ถอดโมเดล One Bangkok สมาร์ทซิตี้ ที่ตีคู่มาพร้อมความยั่งยืน
นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด เฟรเชอร์ เปิดเผยบนเวทีเสวนา The Future of Sustainability and Smart City Living for Better Community ความยั่งยืนและการใช้ชีวิตในสมาร์ทซิตี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชุมชนว่า “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” พัฒนาและเติบโตมาจากฐานธุรกิจในสิงคโปร์กว่า 30 ปี ปัจจุบันขยายธุรกิจไปกว่า 20 ประเทศ 130 เมือง
สำหรับฐานการเติบโตในประเทศไทยเป็นจุดที่ TCC Group ซึ่งเข้าไปลงทุนลงทุนใน “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” นำประสบการณ์จากธุรกิจทั่วโลกนำมาผูกโยง สานต่อพลังและสร้างโอกาสในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเอง
“เราเชื่อว่าเรามีหน้าที่ในการทำงานเพื่อความยั่งยืน เพราะอุตสาหกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบต่อภาวะเรือนกระจกมากกว่า 40% เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรานอกจากเป็นผู้สร้างพื้นที่แล้วเรายังมีหน้าที่ทำความเข้าใจให้คนสามารถใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราจึงมีแนวคิดทำงานร่วมกับผู้ใช้ ในการพัฒนาและสร้างโครงการของเรา เพื่อสร้างพื้นที่-ให้บริการอย่างลึกซึ้งและเข้าถึงผู้ใช้ ซึ่งเป็นหัวใจของความสำเร็จของธุรกิจที่ยั่งยืน”
ทั้งนี้ ปณต ยกเคสโครงการนำร่องที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง นั่นคือโครงการ“สามย่านมิตรทาวน์” โดยการนำพื้นที่ส่วนหนึ่งของ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” มาพัฒนาโครงการ“มิกซ์ยูส” ซึ่ง เฟรเซอร์ส มองว่า เป็นโอกาสที่จะสร้างชุมชนและใช้ประโยชน์ในพื้นที่แบบใหม่ๆ โดยสร้างพื้นที่ให้คนทุกระดับ และทุกความต้องการสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้
“เราไม่มองการสร้างพื้นที่เพื่อหารายได้เพียงอย่างเดียว แต่จัดสรรพื้นที่สำหรับการ “กลับคืนสู่สังคม” เพื่อใช้เป็นพื้นที่จุดประกายและกระตุ้นแนวคิดที่ดีโดยได้รับความร่วมมือจากเอกชน และ นโยบายที่ดีจากภาครัฐ
ซึ่งกรอบต่างๆจะนำมาสู่การพัฒนาที่เราเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอันหนึ่งในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและมีโอกาสพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของเมือง ซึ่งเป็นหัวใจและเป็นวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการ One bangkok ที่นำประสบการณ์ต่างๆที่เราได้สร้างประโยชน์ต่อสังคมโดยรอบมาปรับใช้”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า ก่อนจะสร้างโครงการขนาดใหญ่ เฟรเซอร์ส จะต้องเข้าใจสังคมโดยรอบก่อนเป็นอันดับแรก ต้องรู้ว่าส่วนไหนจะมีช่วยช่วย และจะเชื่อมกับสังคมได้อย่างไร ดังนั้นจากการลงทุนของประเทศไทยธุรกิจตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปควบรวมกิจการเข้ามา เฟรเซอร์ส ได้นำแนวคิดและหลักการปฏิบัติของทุกๆประสบการณ์ของบริษัทนำมาสานต่อพัฒนาโครงการและพัฒนาชุมชน
ทั้งนี้ วัน แบงค็อก เป็นเมืองที่สร้างมาสำหรับทุกคน ภายใต้แนวคิด ‘สมาร์ท ซิตี้’ และ ‘ความยั่งยืน’โดยมีองค์ประกอบครบทุกมิติของการใช้ชีวิต ด้วย 5 อาคารสำนักงานต้นแบบ ที่สุดของการยกระดับมาตรฐานใหม่ในระดับสากล 4 ประสบการณ์รีเทลไลฟ์สไตล์ที่เหนือความคาดหมาย 3 ที่พักอาศัยระดับ Ultimate Luxury เพื่อความหมายของการใช้ชีวิตสุดพิเศษ
5 โรงแรมมาตรฐานระดับสากล พร้อมการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย และศูนย์จัดแสดงความบันเทิงระดับโลกใจกลางเมือง พร้อมผลงานศิลปะและวัฒนธรรม พื้นที่สาธารณะสีเขียวที่เปิดกว้าง
โดยพัฒนาขึ้น ให้สอดคล้องกับ Sustainable Development Goals: SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ
Electric Power Saver ระบบกักเก็บไฟฟ้าสำรองสำหรับการใช้งานตลอด 24 ชม. และบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าสูงสุด
District Cooling System ระบบปรับอากาศแบบรวมศูนย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Smart Water Management ระบบบริหารจัดการน้ำแบบหมุนเวียน ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำ และใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Construction Waste Management ตั้งเป้านำขยะจากการก่อสร้างมากกว่า 75% กลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิล อาทิ การนำเทคโนโลยีบดย่อยเศษขยะคอนกรีตจากหัวเสาเข็มเพื่อนำไปสร้างผนังอาคาร การนำเศษอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างมาผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงในอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการฯ เป็นต้น
Food Waste Management เทคโนโลยีการจัดการเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย ผ่านเครื่อง Food Waste Composter, และการใช้เครื่องบดอัดขยะ (Smart Compactor) ที่ช่วยลดพื้นที่และเพิ่มสุขอนามัยในการจัดเก็บขยะ
นอกจากนี้ยังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50 ไร่ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ เป็นจุดพักผ่อนใจกลางเมือง และเป็นพื้นที่สันทนาการ รวมทั้งมีสวนสาธารณะแนวยาว (Linear Park) ขนาดกว้างจากทางเท้าถึงหน้าโครงการถึง 35 – 45 เมตร อยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ
นอกจากนี้ยังมีทางเท้าที่สะดวกและกว้างขวาง สามารถเดินเข้าถึงทุกพื้นที่ในโครงการได้เพียง 15 นาที สอดคล้องกับแนวคิด 15-Minute Walking City เทรนด์ใหม่ของการพัฒนาเมืองที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ยังมี Art Loop โดยรอบโครงการกว่า 2 กิโลเมตร เชื่อมโยงผลงานศิลปะสาธารณะ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์
“One bangkok ได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมชุมชนและลักษณะการใช้ชีวิตของคนรอบๆ ก่อนที่จะเข้ามาพัฒนาอสังหาที่เข้ากับกรอบการใช้ชีวิต เรามองถึงพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ เราสามารถสร้างพื้นที่สีเขียวลึกลงไปจากฟุตบาทถึงถนนถึง35 – 45 เมตร เพื่อสร้างสวนและการเชื่อมโยงของเมืองที่จะเปลี่ยนแปลงจากโครงการที่ฟุตบาทแคบจนไม่เกิดการเชื่อมโยง
ซึ่งนโยบายนี้ตรงกับผู้ว่ากทม.ที่ให้การสนับสนุนเกี่ยวกับการสร้างฟุตบาทที่ให้คนเชื่อมโยงกับเมืองได้มากขึ้น และสร้างร่มเงาเพื่อให้ต้นไม้ และศักยภาพเพื่อเชื่อมโยงของเมืองที่ดีขึ้น”
การพัฒนาสิ่งต่างๆเหล่านั้นให้มีศักยภาพ มีความท้าทายในเรื่องของวิศวกรรมเยอะ ทั้งการสร้างพลังงานสีเขียวในโครงการ เทคโนโลยีและการควบคุมความปลอดภัยรวมทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม เช่นในโครงการ the park เราบริหาร food west 100% โดยเปลี่ยนเป็นปุ๋ยและนำมาใช้ในพื้นที่สีเขียวของโครงการ แม้จะลงทุนสูงขึ้นแต่เราสามารถทำให้พื้นที่โดยรวมของโครงการสะอาดขึ้น เพื่อรักษาโลกนี้ให้ยังคงอยู่กับคนรุ่นต่อไป และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ใช้ในโครงการอย่างยั่งยืน "