โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โอด “กรุงเทพ-เบตง” ขาดทุนยับ นกแอร์ กัดฟันบินถึงสิ้น ต.ค.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2565 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 07.57 น.

แม้ว่าที่ผ่านมาหลายภาคส่วนพยายามชุบชีวิตเส้นทางบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เบตง (นราธิวาส) โดยให้บริษัททัวร์ทำการเหมาที่นั่งของสายการบินจำนวน 60 ที่นั่ง จากทั้งหมด 86 ที่นั่ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน

โดยมี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำแคมเปญ “#เบตง หรอยแรง แหล่งใต้” สนับสนุนกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ลดค่าเช่าสำนักงาน ณ ท่าอากาศยานเบตง และลดค่าธรรมเนียมในการขึ้น-ลงอากาศยาน (landing fee)

แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็มีกระแสข่าวว่า หาก “นกแอร์” ทำการบินครบ 3 เดือน (29 เมษายน-31 กรกฎาคม 2565) สายการบินจะมีผลขาดทุนในเส้นทางดังกล่าวรวม ๆ แล้วกว่า 40 ล้านบาท

“ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ซีอีโอสายการบินนกแอร์ ประเมินว่า แม้ว่าจะมีบริษัททัวร์เข้ามาเหมาที่นั่ง จำนวน 60 ที่นั่ง ตลอด 3 เดือนของการให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เบตง แต่ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนราว 15-20 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การลงนามความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้แคมเปญ “#เบตง หรอยแรง แหล่งใต้ สไตล์นกแอร์” ระหว่างสายการบินนกแอร์ บริษัททัวร์ ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ กำลังจะจบลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ “นกแอร์” มีแผนจะทำการบินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2565

“ที่ผ่านมาเราได้รับการสนับสนุนค่าเช่าสำนักงาน ณ ท่าอากาศยานเบตง โดยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ราวเดือนละ 8-9 พันบาท และค่าธรรมเนียมในการขึ้น-ลงอากาศยานอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวเป็นเพียงบางส่วนของข้อเสนอที่สายการบินยื่นคำขอไปยังภาครัฐเท่านั้น ดังนั้นเราจะพยายามบินต่อจนครบ 6 เดือน หากยังไม่มีการช่วยเหลือเพิ่มเติม พฤศจิกายนนี้คงต้องหยุดบิน”

พร้อมให้ข้อมูลว่า หากนกแอร์ยังได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐเทียบเท่าปัจจุบัน และยังมีบริษัททัวร์เข้ามาช่วยเหมาที่นั่งส่วนหนึ่งเหมือนเดิม ก็ยังเชื่อว่าในช่วงที่ทำการบินต่อตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคมไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ สายการบินก็ยังจะมีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อไป

เพราะไม่สามารถปรับราคาเส้นทางดังกล่าวขึ้นได้มากนัก เนื่องจากหากราคามีระดับสูง นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งอาจเลือกเดินทางไปต่างประเทศแทน

“ดร.วุฒิภูมิ” บอกว่า การจะเปิดเส้นทางบินเบตงให้ทำการบินได้อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.ภาครัฐควรออกมาตรการสนับสนุนและกระตุ้นภาคเอกชนให้เกิดการลงทุนในพื้นที่เบตง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของประชากร และมีนักท่องเที่ยวธุรกิจเดินทางมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว ระบบโครงสร้างพื้นฐาน

2.ส่งเสริมให้มีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT : free independent travelers) เพิ่มมากขึ้น และ 3.ส่งเสริมการเชื่อมเที่ยวบินจากเบตง สู่ประเทศมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา

“ภาคเอกชนต้องการความชัดเจนในมาตรการการช่วยเหลือเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอำเภอเบตงในระยะยาว เพื่อให้สามารถวางแผนการทำธุรกิจได้ การมีเพียงแผนระยะสั้นอย่างเดียวไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ”

และทิ้งท้ายว่า ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันปรับปรุงซัพพลายภาคการท่องเที่ยวอำเภอเบตงให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำที่มีความสะอาด ความสว่างของไฟถนน ภาคการโรงแรม ฯลฯ เพื่อรองรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...