โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดปมปัญหาโรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช ความท้าทายของ ‘กทม.ยุคใหม่’

VoiceTV

อัพเดต 20 มิ.ย. 2565 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 07.32 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์
  • กรุงเทพฯ เมืองหลวงผลิตขยะวันละราว 10,000 ตัน
  • เฉลี่ยแล้วคนกรุงเทพฯ แต่ละคน สร้างขยะวันละ 2 ก.ก.
  • เกือบครึ่งหนึ่งเป็นเศษอาหาร อีกเกือบ 20% เป็นพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้
  • ในจำนวนขยะทั้งหมดของกรุงเทพฯ ใช้วิธีขนไปฝังกลบที่นครปฐม-ฉะเชิงเทราเสีย 80%
  • รัฐบาลมีเป้าหมายว่าจะลดการฝังกลบให้เหลือ 30% ภายในปี 2567 โดยเอาขยะอินทรีย์จำนวนมากไปทำปุ๋ยหมัก เชื้อเพลิงแข็ง (RDF) ก๊าซชีวภาพ และผลิตไฟฟ้า
  • กทม.ใช้งบประมาณเกี่ยวกับการจัดการขยะทั้งหมดกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 10% ของงบประมาณทั้งหมด
  • กทม.มีศูนย์กำจัดขยะขนาดใหญ่ 3 แห่ง คือ สายไหม หนองแขม อ่อนนุช

-สายไหม : ยังไม่มีเตาเผาขยะ กำลังจะมีการพิจารณาในอนาคต

-หนองแขม : ดำเนินการเอาขยะไปผลิตไฟฟ้า รองรับขยะวันละ 500 ตันมาตั้งแต่ปี 2559 และกำลังขยายโปรเจ็คใหม่ที่บริษัทซีแอนด์จีฯ ชนะการประมูลไปเมื่อปี 2562 รองรับขยะเพื่อผลิตพลังงานได้ 1,000 ตันต่อวัน

-อ่อนนุช : นำขยะไปผลิตไฟฟ้า รองรับขยะวันละ 800-1,000 ตันต่อวัน บริษัทที่ชนะประมูลเมื่อปี 2562 คือ นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เครือเดียวกับบริษัทซีแอนด์จีฯ ที่หนองแขม

  • ทั้งหนองแขม-อ่อนนุช ได้ฉายาว่า 'โครงการเตาเผาขยะ 12,000 ล้าน' ที่โจษจันกันว่า รองผู้ว่าฯ ขณะนั้น (ปี 2562 ยุคพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) ถึงกับยอมลาออก เพราะไม่อยากเซ็นอนุมัติทั้ง 2 โครงการที่มีเอกชนไปร้องเรียนเรื่องการ 'ล็อกสเป็ก' ประมูล ขณะนี้เรื่องอยู่ ป.ป.ช.
  • รองผู้ว่าฯ ยุคนั้นที่ลาออก กลายเป็นรองผู้ว่าฯ อีกหนในสมัยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั่นก็คือ จักกพันธุ์ ผิวงาม
  • เหตุที่เรียกขานว่า 'โครงการเตาเผาขยะ (2 แห่ง) 12,000 ล้าน' นั่นก็เพราะแม้จะเป็นสัญญาแบบ BOT(Build-Operate-Transfer) คือเอกชนลงทุนก่อสร้างเอง และทรัพย์สินจะเป็นของกทม.ภายหลังสิ้นสัญญาราว 20 ปี แต่ระหว่างทาง กทม.ต้องจ่ายค่าเหมาจ่ายดำเนินการให้เอกชนช่วง 20 ปีนั้นรวมแหล่งละประมาณ 6,000 กว่าล้านนั่นเอง
  • ประเด็นร้อนขณะนี้คือ กรณีของอ่อนนุช เพราะมีการร้องเรียนจากชุมชนเกี่ยวกับมลภาวะ อีกทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ ทั้ง ‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ จากพรรคก้าวไกล รวมถึง ‘รสนา โตสิตระกูล’ ผู้สมัครอิสระก็ลงพื้นที่ช่วยกระจายเสียงชาวบ้าน จนกระทั่งศูนย์จำกัดขยะอ่อนนุชถูกสั่งปิดกิจการเพื่อให้ปรับปรุง และชาวบ้านโดยรอบก็ยังคงร้องเรียนต่อเนื่อง

#เกิดอะไรขึ้นที่อ่อนนุช ?

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม ลงพื้นที่ร้องเรียนโรงขยะอ่อนนุช เมื่อ 17 มิ.ย.2565 (ภาพถ่ายโดย สุภาพร ธรรมประโคน)

ทำความเข้าใจก่อนว่า ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช มีพื้นที่ 580 ไร่ รองรับขยะ 3,400-4,000 ตันต่อวัน ภายในศูนย์นี้แบ่งเป็นหลายส่วน หลายผู้รับผิดชอบ ดังนี้

(1) สถานีขนถ่ายมูลฝอย รองรับขยะ 1,000 ตันต่อวัน ตรงนี้บริษัท ไพโรจน์สมพงษ์พาณิชย์ จำกัด ชนะประมูลในการรวบรวมนำขยะมาเท ดันเข้าอาคาร เทลงรถบรรทุกคลุมพลาสติกเพื่อนำไปฝังกลบอย่างมีมาตรฐาน ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

(2) โรงจำกัดมูลฝอยด้วยการหมักปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีอยู่ 2 โรง รองรับขยะได้วันละ 1,600 ตัน รับผิดชอบโดย บริษัท ยูโรเวสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยจะมีการคัดแยกมือและแม่เหล็ก เพื่อแยกขยะรีไซเคิล ขยะที่จะเอาไปฝังกลบ ขยะที่จะเอาไปทำเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) ขยะที่จะเอาไปหมัก โดยเอาเข้าโรงบ่ม 40 วันได้ปุ๋ยหมักหรือสารปรับสภาพดิน 500 ตันต่อวัน

(3) โรงกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อด้วยความร้อนสูง รับผิดชอบโดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดถือหุ้นเกือบทั้งหมดโดย กทม. มีอยู่ 3 โรง รองรับขยะได้ราววันละ 80 ตัน โดยรับขยะติดเชื้อจาก รพ., รพ.สนาม ตัวเลขขยะติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงโควิดพีคๆ เมื่อปลายปีทีแล้ว มากกว่าศักยภาพจะรองรับได้

(4) โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า รับผิดชอบโดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่ได้รับใบอนุญาตมา 3 ใบ ทั้งหมดนั้นอยู่ในศูนย์จำกัดมูลฝอยอ่อนนุช คือ

(4.1) โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตไฟฟ้า กำลังผลิต 4.268 เมกกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ

(4.2) โรงผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำหมักขยะอินทรีย์

(4.3) โรงอัดขยะเป็นเชื้อเพลิงแข็ง (RDF)

โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า รับผิดชอบโดย บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (ภาพถ่ายโดย สุภาพร ธรรมประโคน)

  • โรงกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตไฟฟ้าที่อ่อนนุชแห่งนี้ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ ก่อสร้างเสร็จและเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 รองรับมูลฝอย 800 ตันต่อวัน โดยจะคัดแยกวัสดุสำหรับรีไซเคิลและทำ RDF ออก ส่วนมูลฝอยอินรีย์จะเอาไปหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า และจุดนี้เองที่เป็นประเด็น
  • ประชาชนที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าขยะ โดยเฉพาะในหมู่บ้านอิมพีเรียล ปาร์ค หมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่ถึง 100 เมตร ได้ร้องเรียนกับหลายหน่วยงานตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงเรื่อง 'กลิ่น'
  • แน่นอนว่า ในข่าวสารที่ออกมาผู้คนจะเข้าใจว่าหมายถึงกลิ่นเหม็นเน่าของขยะ นั่นอาจใช่ส่วนหนึ่ง แต่ในจดหมายร้องเรียนของประชาชนระบุถึง กลิ่นสารพิษจาก ‘การเผาไหม้’ ซึ่งมีสารพิษหลายตัว ทั้งจากขยะติดเชื้อของกรุงเทพธนาคมเอง และโรงไฟฟ้าขยะที่เอกชนรับช่วงไปดำเนินการอยู่
  • นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ชาวบ้านโดยรอบกังวลมากคือ ‘ความปลอดภัย’ เกี่ยวกับระบบเก็บกักก๊าซจากการหมักขยะจำนวนมหาศาลที่จะนำมาผลิตไฟฟ้า เรื่องนี้รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม ระบุว่า จะให้ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นบุคคลที่ 3 เข้ามาตรวจสอบและชี้แจงกับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจ
  • ในการปิดศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช หน่วยงานที่ออกมาขยับก่อนใคร ไม่ใช่หน่วยตรวจสอบอย่างกรมโรงงานฯ ของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เป็น 'คณะกรรมการกำกับกิจการด้านพลังงาน' ของกระทรวงพลังงาน โดยมีการลงพื้นที่ตรวจสอบจนมีคำสั่งพักใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าของบริษัทกรุงเทพธนาคมเมื่อวันที่ 5 เม.ย.2565 เหตุผลหลักคือ 1.บริษัทไม่ปฏิบัติตามมาตรการสิ่งแวดล้อมตามหลักการปฏิบัติ (Code of Practice: CoP) จนสร้างผลกระทบเรื่องกลิ่นกับชุมชนใกล้เคียง 2. การควบคุมคุณภาพอัตราการระบายอาศไม่เป็นตามค่ามาตรฐานที่กำหนดตามประกาศกระทรวงทรัพฯ
  • แปลความง่ายๆ ได้ว่า จัดเก็บขยะไม่ดีพอทำให้ส่งกลิ่นเหม็น และไม่ได้ติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศจากปล่องแบบอัตโนมัติต่อเนื่อง (CEMs) นั่นเอง ซึ่ง CEMs นี้จะวัดค่าความเข้มข้นมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่องและมีการเตือนถึงความผิดปกติหากค่าเกินมาตรฐาน

ภายในโรงคัดแยกขยะอ่อนนุช (ภาพถ่ายโดย สุภาพร ธรรมประโคน)

  • จากนั้น 28 เม.ย.2565 กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงมีคำสั่งให้หยุดกิจการทั้งหมดเช่นเดียวกัน จากกรณีเรื่องมลภาวะ และยังรวมถึงเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับที่เก็บก๊าซด้วย โดยให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 31 พ.ค.ที่ผ่านมา
  • บริษัทได้ชี้แจงกับ กกพ. และกรมโรงงานฯ ว่า ได้ดำเนินการปรับปรุงสร้าง ‘ระบบปิด’ ไม่ให้กลิ่นเล็ดรอด รวมทั้งติดตั้งระบบ CEMs แล้วด้วย โดยระบุว่าที่ผ่านมา ‘ไม่ได้ติดตั้ง CEMs’ เพราะเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิง ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองรวม (TSP) และความร้อนจากการเผา จึงไม่มีความจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองและเครื่องวัดอุณหภูมิ ประกอบกับบริษัทใช้วิธีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่องแทนแล้วก็พบว่า ไม่ได้เกินค่ามาตรฐาน แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก็ได้ติดตั้งทุกอย่างตามที่ กกพ. และกรมโรงงานแจ้งแล้ว
  • ปัจจุบัน ทาง กกพ. ระบุว่า โรงไฟฟ้าขยะยังปิดไม่มีกำหนด จนกว่าจะตรวจสอบว่าทุกอย่างผ่าน ขณะที่ในการประชุมของคณะกรรมการติดตามและตรวรจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม 3 ฝ่าย เมื่อ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีรายงานการประชุมจากกรุงเทพธนาคมระบุว่า กรมโรงงานฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ประกอบกิจการตามปกติได้แล้วในส่วนโรงไฟฟ้าและโรงผลิตก๊าซชีวภาพ (ปิดเพียงส่วนโรงคัดแยก) แล้วตั้งแต่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ทุกส่วนก็ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เนื่องจากทั้งโรงไฟฟ้า-โรงผลิตก๊าซ-โรงคัดแยก ทำงานเชื่อมโยงกัน และ กทม.เองก็ต้องการตรวจสอบให้แล้วใจทั้งหมดเสียก่อน
  • ประเด็นนี้ยังคงเข้มข้นต่อเนื่อง ชาวหมู่บ้าน ‘อิมพีเรียล ปาร์ค’ ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน ล่าสุด คณะกรรมติดตามและตรวจสอบฯ ที่ กกพ.มีคำสั่งให้ตั้งนั้น ก็มีการต่อสู้กันจนกระทั่งตัวแทนจากหมู่บ้านอิมพีเรียล ปาร์ค ถูกเพิ่มชื่อให้เป็นส่วนหนึ่งด้วย หลังจากร้องเรียนไปว่า ตัวแทนหมู่บ้านใกล้ๆ ไม่ได้ร่วม ที่ดึงมาร่วมมีแต่ตัวแทนหมู่บ้านไกล
  • เรื่องโรงไฟฟ้าขยะนั้นเป็นนโยบายระดับชาติ โดยหลังการยึดอำนาจไม่นาน ในปี 2559 คณะรัฐมนตรีของ คสช.อนุมัติให้กระทรวงทรัพฯ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำ ‘แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศระยะสั้น (พ.ศ.26659-2564)’ ซึ่งทำให้มีแผนการจัดการขยะในจังหวัดต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เฉพาะกลุ่มพื้นที่ขนาดใหญ่ (L) ปรากฏในแผน 27 จังหวัด อปท.สามารถใช้วิธีการฝังกลบ ทำปุ๋ย ทำเตาเผาขนาดเล็ก RDF ทำเตาเผาขนาดใหญ่ และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ การสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะจึงถือกำเนิดขึ้นในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี ปรากฏว่า มีการยกเว้นการทำ การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม EIA สำหรับโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดขยะมูลฝอยด้วย โดยวิโรจน์จากพรรคก้าวไกลระบุว่า การเกิดของโรงงานกำจัดขยะอย่างเช่นที่อ่อนนุช ก็เกี่ยวพันกับคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2559 ที่อนุญาตให้สร้างโรงงานกำจัดขยะใกล้ชุมชนได้โดยไม่ต้องผ่านการทำ EIA
  • เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า โรงไฟฟ้าขยะในประเทศไทยมีอยู่ 25 แห่ง ได้แก่ กาฬสินธุ์ ชัยนาท ชุมพร เชียงใหม่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช มหาสารคาม ยะลา ราชบุรี สงขลา สมุทรปราการ สระแก้ว สุโขทัย อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นนทบุรี ระยอง หนองคาย กระบี่ ตาก อุดรธานี กรุงเทพฯ และหากเราค้นหาข่าวย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจะพบว่า โครงการใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดในหลายพื้นที่เจอชาวบ้านประท้วงอย่างหนักเพราะข้อกังวลเกี่ยวกับมลพิษ

ร้านเอกชนคัดแยกขยะรอบๆ ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช (ภาพถ่ายโดย สุภาพร ธรรมประโคน)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...