โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

พลิกชะตาตัวประกอบ (I don't want to die)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ธ.ค. 2566 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 05.42 น. • Pornchan (DARKy)
กู่ฉิงฉิง วิญญาณข้ามมิติมาสวมบทในนิยายที่อ่าน พบว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบที่ต้องตาย เนื่องจากขัดแข้งขัดขา นายเอกและพระเอกของเรื่อง แน่นอนว่า…เขาไม่ยอมพบจุดจบอนาถแบบนั้นหรอก

ข้อมูลเบื้องต้น

กู่ฉิงฉิง อ่านนิยายแล้วเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีพบว่าวิญญาณย้ายมาเข้าร่างตัวประกอบใช้แล้วทิ้งในเรื่องที่จับพลัดจับพลูมาแต่งงานกับพระเอกของเรื่องจากการบังคับของครอบครัวทั้งสองฝ่าย ทั้งๆที่พระเอกมีคนในใจหรือแสงจันทร์ขาวอยู่แล้ว

ตามเนื้อเรื่องเดิม เขาต้องพบจุดจบอนาถจากการตกหลุมรักพระเอกและขัดขวางพระนายจนพระเอกหาทางจัดการและถล่มธุรกิจของครอบครัวกู่เสียย่อยยับล้มละลาย ตัวเขาต้องไปกินข้าวในคุก แต่ใครจะยอมตามบทล่ะ!

เขาเลือกที่ยอมๆไปจนกว่าจะถึงเวลาที่แสงจันทร์ขาวกลับมาแล้วเขาก็จะเผ่นพร้อมร่อนใบหย่าอย่างสบายใจ

สามเดือนผ่านไป กู่ฉิงฉิงพบว่า ตนเองมีของฝากติดท้องมาด้วย

กู่ฉิงฉิง : เอาวะ เลี้ยงลูกแค่นี้เอง ทำได้!

กู่ฉิงฉิงเริ่มต้นเส้นทางการหาเงินเลี้ยงลูกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พระเอก : กู่ฉิงฉิง…ภรรยา…เมียจ๋า กลับบ้านกับเค้าเถอะนะ

คำพูดของท่านประธานเมื่อพบว่า ภรรยาร่อนใบหย่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยและยังหอบลูกหนี โดยไม่รู้สาเหตุใดๆทั้งสิ้น

TRIGGER WARNING (กรุณาอ่านก่อนตัดสินใจไปต่อ) :

เรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติที่เกิดขึ้นในจักรวาลหรือมิติอื่น (ANOTHER UNIVERSE) ที่เพศชายมีอวัยวะแบบมดลูกในเพศหญิงของโลกของเราและสามารถตั้งครรภ์ได้นะคะ

#ขอบพระคุณนักอ่านที่เปย์เหรียญอุดหนุนล่วงหน้า

#ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่โดเนท

#ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่กดใจ

#ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เพิ่มเข้าชั้น

#ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนใจกดเข้ามาดูและอ่าน

ร่างใหม่ บทละครชีวิตใหม่

" อึก อื้อ "

เสียงครางอย่างเจ็บปวดดังลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดที่ประดับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ทั้งสวยและอ่อนหวาน ดวงตาฟีนิกส์ที่ทำให้หางตาชี้เฉียงขึ้นด้านบนเพิ่มความเซ็กซี่ผสมเข้าไป

เปลือกตาที่ปิดสนิทเปิดพรึ่บขึ้นทันใด พร้อมรูม่านตาที่ขยายและหดแคบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างกายที่นอนราบบนเตียงจะกระเด้งตัวขึ้น พร้อมกับยกมือจับไปที่ข้างศีรษะ พร้อมส่งเสียงครางต่ำ ๆ

" อา ปวดหัวชะมัด นี่มันบ้าอะไรกัน! "

เสียงหวานค่อนข้างแหบกล่าวออกมาตามสัญชาตญาณ

กู่ฉิงฉิงพบว่าตนเองปวดศีรษะจนแทบระเบิด วินาทีนี้เขาจำได้แค่ว่าตนเองอ่านนิยายและเผลอหลับคานิยายไปแบบไม่ทันนอนให้ดี ต่อไปเขาจะจำไว้ว่าต้องไม่ทำซ้ำแบบนี้อีก

แกร๊ก เสียงประตูเปิด นำมาซึ่งการดึงความสนใจจากอาการปวดศีรษะ

" คุณชาย ตื่นแล้วหรือคะ จะรับอาหารเลยไหม "

หืม…คุณชาย?

กู่ฉิงฉิงจำได้ว่าตนเองเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ชอบอ่านนิยาย BL เป็นชีวิตจิตใจ ต้องอ่านก่อนนอนทุกคืน ไม่งั้นเขาจะข่มตาหลับไม่ลง และเขาเป็นเด็กกำพร้าล้านเปอร์เซ็นต์ จะเอาที่ไหนมาเป็นคุณชายกันเล่า?…หรือว่ารายการวาไรตี้โชว์มาแสดงเซอไพร้ซกัน?

" รายการไหนหรอครับ คุณกำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวนะครับ "

กู่ฉิงฉิง กล่าวออกไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ตอนนี้เขาอยากล้มตัวลงนอนต่ออีกรอบ เผื่ออาการปวดศีรษะจะดีขึ้น แต่ดันโดนขัดจังหวะจากรายการไหนก็ไม่รู้เสียก่อน เสียเวลาพักผ่อนชะมัด

" หือ? คุณชาย ยังอาการไม่ดีขึ้นหรือคะ แย่แล้ว ดิฉันไปตามแพทย์ประจำตระกูลมาให้นะคะ "

เสียงของคนที่เข้ามาแสดงอาการวิตกกังวลและลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด

กู่ฉิงฉิงเริ่มรู้สึกแปลกใจกับสภาพนี้ แต่ก่อนที่จะได้ไถ่ถามออกไป คนที่เข้ามาเรียกเขาก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เขายื่นมือออกไปกลางอากาศแบบงง ๆ จะส่งเสียงห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว

เพียงไม่เกินห้านาที กู่ฉิงฉิงได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนเดินมาทางห้องที่เขาอยู่ ระหว่างรอก่อนหน้านี้ เขามองสำรวจรอบตัวพบว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนในอะพาร์ตเมนต์เก่าซอมซ่อของตนเอง แต่กลับเป็นห้องนอนหรูหราแบบที่ตนเห็นในนิตยสารตกแต่งบ้านของเหล่าบรรดาพวกบ้านเศรษฐีที่มีอันจะกินซึ่งเขามักจะชอบซื้อมาดู ทุกทีที่เห็นห้องแบบนี้มักจะรู้สึกอิจฉาผสมความอยากได้ครอบครอง แต่ก็รู้ดีกว่ามันเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้นเพราะต่อให้เขาทำงานงก ๆ ทั้งปีจนถึงวัยเกษียณอย่างมากก็คงซื้อได้แค่บ้านเดี่ยวชานเมืองเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับปลูกต้นไม้ทำสวนขนาดเล็กเท่านั้น

ผู้มาเยือนใหม่ใส่ชุดกาวน์สีขาวซึ่เงเป็นของบุคลากรทางการแพทย์ มีท่าทางเหนื่อยหอบจากการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งจากที่เห็นอายุอานามเป็นวัยกลางคน มีหน้าตาท่าทางน่าเชื่อถือ

" คุณหมอหม่า คุณชายอาการไม่ค่อยดี รบกวนช่วยตรวจดูด้วยค่ะ "

ผู้พูดประโยคนี้คือหญิงวัยกลางคนที่เข้ามาหาเขาในตอนแรก ด้านหลังเธอมีหญิงสาวหน้าตาธรรมดาในชุดเครื่องแบบคนใช้ตามในหนังของบ้านคนรวยจัดแบบที่เห็นตามภาพยนตร์หรือละครยืนเรียงกันสามคน

คุณหมอหม่าเดินมาหยุดตรงหน้าเตียงก่อนจะย้ายไปยังด้านข้างของเตียงเมื่อเห็นเขาไม่ขยับเข้าหา เก้าอี้มีพนักถูกลากมาวางข้าง ๆ ก่อนที่คุณหมอหม่าจะหย่อนตัวนั่งลงไป

" คุณชายกู่ ไม่ทราบว่ารู้สึกผิดปกติตรงไหนบ้างครับ "

กู่ฉิงฉิงได้แต่งงกับคำถามของอีกฝ่ายจนนิ่งอึ้งไป จนลืมตอบกลับ

" ตายแล้ว! อาการคุณชายไม่ดีเลย ทำอย่างไรดี ต้องรีบแจ้งนายท่านแล้ว "

หญิงวัยกลางคนพึมพัมด้วยความกังวลและร้อนใจ

" แม่นมเฉินใจเย็น ๆ ก่อน รอผมตรวจอาการของคุณชายให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยแจ้งนายท่านอีกทีก็ยังไม่สาย "

หมอหม่า…แม่นมเฉิน…ทำไมเขาคุ้นชื่อเหล่านี้จังวะ!?

" นี่กี่นิ้วครับ "

หมอหม่ายกสามนิ้วขึ้นมาตรงหน้าของกู่ฉิงฉิง

" …สาม "

ตามด้วยห้านิ้ว

"…ห้า "

" มองตามนิ้วที่ผมเคลื่อนไปมานะครับแต่ไม่ต้องขยับศีรษะตาม "

กู่ฉิงฉิงทำตามที่หมอหม่าบอก เคลื่อนลูกตาไปมาตามการเคลื่อนไหวของนิ้วตรงหน้า

" รู้สึกเวียนศีรษะหรือเจ็บตรงไหนไหมครับ "

" ปวดหัว แต่ไม่เวียนหัวหรืออยากอ้วกเท่าไหร่ "

" คุณชายจำอะไรได้บ้างครับ "

หมอหม่าถามออกไป ตาจ้องเขม็งไปที่คนไข้หนุ่มบนเตียง

" …เอ่อ เอ่อ เอ่อ ผะ ผม …"

ขณะเดียวกันกู่ฉิงฉิงก็พยายามทบทวนความทรงจำเท่าที่จำได้เขาก็จำได้แค่ว่า ตนนั้นอ่านนิยายแล้วก็หลับไป ไม่มีความทรงจำอื่นใดอีกว่าสิ่งใดทำให้ตนมาอยู่ที่นี่ แต่เขาไม่อาจบอกความจริงออกไปได้ทำให้ได้แต่ไม่รู้จะพูดอะไรในที่สุดจึงเงียบปากไว้ก่อน

" เกรงว่าความจำของคุณชายจะมีปัญหาหลังศีรษะกระแทก "

หมอหม่ากล่าวสรุปข้อวินิจฉัยของตนให้แม่นมเฉินฟัง

" ตาย ๆๆๆ จะเรียนคุณท่านอย่างไรดี "

แม่นมเฉินได้แต่หน้าซีด คิดหนัก

ท่ามกลางปฏิกิริยาประหลาดของคนในห้อง กู่ฉิงฉิงก็มองสำรวจอย่างถี่ถ้วน รู้สึกประหลาดและคุ้นเคยแบบแปลก ๆ

แต่ไม่ทันที่จะได้คิดวิเคราะห์หรือสำรวจอะไรต่อ เสียงฝีเท้าอีกชุดก็ดังมาตามทางเดิน และคนที่เดินมาก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง

ผู้มาใหม่เป็นชายวัยกลางคน ถ้าเดาอายุจากใบหน้าก็น่าจะมีอายุที่ประมาณสี่สิบปี ใบหน้ายังคงความหล่อเหลาแม้เลยวัยหนุ่ม รูปร่างสูง ร่างกายมีกล้ามเนื้อเหมือนคนออกกำลังกายเป็นประจำ สวมชุดสูทสั่งตัดพอดีรูปร่างแบบผู้บริหารบริษัทใหญ่โตที่เขาเห็นตามนิตยสารหรือที่ออกรายการตามทีวี

" นายท่าน! "

แม่นมเฉินเปล่งเสียงเรียกอย่างตกใจ

" อืม อาการเป็นอย่างไรบ้าง "

ผู้มาใหม่ไม่สนใจแม่นมเฉินสักนิด กล่าวถามโดยตรงกับหมอหม่าที่นั่งอยู่ข้างเตียง

" คุณชายความทรงจำน่าจะมีปัญหาเนื่องจากศีรษะกระแทกพื้นได้รับความกระทบกระเทือนทำให้ เอ่อ ความจำเสื่อมครับ ท่านประธานกู่ "

ประธานกู่? ชื่อนี้คุ้นจัง

" แล้วสภาพร่างกายล่ะ "

" เท่าที่เห็นและตรวจไปเมื่อก่อนหน้าปกติดีครับ "

หมอหม่าตอบตามตรง

" ร่างกายปกติดีแค่ความจำเสื่อมสินะ งั้นก็ใช้ได้ ไม่ถือว่ามีปัญหาอะไร "

เสียงที่กล่าวออกมาค่อนข้างเย็นชาและไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความโล่งใจปนยินดี

ทำไมตาลุงนี่ต้องรู้สึกซับซ้อนขนาดนี้ การบาดเจ็บของตนไปเกี่ยวอะไรกับตาลุงนี่ด้วย กู่ฉิงฉิงได้แต่คิดในใจ

" งานแต่งระหว่างตระกูลกู่และหยางที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ก็สามารถดำเนินได้ตามกำหนดการ เตรียมคุณชายเล็กให้พร้อม อย่าให้มีข้อผิดพลาดอีกล่ะ "

ประโยคหลังเหมือนจะเจาะจงกล่าวกับแม่นมเฉินอย่างโจ่งแจ้ง น้ำเสียงข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด

ตาลุงประสาท! แต่เดี๋ยวนะ งานแต่งระหว่างตระกูลกู่และหยาง คงไม่…โอ้ววว

" แต่งงาน? คู่แต่งงานของผมเป็นใครครับ "

" เหอะ! หยางเฟยหลง จำไว้ให้ดี อย่าทำให้ตระกูลขายหน้าอีกล่ะ "

ท่านประธานกู่พูดเสียงเข้มแบบไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

ณ จุดนี้ กู่ฉิงฉิงได้แต่อึ้งสนิท อารามด้วยความตกใจ ทำเอาหมอหม่าและแม่นมเฉินกลัวว่าชื่อคุณชายหยางจะทำให้ความทรงจำกลับมาและเจ้าตัวอาละวาดอีก จึงได้แต่พาเขาคุยเรื่องอื่น และขอตัวออกจากห้องกันไปในที่สุด

เมื่ออยู่คนเดียว กู่ฉิงฉิง จึงพยายามลุกขึ้นควานหาโทรศัพท์มือถือของตนเองก่อนจะพบว่ามันหล่นอยู่ใต้เตียง

โทรศัพท์ยี่ห้อผิงกั่วรุ่นใหม่ล่าสุด ราคาแพงระยับสีโรสโกลด์ที่นอนคว่ำหน้าบนพื้นพรมหนานุ่มถูกหยิบขึ้นมา ก่อนที่กู่ฉิงฉิงจะพยายามปัดหน้าจอเปิดเครื่อง

" อา..รหัสผ่าน อะไรวะเนี่ย! "

ในหัวหมุนเร็วรี่พยายามคิดถึงรหัสผ่านที่เจ้าตัวจะใช้สุดท้ายลองเอาวันเกิดของตนใส่ลงไปแบบเดียวกับที่ตนใช้

" คลิก "

เสียงล็อกปลดหน้าจอ

เกิดวันเดียวกันด้วยงั้นหรือ? แถมยังมีรสนิยมตั้งรหัสผ่านแบบเดียวกันอีก

กู่ฉิงฉิงได้สติ เขาหยุดการสืบสาวเรื่องนี้ต่อ เขามีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ เขาค้นหาชื่อสองชื่อ หยางเฟยหลง และ เจี้ยนเหยาหยา

ไม่นานข้อมูลจำนวนมากในโลกออนไลน์ก็ขึ้นมาให้เขาจนเต็มหน้าไปหมด

หยางเฟยหลง บุตรชายคนเดียวของหยางเทียน หยางเฟยหลงปัจจุบันเป็นประธานของหยางกรุ๊ป ทายาทคนสำคัญที่จะสืบทอดต่อกิจการตระกูลหยางทั้งหมดและเป็นผู้นำตระกูลคนถัดไป

เจี้ยนเหยาหยา นักเปียโนชื่อดัง บุตรชายคนเล็กของตระกูลเจี้ยนที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารแช่แข็ง

ว่าแล้ว….ทำไมมันคุ้นหูนัก

เขาไม่รู้ว่าตนเองมาที่นี่ได้อย่างไร แค่อ่านนิยายและหลับไป นี่หมายความว่าเขาตายไปแล้วงั้นหรอ หรือว่าแค่ฝัน?

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาในตอนนี้อยู่ในนิยายเรื่องที่กำลังอ่านก่อนหลับ ' ท่านประธานเย็นชากับแสงจันทร์ขาวของเขา '

นิยายรัก BL ที่ขายดีแบบถล่มทลาย เนื่องจากพล็อตมันคลิกกับความต้องการของตลาด อีกทั้งคนวางบทและบรรยายก็ทำการบ้านได้ดีด้วย เขาเองก็เป็นในแฟนพันธุ์แท้ของนิยายเรื่องนี้ เขาอ่านมันหลายรอบแล้ว รอบที่กำลังอ่านก่อนนอนนี่เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่หลังจากทำงานเหนื่อยก็เกิดอยากอ่านขึ้นมากะทันหัน เขาจึงหยิบขึ้นมาอ่านบนเตียงก่อนนอน

นิยายเรื่องนี้พระเอกหรือหยางเฟยหลงเป็นผู้สืบทอดตระกูลและกิจการตระกูลหยาง เป็นคนเย็นชา ไม่สนใจใคร วัน ๆ ทำแต่งาน จนทุกคนคิดว่าคุณชายหยางชาตินี้คงหาภรรยาไม่ได้ แต่สิ่งที่ไม่มีคนรู้คือ อันที่จริงคุณชายหยางนั้นมีคนที่แอบรักอยู่ นั่นคือ เจี้ยนเหยาหยา ผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก แต่เนื่องจากตระกูลเจี้ยนกำลังตกต่ำ ทำให้ หยางเทียนผู้เป็นบิดาไม่ยอมตกลงใจให้ทั้งสองแต่งงานกัน แต่กลับเลือกกู่ฉิงฉิง บุตรชายคนเล็กตระกูลกู่ที่ฐานะสมน้ำสมเนื้อกันให้มาแต่งงานแทน แน่นอนว่า การแต่งงานของตระกูลระดับสูงไม่ได้อยู่ที่ความรักชอบแต่อยู่ที่ผลประโยชน์

ในตอนแรก กู่ฉิงฉิงได้ยินว่าต้องแต่งงานกับหยางเฟยหลงที่ถูกขนานนามว่าภูเขาน้ำแข็งก็ไม่เต็มใจ อาละวาดทำตัวน่ารังเกียจต่อต้านผู้เป็นบิดาจนล่าสุดเถียงกับผู้เป็นพ่อจนพลาดตกบันไดหัวกระแทกพื้นสลบ โชคดีพรมที่ปูไว้นั้นหนาและนุ่ม ทำให้ไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัสแค่ฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายเท่านั้น

เมื่อฟื้นขึ้นมา เจ้าตัวกลับจำอะไรไม่ได้ และยอมตกลงแต่งงานแต่โดยดี ครานี้เมื่อเจอหน้าพระเอกตอนนัดตกลงการจัดการกลับตกหลุมรักพระเอกเสียอย่างนั้นและหวังให้การแต่งงานนี้กลายเป็นการแต่งงานด้วยความรักอย่างแท้จริง แต่อนิจจา บทตัวประกอบใช้แล้วทิ้งก็คือตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง แม้ว่าจะพยายามมากมายเพียงใด พระเอกก็หาสนใจกู่ฉิงฉิงไม่ เนื่องจากพื้นที่ในใจของเขามีผู้ครอบครองอยู่แล้วนั่นเอง

กู่ฉิงฉิงที่พยายามจนเหนื่อย ตอนหลังกลับพบสาเหตุที่หยางเฟยหลงไม่สนใจตนเองแม้เพียงสักนิด เมื่อแสงจันทร์ขาวหรือนายเอกตัวจริงกลับมาจากต่างประเทศ จากนั้นบทละครดราม่าจึงเกิดขึ้นตามระเบียบ กู่ฉิงฉิงปฏิบัติการฆ่าตัวตายโดยการตามรังควานนายเอกอย่างไม่ลดละ และถึงขั้นพยายามฆ่าในที่สุด ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว หยางเฟยหลงทนไม่ไหว จัดการกู่ฉิงฉิงและถล่มตระกูลกู่จนล่มจม ล้มละลายตามไป และท้ายที่สุดก็หย่าขาดจากกู่ฉิงฉิงที่ถูกตัดสินจำคุกตามระเบียบเนื่องจากพยายามฆ่าผู้อื่นและแต่งงานใหม่กับเจี้ยนเหยาหยา และครองคู่กันอย่างมีความสุขและตระกูลเจี้ยนก็ได้รับการช่วยเหลือจากหยางเฟยหลงจนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

เหตุผลที่เขาชอบอ่านเรื่องนี้ก็เพราะว่าเนื้อเรื่องสนุกดี พล็อตตลาด อ่านเพลิน กินอาหารหมาของคู่พระนาย ส่วนอีกเหตุผลคือ ตัวประกอบผู้โชคร้ายดันชื่อเหมือนเขา ทำให้เขาสงสารอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะรู้ตัวว่าถูกวางบทมาไม่ดี แต่ว่านะ ก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้เขาเองที่กลับกลายมาเป็นคนแสดงแทนตัวจริงที่หายไปไหนไม่รู้

เขาไม่อยากมีชีวิตเอน็จอนาถแบบในนิยาย เขาอยากใช้ชีวิตดี ๆ กินอิ่ม นอนหลับ มีคนที่รักเขามาก ๆ ส่วนคนที่มีคนในใจอยู่แล้ว เชอะ! ถึงเขาจะชอบพระเอกแต่จ้างให้ก็ไม่เอาด้วยหรอกแม้ให้ฟรีก็ตาม

อันที่จริงจะยกเลิกงานแต่งก็ได้แต่ว่ามันจะกระทบธุรกิจของตระกูลกู่อย่างมาก เนื่องจากเป็นการตบหน้าตระกูลหยางโดยตรง

เกรงว่าทางเลือกเดียวของตนคือ ต้องแต่งงานกับหยางเฟยหลงเท่านั้น งานแต่งนี้อย่างไรก็ต้องเกิด แต่ว่า ตามเนื้อเรื่อง เมื่อนายเอกตัวจริงกลับมา เขาก็จะร่อนใบหย่าหรือหาทางหย่ากับหยางเฟยหลงเอาอีกทีคาดว่าอีกฝ่ายคงยอมง่าย ๆ อยู่แล้ว แต่ด้วยเงื่อนไขที่ไม่กระทบกับตระกูลของทั้งสอง หม้อดำนี้หยางเฟยหลงต้องรับไป เป็นราคาที่ต้องจ่ายถ้าอยากครองคู่กับแสงจันทร์ขาวล่ะนะ ส่วนเขาก็จะใช้ชีวิตแบบคนรวยให้เต็มที่และหาคนที่ชอบมาไว้ข้างกายตามที่เคยจินตนาการไว้….

แรกพบหน้า

ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน กู่ฉิงฉิงก็ได้พบกับแขกแปลกหน้าที่มาพบเขาโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสั่งตัดสไตล์เรียบหรูของห้องเสื้อชื่อดังระดับโลก เท้าในรองเท้าหนังขัดมันก้าวเหยียบเดินเข้ามาในห้องนอนของกู่ฉิงฉิงโดยไม่มีแม้แต่จะมีมารยาทพื้นฐานที่ต้องเคาะบอกเจ้าของห้องหรือขออนุญาตล่วงหน้า

กู่ฉิงฉิงที่กำลังสไลด์โทรศัพท์เล่นบนที่นอนระหว่างรออาหารมื้อเย็นเงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุกแบบงง ๆ

" เอ่อ…คุณ…เอ่อ เข้ามาได้ยังไงครับ "

กู่ฉิงฉิงมองหน้าผู้บุกรุกที่มีใบหน้าหล่อเหลาตามมาตรฐานชายในฝันของตนอย่างเหม่อลอย ลืมบทบาทที่ต้องแสดงในฐานะคุณชายเล็กของตระกูลไปเสียสนิท

" เหอะ! ความจำเสื่อมจริง ไม่หลอกสินะ "

ประโยคที่ไม่มีที่มาที่ไปเปล่งออกมาจากริมฝีปากได้รูปของชายรูปงามตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราบเรียบ แฝงแววเยาะเล็กน้อย

" ??? "

กู่ฉิงฉิง นึกไม่ออกว่าเคยไปเจอหรือไปเหยียบกีบ…เอ้ย เท้าของอีกฝ่ายตอนไหนทำให้ไอ้คุณพี่หน้าหล่อตรงหน้าถึงออกอาการไม่ชอบขี้หน้าเขาแบบออกนอกหน้าขนาดนี้

อย่าคิดว่าหล่อแล้วทำได้ทุกอย่างนะ เพ้ย!!!

" คุณ!!…"

ก่อนจะได้พูดเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกถึงความรีบร้อนก็วิ่งมาทางห้องของเขาพอดี จากนั้นร่างของแม่นมเฉินก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู

" สวัสดีค่ะคุณชายหยาง "

คำเรียกจากปากแม่นมเฉินเป็นตัวบ่งบอกสถานะของไอ้คุณหน้าหล่อตรงหน้าคือคู่หมั้นของเขา ถึงว่ามาถึงก็หาเรื่องท่าเดียว

" แม่นมเฉิน "

อีกฝ่ายทักกลับแค่การเรียกชื่อไม่แม้แต่จะกล่าวสวัสดี ก่อนจะผินหน้ากลับมามองที่คนบนเตียงอีกรอบด้วยสีหน้าเย็นชาเรียบนิ่ง

" ฉันมาเยี่ยมและจะมาเตือนว่า งานแต่งพรุ่งนี้หวังว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอีกนะ "

น้ำเสียงราบเรียบผสมรังสีกดดันจากคนที่บริหารคนนับหมื่นเปล่งออกมาจากร่างกายสูงใหญ่นั่น เล่นเอากู่ฉิงฉิงชะงักไปชั่วครู่ นึกไปถึงท่านประธานของตนที่โลกเดิมเลยทีเดียว แต่แค่นี้ยังไก่อ่อน ท่านประธานของเขาโหดกว่านี้มากนัก

หยางเฟยหลงมองกู่ฉิงฉิงที่นิ่งไม่แสดงอาการอันใดก็รู้สึกแปลกใจ หรือเขาจะข่มขู่มากเกินไปจนอีกฝ่ายตกใจจนช็อกไปแล้ว พลันคิดในใจว่า…ไม่ดีแน่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงหวานใสก็ดังบอกแม่นมของตนให้ออกไปจากห้อง แม้ตอนแรกแม่นมเฉินจะอิดออดแต่ก็ตามใจคุณชายของตนในที่สุด

" เอาล่ะเหลือแค่เราสองคนแล้วนะคุณชายหยาง "

ร่างสูงยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ เขาอยากรู้ว่าคู่หมั้นกำมะลอตรงหน้าคิดจะทำหรือแผลงฤทธิ์อะไรอีก

" นั่งก่อนสิครับ เกรงว่าเราอาจต้องคุยกันยาว~ "

เสียงหวานลากยาวทิ้งท้ายแบบจงใจ ทำเอาคนฟังจั๊กจี้หัวใจแบบแปลก ๆ

หยางเฟยหลงนิ่งไปซักพักก่อนจะลากเก้าอี้ที่วางไว้ตรงมุมห้องมาที่ตำแหน่งข้างเตียงทางด้านขวาก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง ขาเรียวแกร่งยกขึ้นไขว้ทับขาอีกข้าง แผ่นหลังเอนพิงพนักอย่างสบาย ๆ เหมือนนักล่าที่รอดูว่าเหยื่อของตนเองจะเล่นตุกติกอะไร

กู่ฉิงฉิงเห็นปฏิกิริยาแบบนี้จากพ่อพระเอกก็รู้สึกว่าเรื่องที่จะพูดต่อน่าจะมีหวัง

" คุณหยาง คุณก็รู้ใช่ไหมว่าการแต่งงานนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเราทั้งคู่ "

กู่ฉิงฉิงพูดจบก็มองไปยังหยางเฟยหลงเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับแต่อีกฝ่ายยังคงแสดงท่าทางนิ่งเฉย แบบไม่รู้สึกรู้สาอันใด

สมกับเป็นตัวพ่อแห่งวงการธุรกิจ!

" คุณอยากให้เรื่องมันดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ งั้นหรือครับ "

ไม่มีปฏิกริยาตอบรับใด ๆ จากอีกฝ่ายแม้สักนิด เริ่มทำเอากู่ฉิงฉิงเริ่มจะตื่นตระหนกแทน

" ถ้าเธอคิดจะล่มงานแต่งเกรงว่าคงไม่ทันเสียแล้วล่ะนะ "

หยางเฟยหลงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงแววเยาะในทีหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง

" ไม่ครับ! ผมไม่ได้จะยกเลิกงานแต่ง…ในตอนนี้ "

ประโยคหลังสุดทำเอาหยางเฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจระคนสนใจ

บุตรชายคนเล็กของท่านประธานกู่มีอะไรมาเล่นอีกล่ะ?

เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านิ่งเงียบ กู่ฉิงฉิงจึงชิงโอกาสพูดต่อ

" ผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากแต่งงานแต่ก็โดนบังคับจากตระกูล ผมเองก็เช่นกัน และอย่างไรมันก็เลื่อนหรือห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่…คุณกับผมหาโอกาสจบมันได้…ในภายหลัง เมื่อเวลาเหมาะสม "

เหอะ ๆ เดี๋ยวพอพ่อแสงจันทร์ขาวกลับมา ต่อให้ไม่อยากจบนายก็จะพยายามจบมันให้ได้อยู่ดี แต่ขอฉันใช้ประโยชน์ตรงนี้สักหน่อยเถอะ!

" พูดต่อสิ "

เสียงราบเรียบกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่พูดต่อ

" ผมมีข้อเสนอ ผมจะแต่งงานกับคุณแค่หนึ่งปีหลังจากนั้นผมจะเซ็นใบหย่าให้ โดยที่คุณต้องรับรองว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการร่วมธุรกิจระหว่างตระกูลกู่กับหยาง และ… "

คิ้วหนาได้รูปยกตัวขึ้นอีกรอบด้วยความสนใจว่าเจ้าของปากเล็กๆน่าจูบนี่อยากจะพูดอะไรต่อ

" คุณจ่ายค่าเลิกราให้ผมเป็นเงิน 100 ล้าน แบ่งจ่ายก่อน หลังจดทะเบียนสมรส 50 ล้าน หลังผมเซ็นใบหย่า 50 ล้าน "

" ทำไมฉันต้องจ่ายนาย "

หยางเฟยหลงถามเสียงเรียบ เปล่งออร่านักธุรกิจเขี้ยวลากดินออกมา

กู่ฉิงฉิงนายจะมากลัวตอนนี้ไม่ได้นะ!

" พอเลิกรากับคุณแล้ว คุณคิดว่าตระกูลจะยอมรับผมหรือไง มีความเป็นไปได้ว่าผมอาจจะถูกไล่ออกจากตระกูลสูง ผมต้องการันตีค่าครองชีพของตนเองไปอีกหลายสิบปีนะครับ "

เขากัดฟันพูดออกไปในที่สุด

" อืม…ก็สมเหตุสมผล แต่ฉันเลือกจะไม่แต่งกับนายก็ได้นี่นา "

เหอะ! ถ้าเขาไม่รู้เหตุผลที่นายนี่ยอมกลั้นใจแต่งมาก่อนล่ะก็นะ

" งั้นเกรงว่าหุ้นในส่วนที่จะทำให้คุณกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของเครือตระกูลหยางคงไม่อาจตกมาถึงมือคุณแล้วล่ะ การขึ้นเป็นประธานบอร์ดบริหารของคุณคงได้แต่จบลงตรงนี้ "

สิ้นประโยค ม่านตาของร่างสูงหดแคบลงทันใด ความลับนี้ไม่มีใครรู้และเขาไม่เคยบอกใคร

การแต่งงานนี้ ปู่ของหยางเฟยหลงจะยกหุ้นบางส่วนของบริษัทให้เป็นของขวัญแต่งงาน เมื่อรวมกับหุ้นที่รวบรวมไว้ในครอบครองก็ทำให้ชายหนุ่มเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในการบริหารหยางกรุ๊ป มีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าปู่หรือพ่อของเขาเสียอีก เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเองและผู้ช่วยประจำตัวซึ่งเป็นคนที่ปั้นมาเองกับมือเท่านั้น

ร่างสูงของหยางเฟยหลงลุกขึ้นจากเก้าอี้มาบนเตียง นำร่างสูงใหญ่ของตนเข้ามาประชิดร่างเล็กของคู่หมั้น แต่เป็นการประชิดที่เต็สไปด้วยรังสีคุกคาม

" เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร!? "

หยางเฟยหลงถามเสียงเข้ม เย็นเยียบ เต็มไปด้วยรังสีสังหารจนกู่ฉิงฉิงเกิดอาการขนลุกขึ้นมากะทันหัน

กู่ฉิงฉิงอยากจะตบกะโหลกตัวเองสักสิบที ลืมไปเสียสนิท เรื่องนี้หยางเฟยหลงเก็บเงียบเป็นความลับ มีแค่เจ้าตัวกับผู้ช่วยคนสนิทเท่านั้นที่รู้เรื่อง

ตอนนี้ในหัวของเขาประมวลผลเร็วรี่เพื่อหาทางออกให้ตนเอง ถ้าตอบไม่ดีเขาจะโดนคู่หมั้นหักคอตายกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ไหมเนี่ย!

" ดะ เดา ผมเดาเอาน่ะ "

ร่างสูงทำสีหน้าไม่ต่างจากเดิม แววตาหรี่ลง แสดงถึงความไม่เชื่อ

" ก็ผมไม่มีอะไรน่าสนใจสักอย่าง ผิดกับคุณที่เลือกคนนั้นคนนี้ได้สบาย ๆ แล้วก็คุณไม่ได้มีคนรักเป็นตัวเป็นตนแสดงว่าคุณยังไม่ได้อยากแต่งงาน การที่คนอย่างคุณยอมแต่งทั้ง ๆ ที่ปฏิเสธได้ง่าย ๆ มันต้องมีอะไรดึงดูดใจมากพอ ผมก็เลยเดาเอาว่าน่าจะเกี่ยวกับหุ้นในหยางกรุ๊ป ผมเคยได้ยินพ่อกับพี่คุยกันว่าถ้ามีจำนวนอัตราส่วนหุ้นมากก็จะมีสิทธิ์มีเสียงมาก ผมก็เลยเดา ๆ เอา "

คำอธิบายดูสมเหตุสมผลแต่ก็ยังไม่ทำให้หยางเฟยหลงเชื่อสนิทใจอยู่ดี เกรงว่าข่าวการเคลื่อนไหวของเขาาอาจจะออกหลุดไปเสียแล้วและคนตรงหน้าเหมือนจะไม่โง่ตามรายงานที่ได้รับมาสักนิด

หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ ร่างของหยางเฟยหลงจึงถอยกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงตามเดิม

" มีอะไรที่เธอต้องการอีกไหม "

" หนึ่งปีนี้ ใช้ชีวิตกับผมแบบคู่แต่งงานทั่วไป ไม่มีความรุนแรงในครอบครัว ดูแลผมให้ดี ที่สำคัญห้ามมีคู่นอนคู่รักในระหว่างการแต่งงานยังมีผล "

ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในคำขอ ก่อนจะเอ่ยแซวแหย่คนตรงหน้า

" ถ้าเธอไม่ให้ฉันไปหาที่ระบายอารมณ์ เธอก็ต้องรับหน้าที่นั้นเองนะ เข้าใจใช่ไหม "

เออ…ลืมคิดไป! แต่พอมองหน้าตาหล่อเหลาผิดมนุษย์มนาของพ่อพระเอกที่ตรงตามบรรยายในหนังสือเป๊ะ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ขาดทุนอะไรที่จะเสียตัวและมีอะไรกับพระเอก ออกจะได้กำไรด้วยซ้ำ เพราะในนิยาย ฉากเซ็กซ์ระหว่างพระนาย แซ่บหลาย!!!

" ครับ ผมตกลง "

กู่ฉิงฉิงตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ทำให้ใบหน้าหวานสวยดูน่ารักจนน่าจับบีบ และมือของหยางเฟยหลงก็ทำตามที่สมองคิด

" อื้อ! "

ผิวนุ่มเนียนละเอียดยิ่งบีบยิ่งเพลินมือ

พอโดนแกล้งมากเข้า ร่างกายของกู่ฉิงฉิงก็ตอบรับโดยหางตาแดงมีน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย ยิ่งทำให้หยางเฟยหลงยิ่งอยากรังแกหนักขึ้นไปอีก การกลั่นแกล้งนี้หยุดลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสุขของท่านประธานหยาง

" แค่ก ขอโทษที "

หยางเฟยหลงกล่าวขอโทษเมื่อเห็นรอยแดงบนผิวเนื้อนิ่มบนใบหน้าของคนตัวเล็ก

ประตูห้องนอนของกู่ฉิงฉิงก็เปิดออกทันใด บิดาของกู่ฉิงฉิง เดินเข้ามาดูสภาพว่าที่คู่แต่งงานทั้งสองคน ใจหนึ่งก็กลัวลูกชายตัวเองอาละวาด

" สวัสดีครับ ประธานกู่ "

หยางเฟยหลงกล่าวทักทายว่าที่พ่อตา

" อืม มาเยี่ยมฉิงฉิงงั้นหรือ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ "

" ไม่ดีกว่าครับ ผมต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับงานวันพรุ่งนี้ พอดีได้ข่าวว่าฉิงฉิงอาการไม่ดีเลยแวะมาเยี่ยม "

พร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงที่นั่งอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเดินไปทางประตูที่เปิดอ้าไว้

" โอ้ งั้นก็ตามกำหนดการเดิม ทางนี้จะเตรียมฉิงฉิงให้พร้อม "

" ครับ ขอบคุณครับ "

กู่ฉิงฉิง มองตามแผ่นหลังกว้างในสูทสั่งตัดของหยางเฟยหลงที่เดินจากไป พลันนึกได้ว่า อีกฝ่ายยังไม่ตกลงในข้อเสนอเลยนี่หว่า…หวา ๆๆๆๆ แต่ทันใดมือถือของเขาก็มีข้อความเข้า หลังจากเปิดดูก็พบว่าเป็นข้อความจากหยางเฟยหลงที่มีแค่คำว่า 'ตกลง'

กู่ฉิงฉิงได้แต่ยิ้มกริ่มในความสำเร็จของแผนที่วางไว้ หนึ่งปี…แสงจันทร์ขาวก็กลับมาพอดี เขาก็เก็บกระเป๋าแพ็กของเผ่นได้ทันที ไม่อยู่เป็นสิ่งกีดขวางทางจราจรในความรักของคู่พระนายให้ตัวเองเจ็บตัวเล่นหรอกนะ อีกอย่างเขามีข้อมูลจากหนังสือนิยายที่อัดแน่นในหัว เงินที่ได้มาเขาจะเอาไปลงทุนในการสร้างกำไรให้ตัวเองมีกินมีใช้ระยะยาว เพราะหลังจากหย่ากับหยางเฟยหลงแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าพ่อกับพี่ชายของเขาจะตัดหางปล่อยวัด เขาจะอดตายข้างทางหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ต้องวางแผนการันตีปากท้องของตนเองไว้ก่อนดีที่สุดจะมาหวังพึ่งพาคนอื่นไม่ได้!

พูดถึงเงิน กู่ฉิงฉิงเริ่มเช็กเงินในบัญชีของตนเอง

โอ้! หลายสิบล้าน น่าจะมาจากค่าขนมที่ทางบ้านให้ไว้และเจ้าตัวไม่ค่อยได้ใช้ เอาจริง ๆ กู่ฉิงฉิงในโลกนิยายไม่ได้ชอบเที่ยว แต่ติดบ้าน เงินค่าขนมรายเดือนอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับเงินที่พี่ชายมี แต่ก็นับว่ามากมายมหาศาลสำหรับคนทั่วไปอยู่ดี ยิ่งเจ้าตัวไม่ค่อยซื้ออะไรด้วย เงินเลยเหลือในบัญชีจำนวนมาก อืม..เขาต้องหาทางเอาไปลงทุนเสียแล้ว ส่วนอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ เกรงว่าคงต้องเช็กผ่านทนายของตระกูลในวันหลัง

พอคิดว่าตัวเองกลายเป็นเศรษฐีน้อย ๆ ก็รู้สึกใจฟูเป็นอย่างมาก จากที่เคยใช้เดือนชนเดือนตอนนี้กลับสุขสบายเหมือนฝัน อา…ไม่อยากตื่นเลยจริง ๆ

ขณะกำลังฝันหวาน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความฝันแสนหวานอีกรอบ ตามมาด้วยเสียงอันแสนคุ้นเคย

" หยางเฟยหลงมาคุยเรื่องอะไร "

ประธานกู่ หรือกู่เกา พ่อของกู่ฉิงฉิงดำเนินการสอบสวนบุตรชายคนเล็กของตนด้วยเกรงว่าจะเผลอหลุดพูดอะไรไม่เหมาะสมออกไปทำให้กระทบต่องานแต่งอันแสนสำคัญของทั้งสองตระกูล

เบื้องหน้าแม้เป็นงานแต่งงานธรรมดา ๆ แต่เบื้องหลังคือการร่วมมือกันทางธุรกิจและการประสานปรองดอง จะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด!

" ก็ไม่มีอะไรมากครับ มาถามอาการและบอกให้เตรียมตัวสำหรับงานวันพรุ่งนี้ "

" อย่าพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไปล่ะ "

เสียงเข้มแฝงแววข่มขู่ในที

" โอ้…คุณพ่อ คุณพ่อทำให้ผมนึกได้พอดีว่า ผมยังไม่เห็นสินเดิมของฝ่ายผมเลยนะครับ ถ้าสะดวกผมขอตอนนี้เลยได้ไหม "

ประธานกู่ได้ฟังบุตรชายคนเล็กกล่าวก็ชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ

" แกกลัวว่าพ่อจะไม่ยกอะไรให้แกหรือไง ฉันไม่ยอมให้เสียหน้าตระกูลหรอก! "

" ครับ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าอย่างไร ผมขอให้คุณพ่อเรียกทนายมาดำเนินการวันนี้เลยได้ไหมครับ ผมจะได้สบายใจ เพราะไม่งั้นพรุ่งนี้ผมอาจไม่มีแรงเข้าร่วมงานแต่งก็เป็นได้นะครับ "

" ฮึ่ม! แก! "

กู่เการู้สึกโมโหจนแทบกระอักเลือดหมดสติเสียให้ได้ แต่ก็ได้แต่อดทน ใจจริงเขาตั้งใจรั้งรอการตัดแบ่งทรัพย์สินออกไปให้นานที่สุด ใครจะอยากให้ทรัพย์สินของตนเองติดมือไปกับลูกชายที่แต่งออกกันล่ะ แต่สภาพนี้เกรงว่าถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างลูกชายของเขาคงจะเล่นแง่จนทำงานใหญ่เสีย

ช่างเถอะ! ไว้ค่อยเอาคืนทีหลังจากฝ่ายตระกูลหยางก็ยังไม่สาย!

" ไปเรียกทนายฟงให้มาพบฉันเดี๋ยวนี้ "

ประธานกู่บอกพ่อบ้านที่ยืนรอด้านนอก โดยทนายฟงคือทนายประจำตระกูลที่มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ของตระกูลที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ

" ครับนายท่าน "

ชั่วเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงทนายฟงซึ่งเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ที่ผมเถิกไปเกือบจะครึ่งศีรษะ แต่แต่งกายดูดีมีระดับ สมฐานะที่ทำงานกับตระกูลกู่ เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือจำนวนหนึ่ง

" สวีสดีครับท่านประธานกู่ คุณชายเล็ก "

ประธานกู่เดินพาอีกฝ่ายไปยังโซฟาชุดในห้อง ส่วนกู่ฉิงฉิงก็ลงจากเตียงตามไปด้วย วินาทีสำคัญในชีวิตของเขามาถึงแล้ว!…

พล็อตที่ไม่ยอมให้เปลี่ยน

" เงินสดจำนวน 200 ล้าน วิลล่าชานเมืองหนึ่งหลัง คอนโดขนาด 200 ตารางวาที่หูกวงฉานเซ่อ ในเขต C 1 ชุด และหุ้นจำนวน 5% ของกู่กรุ๊ป ตามนี้นะครับ "

ทนายฟงสรุปรายการทรัพย์สินที่ท่านประธานกู่จะโอนถ่ายให้บุตรชายออกมา เมื่อฟังรายการทรัพย์สินที่จะมอบให้บุตรชายคนเล็กที่จะแต่งออก กู่เกาก็อดที่จะเจ็บปวดเสมือนถูกมีดตัดแบ่งชิ้นเนื้อออกจากร่างกายตนเองไม่ได้

" ถูกต้อง "

กู่เกากัดฟัดตอบ ตอบรับและเป็นการยืนยันคำพูดของทนายฟง

" งั้นเซ็นตามนี้เลยครับ และคุณชายเล็กเซ็นตรงนี้ครับ "

เอกสารจำนวนสามชุดที่มีรายละเอียดเหมือนกันทุกอย่างระบุถึงการรายการทรัพย์สินและรายละเอียดการถ่ายโอนทรัพย์สินถูกส่งมอบให้กับพ่อลูกตระกูลกู่ได้ลงนามร่วมกัน โดยทนายฟงชี้จุดที่แต่ละคนต้องเซ็นในเอกสาร ก่อนจะรับกลับมาเมื่อสองพ่อลูกลงเซ็นเอกสารเรียบร้อย เพื่อตรวจเช็กความถูกต้องอีกรอบ จากนั้นมอบเอกสารอย่างละชุดให้กับท่านประธานกู่ซึ่งเป็นเจ้านายและคุณชายเล็ก ส่วนตัวเขาเก็บไว้อีกชุดเพื่อเป็นหลักฐานสำรอง เมื่อจบงานทนายฟงขอตัวกลับเพื่อรีบนำเอกสารไปดำเนินการต่อที่สำนักงาน

" จำไว้นะ แม้จะแต่งออกไปแล้ว แกก็ยังคือคนของตระกูลกู่ "

พูดจบ ประธานกู่ก็เดินออกจากห้องของบุตรชายไปอีกคน

กู่ฉิงฉิงกอดเอกสารรายการทรัพย์สินที่ได้รับมอบมาหมาด ๆ สด ๆ ร้อน ๆ แนบอกด้วยความปลื้มปริ่ม

รวยแล้วเว้ย!!!

เดิมนั้นเขาซึ่งเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน เงินเก็บในบัญชีอย่างมากแค่หกหลักต้น ๆ แต่ว่าตอนนี้มีทรัพย์สินเป็นร้อยล้านจะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร

อีกอย่างที่เขารีบร้อนเรียกร้องสินเดิมของตนเองเนื่องจากตามเนื้อเรื่องในงานแต่งงานของตนพรุ่งนี้ ลูกชายนอกสมรสของกู่เกาจะจงใจปรากฏตัวออกมาให้ผู้คนในวงการธุรกิจรับรู้ ทรัพย์สินส่วนที่เป็นสินเดิมติดตัวในการสมรสของเขาตามปกติจึงถูกยกให้เป็นของลูกนอกสมรสนั่นเนื่องจากพ่อของเขาต้องการแสดงความสงสารในความลำบากของอีกฝ่ายและคิดว่าอย่างไรตัวเขาก็แต่งออก ทรัพย์สินพวกนี้ยกให้เขาก็เหมือนเสียเปล่า จึงตัดสินใจยกให้บุตรชายที่โผล่มานี่ใหม่แทน เหอะ! เรื่องอะไรเขารึจะยอม ของของเขาก็คือของของเขา ใครก็เอาไปไม่ได้เด็ดขาด! ส่วนลูกชายที่โผล่ขึ้นมาใหม่นี้จะมาเปิดศึกแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลกู่กับพี่ชายของคนโตของกู่ฉิงฉิงก็ปล่อยให้คุณพี่รับผิดชอบไป อย่างไรพี่ชายของกู่ฉิงฉิงหรือกู่เซวียนเย่นั้นก็ไม่ใช่ไก่อ่อนที่ปล่อยให้ตนเองโดนรังแกหรือแย่งตำแหน่งง่าย ๆ หรอกนะ ยกเว้นเสียแต่ว่ากู่เกาจะสนับสนุนให้ท้ายลูกชายคนใหม่แบบออกหน้าออกตา นั่นก็อีกเรื่อง

ตอนนี้เขาต้องการสนใจแค่เรื่องของตัวเองก่อน เพราะหลังจากแต่งงาน เขาวางแผนจะเอาเงินที่มีไปลงทุนกับพวกบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ ที่ภายหลังทำกำไรมหาศาล เขาจะกลายเป็นหนี่งในผู้ถือหุ้นใหญ่และมีส่วนแบ่งกำไรไว้กินสบาย ๆ ในภายหลังโดยที่ไม่ต้องทำอะไร

นั่งกินนอนกินก็มีเงินใช้ นี่มันความฝันอันสูงสุดของเขาโดยแท้!

อีกประการ หนึ่งปีหลังจากนี้เมื่อแสงจันทร์ขาวของพ่อพระเอกกลับมา เขาก็จะโดนเขี่ยทิ้ง แม้จะไม่ได้ไปตัวเปล่าแต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าหลังจากนี้ตระกูลเขาจะยอมรับการเลิกรานี้หรือไม่ อาจจะตัดเขาออกจากตระกูลก็ได้ เขาไม่อยากกลายเป็นขอทานข้างถนนหรือทำงานงก ๆ ได้เงินน้อยนิด พอกันทีระบบแรงงานทาสที่เคยประสบพบเจอ!

นึกแล้วกู่ฉิงฉิงก็นำมือถือของตนเองขึ้นมาจดรายชื่อที่เขาต้องหาข้อมูลสำหรับการลงทุน ช่วงเวลานี้ คนพวกนี้ยังคงตระเวณหาคนลงทุนอยู่และยังไม่ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจ นี่ถือเป็นโอกาสอันดีงามและเหมาะเหม็งสำหรับเขา

กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ล่วงเข้าเวลาดึก แม่นมเฉินเห็นว่าพรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน จึงมาเร่งให้รีบเข้านอน เนื่องจากกลัวเขานอนไม่พอแล้วแล้วปัญหาทางร่างกายขึ้นมา คงกลัวเขาเป็นลมเป็นแล้งกลางงานจนกลายเป็นข่าวดังล่ะมั้ง กู่ฉิงฉิงคิดเล่น ๆ ในใจ

แต่อันที่จริงสิ่งที่กู่ฉิงฉิงคิดก็ไม่ผิดไปจากความคิดของแม่นมเฉินมีในหัวเท่าไหร่

กู่ฉิงฉิงนั้นยังไม่รู้สึกอยากนอนนักหรอกแต่ว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการเดินทางข้ามมิติกับผ่านหลายเรื่องที่จัดการทำให้สภาพจิตอ่อนล้ารวมกับร่างกายเดิมของเจ้าของเดิมที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก ทำให้หลับไปอย่างง่ายดาย

โดยก่อนจะหลับไปนั้นกู่ฉิงฉิงคิดว่าร่างกายที่แสนอ่อนแอนี้ต้องจับออกกำลังกายบริหารเพิ่มกล้ามเนื้อให้จงได้ นี่มัน…อ่อนแอเกินไปแล้ว!

จากนั้นจึงเข้าสู่นิทรารมณ์อย่างสบายใจไร้กังวล

============

" คุณชาย คุณชายตื่นได้แล้วค่ะ ได้เวลาแล้ว "

เสียงเรียกที่คุ้นเคยจากแม่นมเฉินมาพร้อมกับแรงเขย่าเบา ๆ ปลุกให้กู่ฉิงฉิงตื่นจากห้วงนิทรารมณ์ขึ้นมาอย่างง่วงงุนงัวเงีย

เขาต้องใช้เวลาตั้งสติครู่หนึ่งว่าทำไมมีคนเรียกตนว่าคุณชายก่อนจะนึกได้ว่าตนนั้นตอนนี้หาใช่พนักงานกินเงินเดือนอีกต่อไปแล้วแต่กลายเป็นคุณชายเล็กของบ้านตระกูลกู่และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในวันนี้

เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างฝรั่งเศสที่ยาวจากเพดานจรดพื้นในห้องนอนส่วนตัวก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกยังมืดอยู่ ไร้แสงจากดวงอาทิตย์

" รีบร้อนอะไรกัน ยังไม่สว่างเลย "

กู่ฉิงฉิงบ่นกระปอดกระแปด เขาง่วงจะตาย นอนยังไม่อิ่มเลยสักนิด

" ไม่ได้ค่ะ ต้องเตรียมตัว ขัดตัว ไหนจะต้องแต่งตัวและรอเจ้าบ่าวมารับตามฤกษ์อีก เวลาแทบไม่พอแล้วค่ะคุณชาย "

เขาเป็นผู้ชายต้องขัดตัวด้วยหรอ?!

แต่กระนั้นก็ไม่อาจสู้แรงวัวแรงควายของแม่นมเฉินที่อายุมากได้ เขาโดนลากลงจากเตียงลงมาให้เหล่าบรรดาพนักงานดูแลความงามจากสถาบันความงามชื่อดังซึ่งเขาเห็นป้ายชื่อจากเครื่องแบบที่แต่ละคนสวมใส่ จับขัด นวด แวกซ์ อบ กระทั่งอาบน้ำนม จนกระทั่งรู้สึกว่าผิวหนังที่ปกติบอบบางละเอียดแทบจะไร้รูขุมขนของตัวเองกลายเป็นเปล่งประกายออร่าสว่างจ้าเหมือนมีไฟนีออนระดับพันวัตต์ส่องสว่างออกมาจากร่างกาย ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็เอาไปใช้แทนไฟนำทางได้เลย เข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาเหล่าผู้หญิงชอบไปใช้บริการสถานบริการความงามกันนัก

เมื่อถูกจับขัดอบอาบเรียบร้อย เขาก็โดนจับแต่งชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อถูกสวมลงบนร่างของเขาที่ผิวขาวอมชมพูสีเสื้อช่างขับสีผิวทำให้เขาดูงดงามมากขึ้นไปอีก

ทรงผมและใบหน้าถูกจัดแต่งโดยช่างมืออาชีพ กว่าจะเสร็จขั้นตอนทั้งหมด ก็ปาเข้าไปยามสายของวัน ใกล้เวลาได้ฤกษ์มงคลเต็มที เขาซึ่งโดนปลุกแต่เช้ามืดและไม่มีอะไรหย่อนลงท้องแม้แต่น้ำเปล่าเริ่มอยากจะประท้วงยกเลิกงานแต่งแม่งเสียให้ได้

" คุณชาย อาหารว่างค่ะ ทานก่อนเริ่มพิธี "

โชคดีที่แม่นมเฉินรู้ใจของเขาอย่างยิ่งนำเอานมสดและขนมปังมาไว้ให้เขากินรองท้อง แม้จะไม่อิ่มนักแต่ก็พอประทังหิวไปได้ เอาวะไปรอกินต่องานเลี้ยงแล้วกัน

แต่กู่ฉิงฉิงหารู้ไม่ว่า ตอนงานเลี้ยงเขายิ่งไม่มีโอกาสได้กินมากกว่าเดิมเสียอีกเพราะมัวแต่ต้องเดินรับแขกเหรื่อที่ไม่รู้จะมีจำนวนมากไปไหน ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่รู้จักสักนิด

" รถจากบ้านตระกูลหยางมาถึงแล้วครับ "

พ่อบ้านเดินมาแจ้งให้ทราบเพื่อให้คุณชายของตนเตรียมตัวและถูกส่งให้มาคุมตัวคุณชายเล็กเพื่อนำไปขึ้นรถที่ทางตระกูลหยางจัดมารับตามฤกษ์มงคล ด้วยเกรงว่าเจ้าตัวจะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรอีก นายท่านจึงสั่งให้เขารอและควบคุมไปจนกว่าคุณชายเล็กจะขึ้นรถที่มารับจึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ

แต่ที่พ่อบ้านไม่รู้นั้นคือ กู่ฉิงฉิงคนนี้อยากออกจากบ้านนี้เต็มแก่

ทำไมน่ะรึ?…ในเมื่อเขาเข้ามาสลับวิญญาณกับเจ้าของเดิม เขาใช้มุกความจำเสื่อมแก้ปัญหา แต่อย่าลืมว่าไม่นานคนอื่นที่คุ้นเคยก็อาจจะจับได้ เช่น แม่นมเฉินที่เลี้ยงดูอีกฝ่ายมาแต่กำเนิด เป็นต้น ดังนั้นการออกไปจากบ้านตระกูลกู่ให้เร็วที่สุดจึงเป็นหนทางที่ปลอดภัยสำหรับตนเอง

ร่างเล็กแบบบางในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ก้าวขึ้นรถหรูสีขาวยี่ห้อดัง ราคาแพงระยับ แบบที่มักใช้ในงานแต่งของคนรวย ก่อนที่คนขับรถจะปิดประตูรถให้ จากนั้นขึ้นไปประจำตำแหน่งและขับออกไปจากลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลกู่

กู่ฉิงฉิงหันไปมองคฤหาสน์ที่จากมาจากหน้าต่างหลังรถ พลางคิดในใจว่า อนาคตถ้าไม่จำเป็นคงยากที่เขาจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก

เมื่อหันกลับมา สายตาแน่วแน่มองข้างหน้าด้วยดวงตาวาววับ เต็มไปด้วยความคาดหวังของอนาคตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น…

==============

งานแต่งระหว่างตระกูลหยางและตระกูลกู่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่โรงแรมซุส ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาโรงแรมหรูจำนวนมากที่หยางกรุ๊ปมีในครอบครอง

เหตที่โรงแรมต้องใช้ชื่อเทพต่างสัญชาติ นั่นก็เพราะซินแสฮวงจุ้ยท่านหนึ่งตรวจดวงชะตาตระกูลและบอกว่าหากจะตั้งชื่อโรงแรมต้องใช้ชื่อเทพต่างชาติเท่านั้นถึงจะรุ่งเรืองเฟื่องฟู ตอนแรกเหล่าบอร์ดบริหารก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ตีกันอยู่ยกใหญ่จากนั้นฝ่ายที่เห็นด้วยกับซินแสแพ้ ตอนแรกโรงแรมจึงใช้ชื่อตามสัญชาติแต่ไป ๆ มา ๆ กิจการไม่ดี มีแต่แย่ลง ๆ จึงมีการประชุมเปลี่ยนชื่อใหม่ไปตามคำแนะนำของซินแสท่านนั้น

วันที่เปลี่ยนชื่อ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนของโรงแรมก็พบว่าโรงแรม กิจการเฟื่องฟูจนรับแขกไม่หวาดไม่ไหว ตั้งแต่นั้นมาบอร์ดบริหารจึงไม่มีการคัดค้านเรื่องการตั้งชื่อใด ๆ ไม่ว่าโรงแรมจะสร้างอีกกี่ที่ก็ตาม

โรงแรม โพไซดอนเอย อาเทน่าเอย ฯลฯ ก็มีตามมาเรื่อย ๆ โรงแรมชื่อตะวันตกถูกสร้างขึ้นจำนวนมากไปทั่วประเทศและทั่วโลก

ตรงนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่เขาได้จากการอ่านนิยายเช่นกัน ตัวเขาจึงไม่แปลกใจเมื่อได้ยินชื่อของโรงแรมที่เป็นชื่อทางตะวันตกเมื่อถามสถานที่จัดงานจากคนขับ และไม่ซักถามถึงที่มาของชื่อให้มากความจนคนขับรถรำคาญไม่พอใจ กลั่นแกล้งโดยการขับรถแบบที่ทำให้ไปถึงงานแต่งช้าจนไม่ตรงตามฤกษ์มงคลตามกำหนดจนตระกูลหยางไม่พอใจกู่ฉิงฉิงคนเก่าอย่างมาก แต่เขาไม่ทำอะไรผิดพลาดง่าย ๆ แบบนั้นหรอก

" เอี๊ยด!! ปัง! "

สิ้นเสียงดังสนั่น รถที่กู่ฉิงฉิงนั่งก็ได้รับแรงกระเทือนอย่างอย่างมาก ศีรษะของกู่ฉิงฉิงพุ่งชนเข้ากับพนักที่นั่งด้านหน้าของตนจนปวดปนมึนงง เวลานี้ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นจับศีรษะบริเวณที่โดนกระแทกและพบว่ามันปูดบวมเล็กน้อยแต่ที่แน่ ๆ ไม่นานคงจะกลายเป็นสีเขียวม่วงแสดงอาการช้ำในท้ายที่สุด แต่สภาพนี้ในวันนี้มันคงยังไม่ออกอาการนอกจากรอยแดงจัด

กู่ฉิงฉิงสะบัดศีรษะสองสามทีเรียกสติและเปิดประตูออกไปด้านนอกตัวรถ พบว่ารถยนต์ที่โดยสารมาถูกจักรยานยนต์พุ่งชนแต่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด นอกจากรถยนต์เกิดรอยบุบ ที่สำคัญกว่านั้นคือ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องรอตำรวจมาตรวจสอบและเคลียร์สถานการณ์รวมถึงให้ปากคำ ซึ่งถ้ารอทำทั้งหมดนี่เกรงว่าเขาคงไปถึงงานแต่งสายเป็นแน่แท้ ตรงนี้เองทำให้เขานึกได้ว่าเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องอย่างไรเขาก็ต้องไปสาย บทเรื่องไม่ยอมให้เขาเปลี่ยนง่าย ๆ แต่มีหรือกู่ฉิงฉิงคนนี้จะยอม

ฟ้ากำหนดหรือจะสู้คนลิขิต

เขาลิขิตชีวิตตนเอง ไม่ยอมให้ใครมาขัดขวาง เงินก้อน 50 ล้านแรกรอเขาอยู่ตรงหน้า จะยอมให้เสียไปไม่ได้!

กู่ฉิงฉิง บอกกับคนขับรถที่หน้าซีดปากสั่นจากความตกใจให้ตั้งสติและอยู่รอตำรวจเพื่อให้ปากคำ ที่เหลือเขาจะให้ตระกูลหยางส่งคนมาจัดการทีหลัง ส่วนเขาจะล่วงหน้าไปก่อน สภาพการจราจรแสนติดขัดทำให้ดูอย่างไร เรียกแท็กซี่ก็คงไม่ทันการ

ทันใดหางตาของกู่ฉิงฉิงก็เหลือบไปเห็นไบเกอร์ที่กำลังจะออกรถเขาจึงรีบวิ่งไปที่ไบเกอร์คนนั้น ก่อนจะเจรจาตกลงให้อีกฝ่ายขับไปส่งยังสถานที่จัดการ

โชคดีที่ไบเกอร์มีหมวกกันน็อกสำรองที่เขาซื้อไว้ให้แฟนสาวใช้ กู่ฉิงฉิงจึงไม่ต้องกลัวผมกับใบหน้าที่ตกแต่งอย่างงดงามเลเทะเนื่องจากแรงลม แม้เสื้อผ้าอาจจะยับเล็กน้อยแต่ดีกว่าหน้าตาดูไม่ได้ล่ะนะ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไบเกอร์คนนั้นขับพาเขามาถึงสถานที่จัดงานอย่างปลอดภัย ฝ่าการจราจรแสนติดขัดได้อย่างสะดวก ซึ่งก็ก่อนเวลาฤกษ์เริ่มงานของตระกูลหยางประมาณสิบนาทีพอดิบพอดี

เขาสแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายค่าโดยสารตามที่ตกลงให้กับไบเกอร์ก่อนจะเดินเข้าโรงแรมไปอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อที่เดินเข้าออก ทั้งที่เข้ามาพักหรือมาร่วมงานแต่งของตน

" นั่น คุณชายเล็กกู่นี่ ทำไม…มากับรถแบบนั้นล่ะ "

หญิงวัยกลางคนท่าทางร่ำรวยที่เป็นหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานแต่งถามสามีของตนขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ไม่อาจได้รับคำตอบเพราะตัวสามีเองก็ไม่รู้เหมือนกันนั่นแหละ

กู่ฉิงฉิงเดินไปยังแผนกต้อนรับแจ้งความประสงค์จากนั้นแสดงบัตรประจำตัวยืนยันตัวตน เนื่องจากการมาของเขามันไม่ทางการตามที่กำหนด เขาจึงต้องแสดงหลักฐาน เมื่อพนักงานเห็นชื่อบนบัตรจากที่เฉยชาก็เปลี่ยนเป็นกระตือรือล้นขึ้นมาทันใด นี่มันเลดี้บอสในอนาคตนี่นา!

พนักงานสาวรีบกุลีกุจอพอกู่ฉิงฉิงไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้สำหรับแต่งตัวของบ่าวสาว และเป็นห้องพักรอก่อนเริ่มงาน

เมื่อกู่ฉิงฉิงมาถึงห้องพักก็เปิดประตูเข้าไปโดยไม่แม้แต่จะเคาะ เพราะนอกจากเขาและหยางเฟยหลง ก็คงไม่มีคนอื่นอยู่อีกแล้วล่ะ

เป็นไปตามคาด หยางเฟยหลงหรือท่านประธานหยาง นั่งรออยู่ในห้อง สวมชุดสูทสีขาวแบบเดียวกันแต่ขนาดใหญ่กว่าของตน กำลังนั่งเช็กเอกสารโครงการผ่านไอแพดอย่างไม่สนใจหรือแสดงอาการตื่นเต้นใด ๆ ว่ากำลังจะเข้าพิธีสำคัญของชีวิตสักนิด

" พึ่งมา? "

กู่ฉิงฉิงพยักหน้าตอบ ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไร เขาทั้งร้อนและเหนื่อย ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟาข้างพระเอกของเรื่องจากนั้นคว้าน้ำในแก้วของอีกฝ่ายมาดื่มแบบหน้าตาเฉย ไม่สนใจสายตาหรี่เฉียบคมเย็นชาที่มองมาอย่างเอาเรื่องแต่อย่างใด

" เกิดอะไรขึ้น "

หยางเฟยหลงสังเกตถึงเสื้อผ้าที่ยับย่นและทรงผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยของว่าที่เจ้าสาวของตน

" อุบัติเหตุเล็กน้อย รายละเอียดคุณไปถามคนขับรถที่คุณส่งไปรับผมเอาเอง "

กู่ฉิงฉิงขี้เกียจอธิบาย เนื่องจากอย่างไรเสีย คนขับก็ต้องรายงานผลอยู่ดี

หยางเฟยหลงยอมรับคำกล่าวโดยการพยักหน้าเบา ๆ และหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ

ไม่ถึงห้านาที เสียงเคาะประตูจากภายนอกก็ดังขึ้น

" ได้เวลาแล้วค่ะ "

เสียงพนักงานของโรงแรมมาแจ้งเตือนตามที่บอสของตนสั่งไว้

กู่ฉิงฉิงที่แม้เตรียมใจมาดี แต่พอเอาเข้าจริงก็แอบตื่นเต้นเหมือนกัน แหม…ก็มันงานแต่งงานครั้งแรกของเขาเลยนะ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ ใช่ไหม… ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ในนามและกินเวลาแค่หนึ่งปีก็ตาม

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...