โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ซีแลนเดีย ทวีปที่ 8 ของโลกที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรนานนับร้อยปี

BT Beartai

อัพเดต 05 ต.ค. 2566 เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 12.40 น.
รู้จัก ซีแลนเดีย ทวีปที่ 8 ของโลกที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรนานนับร้อยปี

กว่าสองศตวรรษ ที่การค้นพบของทวีปซีแลนเดีย (Zealandia) นั้นเป็นปริศนา และถูกตั้งข้อสงสัยอยู่อย่างต่อเนื่องถึงการมีอยู่ของทวีปนี้ในหมู่นักธรณีวิทยา เพราะกว่า 94% ของทวีปนั้นจมอยู่ใต้มหาสมุทร แต่ในวันนี้ถูกยอมรับให้เป็นทวีปที่ 8 ของโลกแล้ว

มีเพียง 6% ของทวีปซีแลนเดียที่เป็นผืนดิน

จากพื้นที่ทั้งหมด 4,900,000 กิโลเมตรของทวีปซีแลนเดีย (ขนาดใหญ่ 2 ใน 3 ของทวีปออสเตรเลีย) 94% ของทวีปนั้นจมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมด จึงเป็นความท้าทายอย่างมากของนักธรณีวิยา ในการค้นหา และระบุลักษณะอย่างชัดเจนของทวีป

แต่ก็ยังมีอีก 6% ของพื้นที่ ที่โผล่พ้นมหาสมุทรขึ้นมาจนกลายเป็นจุดที่สูงที่สุดของทวีป นั่นก็คือยอดเขาของเทือกเขา จากเกาะ 2 เกาะ ได้แก่ เกาะนิวซีแลนด์ และเกาะ นิวแคลิโดเนีย

ซ้าย: ยอดเขาของเทือกเขา เมาท์คุก (Mount Cook) จุดที่สูงที่สุดของนิวซีแลนด์ (ที่มา: scribblesnz)

ขวา: ยอดของเทือกเขามงต์ ปานี (Mont Panié) จุดที่สูงที่สุดของนิวแคลิโดเนีย (ที่มา: flickr)

แม้จะใหญ่โต แต่ทวีปซีแลนเดียก็มีความหนาของแผ่นเปลือกโลกทวีปอยู่ที่ 20 กิโลเมตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับมาตรฐานเปลือกโลกทวีปที่มีความหนาประมาณ 40 กิโลเมตร และเปลือกโลกมหาสมุทรที่หนาประมาณ 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่า เปลือกทวีปซีแลนเดียมีการยืดออกอย่างต่อเนื่อง จนทำให้แผ่นเปลือกทวีปบางลง จนกระทั่งบางส่วนของทวีปก็จมหายวับลงไปใต้มหาสมุทร

การมุดตัวของมหาสมุทรเหล่านี้ยังส่งผลให้เกิดภูเขาไฟโดยทั่วบริเวณของเกาะบนซีแลนเดีย โดยเฉพาะส่วนเหนือของทวีปซีแลนเดีย ที่มีภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) มากถึง 6 แห่ง แถมยังมีน้ำพุร้อนกระจายอยู่ทั่วผืนทวีปอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าหลายส่วนของทวีปจะจมลงใต้มหามสุทรไปแล้ว แต่ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ต่าง ๆ ก็นำมาสู่การวิจัยเพื่อวาดแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของทวีปซีแลนเดียได้อยู่ดี

แผนที่ฉบับสมบูรณ์ของทวีปซีแลนเดีย

หลังจากศึกษากันมาอย่างยาวนาน นักธรณีวิทยานำทีมการวิจัยโดย นิค มอร์ติเมอร์ (Nick Mortimer) ร่วมกับสถาบันจีเอ็นเอส ไซแอนส์ (GNS Science) ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนที่ของทวีปซีแลนเดีย โดยสามารถชมข้อมูลอย่างละเอียดได้บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน

แผนที่ของทวีปซีแลนเดียที่ถูกจัดทำขึ้นโดย GNS Science (ที่มา: BBC)

การวิจัยเพื่อวาดแผนที่นี้ เป็นการต่อเติมส่วนที่เหลือของพื้นที่ทางเหนือทั้งหมดของซีแลนเดีย เพื่อให้ได้แผนที่ฉบับสมบูรณ์ของทวีปนี้ออกมา เพราะว่าก่อนหน้านี้เคยมีการร่างแผนที่ของพื้นที่ทางตอนใต้ของทวีปไว้แล้ว

และในการศึกษาเพื่อทำแผนที่ทวีปนั้น นักธรณีวิทยาได้ทำการรวบรวมตัวอย่างหินจากก้นทะเลแฟร์เวย์ ริดจ์ (Fairway Ridge) เพื่อตรวจสอบอายุของหินในบริเวณดังกล่าว

หินเหล่านี้เป็นหลักฐานชั้นเลิศ ที่ช่วยระบุถึงการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่เคยเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การก่อตัวของภูเขาไฟ หรือการเริ่มจมลงใต้มหาสมุทรของแผ่นเปลือกโลก

ตัวอย่างหินแกรนิต ที่ขุดมาจากก้นทะเลแฟร์เวย์ ริดจ์ ทางตอนเหนือของซีแลนเดีย โดยเรือสำรวจ R/V ของชาวออสเตรเลีย (ที่มา: GNS Science)

ไม่เพียงแต่หินแกรนิตที่ถูกพบในกลุ่มตัวอย่าง แต่ยังมีหินทราย หินชีวภาพ ก้อนกรวดภูเขาไฟ และหินบะซอลต์ อีกด้วย

ได้รับการยอมรับเป็นทวีปที่ 8 ของโลก

ทั้ง ๆ ที่ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้มหาสมุทรแล้วทำไมถึงเรียกว่าทวีป ?

ทวีปโลกทั้ง 8 ทวีป หลังจากยืนยันการมีอยู่ของทวีปซีแลนเดีย (ที่มา: Explorersweb)

นั่นก็เพราะ เมื่อพิจารณาจากหลายปัจจัยในการเป็นทวีปแล้ว ซีแลนเดียมีคุณสมบัติในการเป็นทวีปครบทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็น

  • ความสูงสัมพัทธ์ของแผ่นดินที่โผล่พ้นจากมหาสมุทร
  • ความหลากหลายของชั้นหิน 3 ประเภทคือ หินอัคนี หินแปร และหินตะกอน
  • ความหนาของชั้นหินและแผ่นเปลือกโลก เทียบกับพื้นมหาสมุทรโดยรอบ
  • ขนาดของพื้นที่ซึ่งใหญ่เกินกว่าจะเป็นอนุทวีป และชิ้นส่วนของทวีปโบราณ

เมื่อวิเคราะห์โดยใช้เกณฑ์ข้างต้นพิจารณา ประกอบกับการวิจัยเพิ่มเติมของกลุ่มนักธรณีวิทยา ที่ใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่แรงโน้มถ่วง จึงทำให้เกิดผลสรุปที่ว่า ซีแลนเดีย คือทวีปที่ 8 ของโลก นั่นเอง

การค้นพบของทวีปซีแลนเดีย

การค้นหาทวีปใหม่ ๆ ในโลกนั้น เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลายร้อยปีแล้ว เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ทวีปต่าง ๆ ทั้งเคลื่อนที่จมลงใต้มหาสมุทร และโผล่ขึ้นมาเด่นชัดขึ้น

อะเบล แจนส์ซูน ทาสมัน (Abel Janszoon Tasman) นักเดินเรือชาวดัตช์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงการมีอยู่ของทวีปใหม่ใต้เกาะนิวซีแลนด์ที่เชื่อว่ายังไม่มีใครค้นพบ ตั้งแต่ในปี 1642

เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงปี 1985 ก็มีนักธรรมชาติวิทยาชาวสกอต เซอร์ เจมส์ เฮคเตอร์ (Sir James Hector) ที่เดินเรือสำรวจมายืนยันถึงการมีอยู่ของทวีปที่อยู่ใต้เกาะนิวซีแลนด์จริง ๆ

ในที่สุด ในปี 1995 เกาะนิวซีแลนด์ก็ได้ถูกยืนยันว่าเป็นที่ตั้งของทวีปใหม่ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทร ซึ่ง บรูซ ลูเยนดิก (Bruce Luyendyk) นักธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ก็ออกมาย้ำข้อสรุปของสมมติฐานนี้ และได้เรียกทวีปนี้ว่า “ทวีปซีแลนเดีย”

(ที่มา: IODP/JSRO/Tim Fulton)

แต่ด้วยเทคโนโลยีการเดินเรือสำรวจในสมัยนั้น ประกอบกับพื้นที่ส่วนมากของทวีปซีแลนเดียนั้นจมอยู่ใต้มหาสมุทร ซีแลนเดียจึงถูกเรียกว่าทวีปที่สาปสูญ หรือมีอยู่แค่ในจินตนาการเท่านั้น เพราะยังไม่สามารถระบุพื้นที่ ที่แน่นอนของทวีปได้

จนกระทั่งในปี 2017 ทวีปซีแลนเดียได้แยกตัวออกมาจากทวีปออสเตรเลียอย่างชัดเจน จึงถูกยอมรับว่าเป็นทวีปที่ 8 ของโลกในที่สุด

ทวีปซีแลนเดียเกิดขึ้นได้อย่างไร?

มอร์ติเมอร์กล่าวว่า ทวีปซีแลนเดียเปรียบเสมือนชิ้นส่วนหนึ่ง ของมหาทวีป กอนด์วานา (Gondwana) ซึ่งก็คือทวีปที่ประกอบไปด้วยทวีปต่าง ๆ อีก 7 ทวีป ได้แก่ ทวีปแอนตาร์กติกา ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปแอฟริกา และทวีปอินเดีย

หลายคนคงสงสัยว่า แล้วทำไมถึงเรียกทวีปซีแลนเดียว่าเป็นส่วนนึงของกอนด์วานา ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อทั้ง 7 ทวีป ที่กล่าวมาด้านบน

ต้องเกริ่นก่อนว่าในอดีต ซีแลนเดียเป็นส่วนหนึ่งของทวีปออสเตรเลีย ที่เป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปโบราณกอนด์วานาที่มีอายุมาหลายร้อยล้านปีแล้ว

มหาทวีปกอนด์วานา ประกอบด้วยทวีป และอนุทวีต่าง ๆ (ที่มา: joidesresolution)

และเมื่อเปลือกโลกมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา นั่นส่งผลให้มหาทวีปกอนด์วานาได้แยกตัวออกจากกันเมื่อประมาณ 170 ล้านปีที่ผ่านมา

มหาทวีปกอนด์วานา แยกตัวออกไปยังทิศต่าง ๆ (ที่มา: earthathome)

หลังจากการแยกตัวของมหาทวีปผ่านไป จนถึงเมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน การแยกตัวของชายฝั่งตะวันออกของทวีปออสเตรเลียก็ตามมาติด ๆ เริ่มที่เปลือกโลกทวีปตะวันออกของทวีปออสเตรเลียนั้นเกิดการยุบตัวซ้อนทับกัน

ประจวบกับขอบเปลือกโลกทวีปตะวันออกของซีแลนเดียนั้น มุดซ้อนทับกัน จนทำให้เกิดแรงตึงผิวที่แผ่นเปลือกทวีป แล้วดึงแผ่นเปลือกทวีปของซีแลนเดียให้เคลื่อนที่ออกจากทวีปออสเตรเลีย

ทำให้ ทวีปออสเตรเลียและทวีปซีแลนเดียค่อย ๆ แยกออกจากกัน จนเกิดเป็นร่องระหว่างสองทวีป และมีแม่น้ำไหลแทรกผ่านเข้าไปกัดเซาะแนวชายฝั่ง ก่อนที่ทั้งสองทวีปนี้จะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

แนวทวีปซีแลนเดียที่แยกตัวออกจากทวีปออสเตรเลีย และกอนด์วานา (ที่มา: joidesresolution)

นำมาสู่ผลประโยชน์ที่มีมากกว่าแค่ค้นพบทวีปใหม่

ลูเยนดิก กล่าวว่า “ผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นมีบทบาทอย่างชัดเจนต่อการค้นพบนี้ ต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่า อะไรบ้างที่จะถือเป็นส่วนหนึ่งของนิวซีแลนด์ แล้วส่วนใดบ้างที่ไม่ใช่ของนิวซีแลนด์”

นั่นก็เพราะว่าการค้นพบนี้ไม่ได้หมายความถึงแค่พื้นที่ที่มีมากขึ้น แต่ยังหมายถึงการมีทรัพยากร แร่ธาตุและน้ำมัน เพิ่มขึ้นอีกด้วย

และหากอ้างอิงจาก อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea) ที่ระบุว่า ประเทศต่าง ๆ นั้นสามารถ ขยายพื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไปไกลกว่าเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตัวเอง (200 ไมล์ทะเล หรือ 370 กม. จากชายฝั่งประเทศ) ได้

นั่นหมายความว่านิวซีแลนด์จะสามารถขยายขอบเขตดินแดนไปได้จากปัจจุบันถึง 6 เท่า และยังหมายถึงงบประมาณเพื่อการสำรวจทางทะเลที่มากขึ้น รวมถึงเป็นเจ้าของเชื้อเพลิงฟอสซิล และแร่ธาตุ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่ซ่อนอยู่ตามแนวชายฝั่งอีกด้วย

ที่มา: The standard, BBC, Business Insider, gns science, National Geo graphic, IODP, AGU, NSM, DOALOS, NZME

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...