถามรายละเอียดการทำธุรกิจหญ้าปูสนามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 098-369-9704 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : สวนประดับสกุล พันธุ์ไม้ ไร่หญ้า และ PDS Bonsai บอนไซประดับสกุล

……………………………………………………

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิงก์ https://shorturl.asia/0zJwQ – Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...