เจาะ Q3/66 กลุ่ม non-bank เหมาะลงทุนอย่างไร?
#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ ส่องหุ้น กลุ่มนอนแบงก์ (non-bank) คาดกำไรสุทธิใน Q3/66F ดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ทรงตัว การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (opex) ให้ต่ำลง และการขยายตัวสินเชื่อเพิ่มขึ้น 3-4% QoQ และ 21% YoY ขณะที่ ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวสินเชื่ออัตราชะลอตัวเพื่อลดความกดดันสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากผลของภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ทั้งนี้ NPL อาจใช้เวลาฟื้นตัวยาวนานขึ้น และบริษัทในกลุ่ม non-bank อาจมีนโยบายการตั้งสำรองฯ (credit cost) สูงต่อไปจนถึงปลายปีนี้ ทั้งนี้ แม้ว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวในระยะสั้น ฝ่ายวิจัยมองว่าการฟื้นตัวยังคงมีความเปราะบางอยู่
ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิ Q3/66F ทรงตัว บริษัทในกลุ่ม non-bank ส่งสัญญาณว่า i) การขยายสินเชื่ออยู่ในอัตราชะลอตัว ii). NPL ใน Q3/66F เพิ่มขึ้นอย่างช้าลง ส่งผลให้ credit cost ที่เพิ่มขึ้นลดแรงกดดันลง และ iii) ส่วนต่างการให้สินเชื่อ (loan spread) ลดลงตามการเพิ่มเร็วขึ้นของต้นทุนทางการเงินราว 25-30bps อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินว่า คชจ.สำรองฯ (credit cost) ของ Muangthai Capital (MTC.BK/MTC TB)* จะคงที่ แต่สูงขึ้นสำหรับ Srisawad Corporation (SAWAD.BK/SAWAD TB)* เกิดจากสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นถูกซื้อคืนจากธนาคารออมสิน (GSB) ซึ่งต้องกันค่าใช่จ่ายสำรองหนี้สูญ (provisioning expense) ไว้สูงขึ้น
ขณะที่ ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิของกลุ่ม non-bank เติบโต 4% QoQ และ 4% YoY และมีอัตราการเติบโตเป็นศูนย์ในงวด 9M66F โดยที่ ฝ่ายวิจัยคาดกำไรของ SAWAD เติบโต 11% QoQ และ 7% YoY ส่วน TIDLOR เติบโตที่ 2% QoQ และ 5% YoY และ MTC เติบโตอยู่ที่ 7% QoQ และ 7% YoY ทั้งนี้ หากกำไรสุทธิ Q3/66F เป็นตามที่ฝ่ายวิจัยคาด กำไร 9M66F จะคิดเป็นราว 73% ของประมาณกำไรเต็มปีนี้ของฝ่ายวิจัย
การขยายสินเชื่อชะลอตัวเพื่อลดแรงกดดันจาก NPL เกิดใหม่ ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดบริษัทในกลุ่ม non-bank มีการขยายสินเชื่อใน Q3/66F ชะลอตัว ขณะที่ MTC และ TIDLOR เผยตัวเลขเบื้องต้นว่า การขยายสินเชื่อเติบโต 3-4% QoQ และ 21% YoY จากนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อหลีกเลี่ยง NPL เกิดใหม่เพิ่มและ คชจ.สำรองฯ (credit cost) พุ่งขึ้น
ดังนั้น ฝ่ายวิจัยคาด คชจ.สำรองฯ (credit cost) ทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงกับช่วง 1H66 (ที่ 3.2% ของ TIDLOR และ 3.1% ของ MTC) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาด credit cost ของ Krungthai Card (KTC.BK/KTC TB)* สูงขึ้นจากปัจจัยฤดูกาลที่โดยปกติจะสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ คาด credit cost ของ SAWAD เพิ่มขึ้นสะท้อนจากที่ธุรกิจเงินสดทันใจ ( Fast Money) มีการให้สินเชื่อมากขึ้นและการสูงขึ้นของ NPL จากสินเชื่อเช่าซื้อ (H/P loan)
มองการฟื้นตัวของราคาหุ้นยังเปราะบาง ทั้งนี้ตัวเลขเบื้องต้นเรื่องหนี้ที่ชะลอตัวจากบริษัทในกลุ่มนอนแบงก์ ดูเหมือนจะขัดแย้งกับมุมมองจาก Tisco Financial Group (TISCO.BK/TISCO TB)* ที่รายงานข้อมูล NPL ที่เกิดจริงเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อจำนำทะเบียน (title loan) และ กลุ่มยีลด์สูง ซึ่งทำให้ TISCO เพิ่มความระมัดระวังขึ้นในการขยายสินเชื่อ (loan growth) สำหรับไตรมาสถัดไป
อีกทั้ง ธนาคารทิสโก้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า มองเห็น NPL พุ่งขึ้นใน Q3/66F ทำให้ธนาคารให้ความระมัดระวังมากขึ้นในการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนและสินเชื่อในส่วนที่มี yield สูงใน Q3/66 และใน Q4/66 ทั้งนี้ภาพรวมมุมมอง ด้าน NPL ที่ต่างกันยังเป็นประเด็นต่อแนวโน้มธุรกิจของกลุ่ม non-bank ที่ต้องเฝ้าคอยดูและมีนัยยะต่อราคาที่เปราะบางของหุ้นในกลุ่มนี้
Risks NPL เพิ่มขึ้นทำให้ credit cost สูงขึ้น
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1