โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เพกาต้นเตี้ย ขยายพันธุ์ด้วยราก ต้นเตี้ย ให้ผลผลิตเร็ว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

เพกาต้นเตี้ย เป็นพืชในตระกูลแคหางด่าง มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ที่มาเลเซีย หรือที่จังหวัดนราธิวาส เรียก เบโด ภาษาทางเหนือเรียก มะลิ้นไม้ หรือมะลิดไม้ จังหวัดเลยเรียก หลิ่นไม้ ลิ้นฟ้า

เพกา เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยพบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ มีทั้งต้นสูงและต้นเตี้ย สายพันธุ์เพกาที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฉะเชิงเทรา ปลูกทดสอบ มีลักษณะเด่นคือ ต้นเตี้ย ให้ผลผลิตเร็ว ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ และการชำราก ต้นโตเต็มที่ สูงเพียง 4-5 เมตร เก็บฝักอ่อนได้ง่าย ฝักมีขนาดใหญ่และยาว มีดอกและติดฝักได้เร็ว ปลูกประมาณ 6-8 เดือน ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

เพกา เป็นพืชอาหารในตำรายาแผนโบราณของจีน ระบุสรรพคุณ ผลหรือฝักของเพกา มีสรรพคุณแก้อักเสบ ลดไข้แก้ปวด มีสารป้องกันโรคภูมิแพ้ มีรายงานผลการวิจัยจากหลายแหล่งระบุว่า การแสดงฤทธิ์ของเพกาสารสกัดจากเปลือก ราก มีฤทธิ์ลดกรดในกระเพาะ ป้องกันเยื่อบุทางเดินอาหาร ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ตลอดจนช่วยบรรเทากรดไหลย้อนหลอดอาหารและหลอดอาหารส่วนบน และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง

เพกา จัดเป็นพืชสมุนไพรประเภท 2 ตามตำรับแพทย์แผนไทย ทุกส่วนมีสรรพคุณใช้รักษาและป้องกันโรคได้ เช่น เปลือกต้น มีรสฝาดเย็นขมเล็กน้อย ใช้ตำผสมกับสุรา ทาหรือพ่นตามตัวสตรีที่ทนต่อการอยู่ไฟไม่ได้ ทำให้หนังชา สมานแผล ทำให้น้ำเหลืองปกติ ดับพิษโลหิต ฝักแก่มีรสขม แก้ร้อนในกระหายน้ำ ฝักอ่อน รสขมร้อน ช่วยขับลม ผายลม เมล็ดแก่ รสขม ช่วยระบายท้อง ราก ช่วยบำรุงธาตุ ช่วยให้เกิดน้ำย่อยอาหาร แก้ท้องร่วง ฝนกับน้ำปูนใส ทาแก้บวมอักเสบ ด้วยที่เพกาเป็นพืชพื้นบ้านที่สามารถนำมารับประทานในชีวิตประจำวัน และให้ประโยชน์ด้านการรักษาโรคตามภูมิปัญญาชาวบ้าน

พื้นที่ปลูกเพกาต้นเตี้ย ในประเทศไทยส่วนใหญ่พบมากทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีทั้งพันธุ์ต้นสูงและพันธุ์ต้นเตี้ย การเจริญเติบโตของต้นเพกาขึ้นอยู่กับปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชหลายอย่างที่แตกต่างกัน พันธุ์เพกาต้นเตี้ยที่ปลูกในพื้นที่ใกล้เคียงกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทำการศึกษาสภาพดินและสิ่งแวดล้อม และแหล่งปลูกที่เหมาะสม ปัจจุบัน เพกาต้นเตี้ย กำลังได้รับความนิยมปลูก เพราะปลูกได้บนที่ดอนหรือพื้นที่ใช้น้ำน้อย อีกทั้งพื้นที่รอบๆ ศูนย์และบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ดอน ถ้าหากลักษณะดินเป็นดินทราย ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินเสียก่อน

คุณสมเกียรติ์ คุ้มกัน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ประจำศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา ชี้แจงว่า ศูนย์ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องการปลูกเพกาต้นเตี้ยบนที่ดอน ใช้ระยะปลูก 4×4 เมตร เป็นแถวยาว 60 เมตร เตรียมหลุมปลูก 50×50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม 10 กิโลกรัม ต่อหลุม เมื่อต้นเพกาอายุได้ 1 เดือน ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 จำนวน 200 กรัม และปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม ต่อต้น โดยการหว่านรอบโคนต้น ในครั้งต่อไปใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 จำนวน 200 กรัม ร่วมกับปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม ต่อต้น เมื่อผ่านไป 3 เดือน จำเป็นต้องกำจัดวัชพืช หลังจากนั้นเป็นเวลา 8 เดือน เพกาต้นเตี้ยเริ่มให้ผลผลิต

จากนั้นจึงเริ่มทดสอบการขยายพันธุ์ ด้วยการตัดรากมาเพาะชำ ผลปรากฏว่าการชำรากได้ผลดีมาก จำนวนรากออกมาก ซึ่งการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการชำราก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะขยายพันธุ์เพกาต้นเตี้ยที่เหมาะสม อีกทั้งเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรฉะเชิงเทรา โทร. 081-683-9619

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ.2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...