โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ยูนิโคล่ เปิดเกมรุก เพิ่มดีกรี O2O ปลุกตลาดแฟชั่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2565 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 03.11 น.

สัมภาษณ์

ตลอดช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผลพวงจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาพรวมของตลาดแฟชั่นค่อนข้างเงียบเหงาและต้องปรับตัวอย่างมาก จากมาตรการ “ล็อกดาวน์” เพื่อลดการแพร่ระบาด

ล่าสุดจากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลาย “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นางเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงภาพรวมของตลาดแฟชั่นและทิศทางของ “ยูนิโคล่” แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมากว่า 10 ปี ดังนี้

Q : อัพเดตภาพรวมตลาดแฟชั่นในเมืองไทย

จากสถานการณ์โควิดที่เริ่มดีขึ้น ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ทำให้เดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งในและนอกประเทศ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดแฟชั่น

สำหรับยูนิโคล่เองได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลาย เพื่อรองรับในทุกไลฟ์สไตล์และกิจกรรมของผู้บริโภค และการเปิดประเทศก็จะมีกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มเติม การเดินทางออกนอกประเทศเพื่อท่องเที่ยวของคนไทยก็มีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยด้านบวกที่เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญ คือ ตลาดแฟชั่นเป็นตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสร้างสีสันและความตื่นเต้นอยู่ตลอด แม้ปีที่ผ่านมาจะมีความเคลื่อนไหวไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเป็นส่วนมาก

แต่เชื่อว่าในปีนี้ ตลาดแฟชั่นจะกลับมาคึกคักอีกครั้งจากสถานการณ์ด้านบวกทั้งในและนอกประเทศ ตลาดเสื้อผ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเสื้อผ้ายังเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน เทรนด์ หรือความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภคก็เกิดขึ้นตลอดเวลา อาทิ หลังการกลับมาทำงานที่ทำงาน เสื้อผ้าทางการ อาทิ เสื้อเชิ้ต กางเกง smart pants ก็จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น หรือการเปิดประเทศก็จะมีความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

นอกจากนี้ ปัจจุบันลูกค้าชาวไทยเองก็มีความตื่นตัวกับความยั่งยืนและเรื่องของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Millennial และ Gen Z อาทิ ความต้องการสินค้าในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยลง

ที่ผ่านมา ยูนิโคล่ได้ร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาวัสดุรีไซเคิลสำหรับการทำเสื้อผ้า ปัจจุบันยูนิโคล่มีเสื้อผ้าบางรุ่นที่ทำมาจากนำเส้นด้ายจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นเสื้อผ้าใหม่ มีกระเป๋าที่ผสมผสานกับเส้นด้ายจากเศษด้ายไนลอนที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า เป็นต้น

Q : สถานการณ์โควิดที่คลี่คลายมากขึ้น จากนี้ไป ยูนิโคล่วางนโยบายและแนวทางการดำเนินงานไว้อย่างไร

ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของยูนิโคล่ตลอดมา นับตั้งแต่ปี 2554 ที่ยูนิโคล่เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ และไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย และปี 2565 นี้จะเป็นปีที่ยูนิโคล่ ครบรอบ 11 ปีในเมืองไทย

ที่ผ่านมา ยูนิโคล่ได้สร้างหลักไมล์สำคัญให้ธุรกิจในเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ยูนิโคล่ ออนไลน์ สโตร์ ให้ลูกค้าสามารถช็อปปิ้งออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ปี 2559), การเปิด ยูนิโคล่ โรดไซด์สโตร์ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ที่ถนนพัฒนาการ (ปี 2561), แต่งตั้ง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็น Local Brand Presenter คนแรกของเมืองไทย (ปี 2563) รวมถึงการเปิดร้านยูนิโคล่ในแต่ละภาคทั่วประเทศ

สิ่งที่ยูนิโคล่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือ ความต้องการของลูกค้า ที่ยังมุ่งเน้นเรื่องไลฟ์แวร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นผ่านไอเท็มต่าง ๆ ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ และเหมาะกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือเด็ก โดยมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

แต่ละปีจะมีการอัพเดตสินค้า อาทิ การเพิ่มสีใหม่ ๆ หรือการเพิ่มไอเท็มใหม่ ๆ ตามต้องการของลูกค้า รวมทั้งการปรับโฉมสาขาให้ทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

Q : แผนการขยายสาขาและช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ

ปัจจุบัน ยูนิโคล่มี 56 สาขาโดยสาขาล่าสุดคือ ยูนิโคล่ เซ็นทรัล จันทบุรี รวมถึงร้านโรดไซด์สโตร์อีก 6 สาขา ได้แก่ พัฒนาการ, ลาซาล, บุญถาวร, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ คอมเพล็กซ์, มีนบุรี และนวมินทร์

นอกจากนี้ ยังมีออนไลน์สโตร์ที่ UNIQLO.com/th และแอปพลิเคชั่น UNIQLO ซึ่งในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายออนไลน์ของเราเติบโตอย่างรวดเร็ว และขณะนี้สัดส่วนของยอดขายยังอยู่ในทิศทางที่ดี แต่ก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเมื่อเทียบกับยอดขายจากร้านสาขา

จากนี้ไป ยูนิโคล่มีนโยบายจะขยายสาขามากขึ้น โดยใช้โมเดลต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจงในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการปรับปรุงสาขาต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่งมีการเปิดร้านยูนิโคล่ สาขาอุดรธานี โฉมใหม่ เต็มรูปแบบ 2 ชั้น เป็นสาขาใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน จากก่อนหน้านี้ที่มีการปรับปรุงหลาย ๆ สาขา อาทิ เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, แฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นต้น

และยูนิโคล่ยังคงสร้าง brand awareness รวมถึงการสร้างกลยุทธ์ที่รวม e-Commerce และ in-store เข้าด้วยกัน โดยจะใช้กลยุทธ์ O2O หรือ online to offline กับเรื่องการขาย การเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ และการนำเอา live streaming มาเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทางเว็บไซต์ของยูนิโคล่

ขณะเดียวกันก็มีนโยบายเน้นให้ความสำคัญกับร้านค้าออนไลน์เช่นเดียวกับร้านสาขาและมุ่งเน้นที่จะพัฒนาช่องทางออนไลน์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อทำให้ลูกค้าใช้แอปได้อย่างรวดเร็วขึ้นและติดตามง่ายขึ้น เช่น ฟีเจอร์ click-and-collect ที่ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าออนไลน์และเลือกจ่ายที่ร้านได้

Q : เป้าหมายของยูนิโคล่

ตลอดระยะเวลาที่ยูนิโคล่ดำเนินธุรกิจในเมืองไทย ยูนิโคล่มีความมุ่งมั่นตั้งใจให้คนไทยทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านเสื้อผ้าในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ส่งต่อปรัชญาไลฟ์แวร์ (Life Wear) รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อคงความเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าในสังคมต่อไป อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ LifeWear เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสวมใส่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

นอกจากนี้ ยูนิโคล่นำเสนอหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ โดยมุ่งหวังว่าจะตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ขณะเดียวกันก็จะมีดีไซน์ที่ไร้ที่ติ ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคน ทุกไลฟ์สไตล์ สวมใส่ได้ทุกวัน โดยคอนเซ็ปต์นี้ครอบคลุมถึงเสื้อผ้าของยูนิโคล่หลายประเภท ตั้งแต่ผ้าถักและลินิน ไอเท็มระดับไอคอนของยูนิโคล่ ไปจนถึงเซต HEATTECH, UV Protection และ AIRism รวมไปถึง Uniqlo U คอลเล็กชั่นที่รวมนวัตกรรมต่าง ๆ ในดีไซน์ที่ใส่ได้ทุกวันอีกด้วย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยูนิโคล่ได้เพิ่มความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องของความยั่งยืน (sustainability) มิใช่เพียงเพราะ ลูกค้าให้ความสนใจในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้นเท่านั้น แต่เป็นพันธกิจของยูนิโคล่มาอย่างยาวนานในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและธุรกิจโดยรวม

ซึ่งยูนิโคล่ประเทศไทยดำเนินงานสอดรับในหลายมิติทั้งในส่วนของผู้คน โลก และชุมชน ยกตัวอย่าง ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ยูนิโคล่ บริจาคให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ, UNHCR, มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น

ปัจจุบันแม้ต้นทุนทั้งวัตถุดิบ ค่าขนส่ง ที่เป็นต้นทุนหลักของการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น ยูนิโคล่ก็พยายามมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าและสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าโดยตลอด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...