โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 มี.ค. 2568 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 11.12 น. • ตำหนักหมื่นบุปผา
สาวปริศนาทะลุมิติมาในร่างเด็ก 8 ขวบที่มีมิติยาพิศวงติดกาย นางมีพี่น้อง 7 คน ทุกคนล้วนเก่งกาจทว่ากลับตกยาก เป็นความท้าทายยิ่งยวดที่จะนำพาครอบครัวนี้ให้รอดและตามหาความจริงของบิดาให้พบ

ข้อมูลเบื้องต้น

******************************************

药香小农女

Author: 古灵精怪的小花猫

ลิขสิทธิ์: 17k

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: Novel Kingdom

“สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘)”

เรื่องย่อ

‘ชั่งกวานหมิงเยว่’ ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่ในร่าง ‘หลี่หมิงเยว่’ เด็กหญิง 8 ขวบผู้นอนป่วยไม่ได้สติจากการตกน้ำเพราะทำงานหนัก เด็กหญิงหลี่หมิงเยว่มีพี่น้อง 7 คนและกำลังจะมีน้องเพิ่มเพราะมารดาของนางกำลังตั้งครรภ์อยู่ พี่น้องของหลี่หมิงเยว่ทุกคนล้วนแล้วแต่เก่งกาจฉลาดเฉลียว ครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยนั้นอบอุ่นแต่กลับอาภัพถูกกดขี่ข่มเหงจากคนในตระกูลจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งชีวิตของพวกนางพลิกผันเมื่อบิดาหายตัวไป ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่หลี่หมิงเยว่คนใหม่ตื่นขึ้นมา!

ครั้งลืมตาตื่น หลี่หมิงเยว่คนใหม่ก็ได้รู้ว่า เด็กหญิงหลี่หมิงเยว่คนนี้ป่วยหนักเพราะตกลงไปในแม่น้ำทำให้ร่างกายของนางอ่อนแอและล้มป่วย ‘หลี่ซูซื่อ’ ผู้เป็นมารดาจึงพยายามขอร้องให้แม่สามีตามหมอมารักษา แต่แม่สามีไม่ยอม ทั้งยังบอกว่าสิ้นเปลืองเงินทอง ให้หลี่ซูซื่อเอาบุตรสาวไปโยนทิ้งเสีย ยามนี้สามีของหลี่ซูซื่อ-- ‘หลี่หง’ หายตัวไปไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ‘หลี่ต้าชวน’ ผู้เป็นพ่อสามีของหลี่ซูซื่อถือโอกาสนี้เชิญผู้อาวุโสในตระกูลมาพูดคุยและเป็นพยานเพื่อขับไล่หลี่ซูซื่อกับลูก ๆ ของเธอออกไปจากบ้าน ด้วยข้ออ้างที่ว่าครอบครัวเล็ก ๆ ของพวกนางมีสมาชิกมากเกินไป กินใช้สิ้นเปลือง ไม่อาจเลี้ยงดูไหว ทั้ง ๆ ที่พวกนางแม่-ลูก กัดฟันทำงานทุกอย่างไม่เคยปริปากบ่น เหล่าผู้อาวุโสตระกูลหลี่ไม่พอใจกับการตัดสินใจและการกระทำของหลี่ต้าซวนจึงบอกความจริงแก่หลี่ซูซื่อว่าสามีของนางไม่ใช่คนในตระกูลหลี่ หลี่หงตัวจริงตายไปตั้งแต่แรกเกิดแล้ว และไม่มีผู้ใดรู้ตัวตนที่แท้จริงของสามีนาง ถ้าหากต้องการตามหาว่าสามีของนางเป็นใคร มีเพียงหยกที่ติดกายสามีนางมาเท่านั้นที่จะช่วยตามหาตัวตนที่แท้จริงของหลี่หงตัวปลอมผู้นี้ได้!

ในเวลาเดียวกัน หลังตื่นจากหลับใหลไม่นาน หลี่หมิงเยว่คนใหม่ก็ได้ค้นพบว่าตนมีพลังพิเศษบางอย่างติดกาย จู่ ๆ ก็มีเสียงระบบดังขึ้นภายในหัวแจ้งเตือนว่า “ช่องว่างถูกเปิดออกแล้ว” และเมื่อนางหลับตาลงก็พบดินแดนพิศวงซึ่งมียาสมุนไพรที่สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อยู่!

ด้วยความสามารถพิเศษนี้ ด้วยความทรงจำและความรู้เดิมของ ‘ชั่งกวานหมิงเยว่’ จากโลกอื่น หลี่หมิงเยว่จะต้องนำพาครอบครัวเล็ก ๆ นี้ให้รอดชีวิต พาพวกเขาไปพบเจอกับความสุข และตามหาบิดาผู้สูญหายให้ได้!

-------------------------

ผู้แปล: ใต้ร่มหลิว

-------------------------

จดหมายแจ้งข่าว

สวัสดีนักเดินทางท่องเที่ยวโลกนิยายทุกท่านนะเจ้าคะ ข้าน้อยผู้ไร้นาม เป็นผู้ดูแลแห่งตำหนักหมื่นบุปผา คุณหนูคุณชายหลายท่านอาจเคยผ่านตาหรือกำลังติดตามนิยายเรื่อง “สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง” มาแล้วจากเพจของแม่นาง “ใต้ร่มหลิว” ในเว็บไซต์เด็กดีนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ ทางตำหนักของเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า แผ่นดินหมื่นบุปผาได้เปิดตำหนักต้อนรับจอมยุทธ์ผู้กล้านามว่า “ใต้ร่มหลิว” เข้าร่วมสำนัก นัก นัก นัก (เสียงก้อง)

โดยในขณะนี้ค่าย Novel kingdom ในนามตำหนักหมื่นบุปผาเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์นิยายเรื่อง “สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง” ฉบับภาษาไทย โดยยังคงมีผู้แปลฝีมือเยี่ยมภายใต้นามปากกา “ใต้ร่มหลิว” เช่นเดิม ตำหนักของเราใคร่ขอแจ้งให้ทราบว่านักเดินทางทุกท่านที่เคยชื่นชอบผลงานนิยายเรื่องนี้ยังคงสามารถติดตามผลงานของแม่นาง “ใต้ร่มหลิว”ได้จากเพจนิยายของตำหนักหมื่นบุปผานะเจ้าคะ

สุดท้ายนี้ขอให้นักเดินทางทุกท่านมีความสุขกับการท่องโลกนิยาย ตำหนักหมื่นบุปผาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับกำลังใจและการสนับสนุนจากท่านทั้งหลายตลอดไป

ลงชื่อ….ผู้ดูแลไร้นาม

**** ประกาศสำคัญจากนักแปล ****

เรียน นักอ่านทุกท่าน

หลังจากแปลมาสักพักและได้รับการทักท้วงจากสำนักพิมพ์ ตัวไรท์พบว่ามีข้อผิดพลาดในการนับลำดับพี่น้องของเด็ก ๆ บ้านหลี่หงเกิดขึ้นค่ะ และพงศาวลีที่ไรท์เคยทำไว้ก็ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อตรวจสอบจนมั่นใจแล้ว ไรท์จึงขออนุญาตแก้ไขก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่ออรรถรสในการอ่านไปมากกว่านี้นะคะ โดยจะมีการใช้สรรพนามเรียกพี่น้องบ้านหลี่หง (ในมุมมองนางเอก) ดังนี้ค่ะ

เด็ก ๆ ท้องแรก → คู่แฝด หลี่อวิ๋นห้าว-หลี่หมิงหัวหลี่อวิ๋นห้าว ถูกเรียก พี่ใหญ่หลี่หมิงหัว ถูกเรียก พี่หญิงใหญ่เด็ก ๆ ท้องที่สอง → คู่แฝด หลี่อวิ๋นซู่-หลี่หมิงเยว่หลี่อวิ๋นซู่ ถูกเรียก พี่สามหลี่หมิงเยว่ ถูกเรียก น้องสี่/พี่สี่ (ในมุมมองพี่น้อง)เด็ก ๆ ท้องที่สาม → คู่แฝด หลี่อวิ๋นโม่-หลี่อวิ๋นฮุยหลี่อวิ๋นโม่ ถูกเรียก น้องห้าหลี่อวิ๋นฮุย ถูกเรียก น้องหกเด็ก ๆ ท้องที่สี่ → คู่แฝด หลี่หมิงเสีย-หลี่หมิงจูหลี่หมิงเสีย ถูกเรียก น้องเจ็ดหลี่หมิงจู ถูกเรียก น้องแปด

ไรท์ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงในความผิดพลาดครั้งนี้ด้วยนะคะ เป็นความผิดของตัวไรท์เองโดยแท้ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณตำหนักหมื่นบุปผามา ณ ที่นี้ด้วย ที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยแก้ไขรูปพงศาวลีให้ไรท์นะคะ

ลงชื่อ….ใต้ร่มหลิว ผู้แปล “สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง”

ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง (แก้ไข)

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

“ท่านแม่ ขอร้องล่ะ พาหมอมาดูหมิงเยว่เถอะ! นางไม่ได้สติมาห้าวันแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนางคงไม่รอดแน่ ขอร้องล่ะ ท่านช่วยนางด้วยเถอะนะ!” เสียงโศกเศร้าของหญิงสาวดังลอยมาจากภายในบ้านของครอบครัวชาวไร่ชาวนา

“หาหมออะไร หาหมอแล้วไม่ต้องเสียเงินรึไง? ตัวเจ้าเองไม่ทำมาหากิน วัน ๆ เอาแต่ใช้เงินไปวัน ๆ ครอบครัวข้าจะเลี้ยงดูตัวล้างผลาญอย่างพวกเจ้าได้อย่างไร” ตามด้วยเสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่ง

ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาข้างนอกได้ยินบทสนทนาของแม่ผัวลูกสะใภ้ต่างก็อดพากันส่ายหัวไม่ได้ แม่สามีของสกุลหลี่นี่ชักจะเกินไปแล้วจริง ๆ หลี่หงลูกชายเพิ่งจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้มีหลานป่วยก็ไม่ยอมเชิญหมอมาดูอีก แล้วต่อไปนางหลี่ซูจะทำอย่างไรเล่า! ห้าวันก่อนเพิ่งจะสูญเสียสามีไป ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวจะรอดหรือไม่? ช่างน่าสงสารเสียจริง

ตอนนี้ภายในบ้านตระกูลหลี่ มีผู้หญิงสองคนกำลังเท้าสะเอวด่าสาปแช่งคนอยู่ ส่วนบนพื้นมีผู้หญิงอีกคนที่กำลังก้มหน้าร้องไห้ เมื่อดูจากเสื้อผ้าของทั้งสามแล้ว สามารถมองออกได้ทันทีว่าพวกเขามีสถานะเป็นเช่นไรในตระกูล หญิงสาวที่ยืนอยู่ในลานบ้านคนหนึ่งมีอายุประมาณห้าสิบกว่าปี ด้วยใบหน้าที่แหลมยาวของหญิงวัยกลางคนผู้นี้ทำให้นางดูเป็นคนที่ชอบพูดจาเสียดแทงผู้คน

นี่ก็คือนางหลี่หวังผู้ที่เป็นนายหญิงของตระกูล ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างกายนางคือลูกสะใภ้คนโตของนางเสี่ยวหลี่หวัง นางเสี่ยวหลี่หวังกับนางหลี่หวังนั้นมีความคล้ายคลึงกันถึงห้าหกส่วน นางเสี่ยวหลี่หวังผู้นี้เป็นหลานสาวของบ้านฝั่งมารดาของนางหลี่หวัง นิสัยใจคอของแม่ผัวลูกสะใภ้คู่นี้เหมือนกันทุกประการ เอ่ยวาจาเสียดแทงผู้อื่นอย่างไร้ความปรานี เสื้อผ้าของทั้งสองคนต่างทำจากผ้าฝ้ายเนื้อดี ส่วนหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นที่ไม่อาจเห็นหน้าได้อย่างชัดเจนนั้นคือนางหลี่ซู เสื้อผ้าบนร่างของนางมีแต่รอยปะรอยเย็บ เมื่อมองดูก็รู้เลยว่านางนั้นไม่มีสถานะอะไรในตระกูลนี้

นางหลี่ซูคุกเข่าอยู่บนพื้นร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางเอ่ยขอร้องด้วยเสียงต่ำ “ท่านแม่ ข้าขอร้องล่ะ เชิญท่านหมอมาดูหมิงเยว่เถิด! พี่หงไม่อยู่แล้ว ข้าไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรกับหมิงเยว่ได้ ไม่เช่นนั้นหากพี่หงกลับมา ข้าจะอธิบายกับเขาได้อย่างไร!”

นางหลี่หวังตะคอกใส่นาง “เพ้ย ยังจะให้เชิญหมอมาทำไมอีก นางคู่ควรหรือ หากเป็นข้า ตอนนี้คงนำไปโยนทิ้งไว้หลังภูเขาแล้ว หากมาตกตายอยู่ในบ้านจะโชคร้ายเอา ไม่ใช่ว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งหรือ? ครอบครัวเจ้ายังมีเด็กอีกตั้งเยอะ หากน้อยไปคนหนึ่ง คนแบ่งข้าวกินในครอบครัวก็น้อยลงไปด้วยนี่”

นางหลี่ซูมองไปที่แม่สามีอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อครู่นี้นางบอกว่าจะเอาหมิงเยว่ไปทิ้งหรือ จะทำได้อย่างไร หมิงเยว่ก็แค่ป่วย จะนำนางไปทิ้งได้อย่างไรกัน! นางหลี่ซูกระวนกระวายขึ้นมาทันใด นางคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งและโขกศีรษะให้กับนางหวังหลี่ “ท่านแม่ ไม่ได้นะ! หมิงเยว่ยังไม่ตาย ขอร้องท่านล่ะ”

ภายในห้อง ‘ชั่งกวานหมิงเยว่’ ลืมตาจ้องมองเพดาน นางมาอยู่ที่นี่ได้สามวันแล้ว ในช่วงสามวันมานี้เริ่มตื่นได้นานขึ้น และสติก็เริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ นางตายไปแล้ว และวิญญาณได้เดินทางทะลุห้วงอวกาศมาอยู่ในยุคและราชวงศ์ที่ไม่คุ้นเคย มาเกิดใหม่อยู่ในร่างของเด็กสาวที่ชื่อว่าหลี่หมิงเยว่ ตอนนี้หลี่หมิงเยว่อายุเพียงแปดปี เป็นลูกสาวคนที่สองของหลี่หงในบ้านสกุลหลี่ และเป็นโชคดีของสองสามีภรรยานัก ภายในสิบสองปีมานี้นางตั้งครรภ์ถึงสี่รอบ และทุกครรภ์ล้วนเป็นครรภ์แฝด นั่นหมายความว่าหลี่หมิงเยว่นั้นยังมีพี่น้องอีกเจ็ดคน เมื่อได้ความทรงจำกลับมาแล้ว ‘ชั่งกวานหมิงเยว่’ ก็รู้ว่าถึงแม้พวกเขานั้นจะค่อนข้างลำบาก แต่พวกเขากลับอยู่กันอย่างมีความสุขยิ่งนัก ซึ่งความสุขเช่นนี้ทำให้นางเหล่านั้นอิจฉาเป็นอย่างมาก

ในเมื่อตอนนี้ตัวนางเองกลายเป็นหลี่หมิงเยว่แล้ว เช่นนั้นความสุขนี้ก็จะเป็นของนาง และตอนนี้จะให้มีคนมารังแกแม่ของนาง รังแกครอบครัวของนางไม่ได้เด็ดขาด!

.

.

.

ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

ตอนที่ 2 แยกบ้าน (1/4)

ตอนที่ 2 แยกบ้าน (1/4)

หลี่หมิงเยว่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากด้านนอก จึงยันกายที่อ่อนแอนี้ให้ลุกขึ้น แต่น่าเสียดายที่ร่างกายนี้อ่อนแอจนเกินไป ในขณะที่กำลังยันกายลุกขึ้นนางก็ล้มลงไปอีกครั้ง นางถอนหายใจและคิดจะลองอีกครั้ง แต่เสียงการเคลื่อนไหวจากด้านนอกทำให้นางต้องหยุดชะงัก

นางได้ยินเสียงเย็นชาของชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นดังเข้ามาในบ้าน “หุบปากกันเสียให้หมด มีชีวิตอยู่อย่างดีกลับไม่อยากอยู่ หากไม่อยากอยู่ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า”

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้คนในบ้านหันไปมอง หลี่ต้าชวนพาลูกชายหลายคนเดินเข้ามาข้างใน เมื่อครู่นี้เขาได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังมาจากในบ้านไกล ๆ บริเวณนอกบ้านเองก็มีชาวบ้านมามุงดูอยู่ไม่น้อย เมื่อนึกถึงหลานชายที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ เขาจึงเอ่ยปากขัดบทสนทนาของคนในบ้าน และเอ่ยไล่ให้คนที่มุงดูอยู่กลับบ้านไป จากนั้นจึงเดินเข้าประตูมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

หลี่ต้าชวนเดินไปถึงประตูห้องหลัก ก่อนจะก้มลงมองนางหลี่ซูที่กำลังคุกเข่าอยู่ ความขยะแขยงฉายชัดในแววตาเขา ตอนนี้เขาไม่อยากเห็นคนพวกนี้เลยสักนิด บรรดาเด็กโตครึ่งหนึ่งของครอบครัวนี้ก็ทำงานอะไรได้ไม่มาก วัน ๆ อยู่บ้านกินแรงคนในตระกูลยิ่งนัก

เขาก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ จากนั้นจึงหันกายกลับไปพูดกับลูกชายคนโตที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เจียงเอ๋อร์ เจ้าไปตามผู้นำตระกูลกับผู้นำหมู่บ้านมา เหอเอ๋อร์ ไห่เอ๋อร์ พวกเจ้าไปตามพวกผู้อาวุโสของตระกูลมา บอกว่าบ้านเรามีเรื่องสำคัญจะต้องหารือ”

เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับนางหลี่หวังที่อยู่ข้าง ๆ “แม่เฒ่า เจ้าพาสะใภ้ทั้งสามไปทำบะหมี่มาขึ้นโต๊ะ วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันที่บ้าน รอให้พูดคุยกันเสร็จก่อนแล้วพวกเราค่อยเชิญแขกมา”

เมื่อเห็นนางซูกำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง จึงไม่อยากให้ผู้นำตระกูลกับผู้นำหมู่บ้านมาชมเรื่องตลก เขาจึงเอ่ยสั่งนางอย่างเฉยชา “เจ้าเองก็ไปจัดการตัวเองซะ รอให้แขกของที่บ้านมาเสียก่อน ข้าเองก็ไม่ขอปิดบังเจ้า ครานี้ข้าเรียกคนมาก็เพราะต้องการพูดคุยเรื่องการแยกกันอยู่กับพวกเจ้า ดังนั้นเจ้าก็อย่าสร้างปัญหา หากมีปัญหาอีกข้าจะไล่พวกเจ้าออกจากบ้านไปเสีย”

ประโยคนั้นทำให้นางหลี่ซูรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า เมื่อครู่พ่อสามีบอกว่าจะให้พวกนางย้ายออกไปหรือ ก่อนที่พี่หงจะหายไปเขาไม่เคยบอกให้พวกนางย้ายออกไปนี่ แต่ทำไมพอพี่หงไม่อยู่แล้ว จึงบอกให้พวกนางย้ายออกไปเล่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร!

นางซูเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ และจ้องมองไปที่ชายที่ตนนั้นเรียกว่าพ่อสามีมาหลายสิบปี เขากลับทำเช่นนี้ได้ลงคอ

เมื่อเงยหน้าขึ้น รอยแผลเป็นก็ปรากฏให้เห็นบนใบหน้า ทำให้หลี่ต้าชวนที่เผอิญไปเห็นนั้นตกใจจนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว แม้เขาจะเคยเห็นใบหน้าของนางซูมาหลายปีแล้ว แต่พอได้เห็นมันอย่างกะทันหันเข้าก็ยังทำให้เขารู้สึกตกใจอยู่ดี เขาถลึงตาใส่คนบนพื้นอย่างรังเกียจ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปในห้อง

นางซูนั่งอยู่ในลานบ้านอย่างว่างเปล่า ตั้งแต่ต้นจนจบนางแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เลยสักนิด พ่อสามีทำเช่นนี้ได้อย่างไร หากไล่พวกนางออกไปตอนนี้ แล้วเด็ก ๆ จะอยู่ได้อย่างไรกัน!

และแล้วก็มีเสียงการเคลื่อนไหวดังมาจากหน้าประตูอีกครั้ง เด็ก ๆ เจ็ดคนกำลังวิ่งเข้ามา บนหลังและในมือของพวกเขาเองก็แบกสิ่งของไว้มากมาย ทันทีที่เข้าประตูมาแล้วเห็นมารดานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ต่างพากันเอ่ยปากร้องเรียก “ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรหรือ ท่านแม่”

เด็กทั้งเจ็ดคนรีบทิ้งของในมือลง และเข้าไปรุมล้อมถาม “ท่านแม่ นี่มันอะไรหรือ ทำไมท่านถึงได้นั่งอยู่บนพื้น ท่านแม่รีบลุกขึ้นเร็ว”

เมื่อเห็นใบหน้าของพวกเด็ก ๆ นางซูก็กุมหน้าร้องไห้อย่างขมขื่น “ห้าวเอ๋อร์ หมิงหัว พวกเราจะถูกไล่ออกไปแล้ว ปู่ของพวกเจ้าบอกว่าจะแยกบ้านกับพวกเรา พวกเราจะไม่มีบ้านอยู่กันแล้ว”

พูดจบนางก็กอดเด็ก ๆ เอาไว้และร้องไห้เสียงดัง เดิมทีร่างกายของนางนั้นผ่ายผอมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเศร้าเสียใจเข้าไปอีก สีหน้าของนางจึงขาวซีดจนไร้สีเลือด

หลี่อวิ๋นห้าวประคองมารดาของตนเอาไว้พลางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งร้อง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ท่านค่อย ๆ พูดออกมาก่อน น้องสาม เจ้ารีบไปตักน้ำมาที น้องรองรีบไปนำผ้าเปียกมาเช็ดหน้าให้ท่านแม่”

หลี่อวิ๋นห้าวพูดไปพลางลูบหลังของมารดาตนไปเบา ๆ และพูดปลอบประโลมข้างหูนางเสียงค่อย ไม่นานนัก หลี่อวิ๋นซู่กับหลี่หมิงหัวก็กลับมา หลังจากรับผ้าจากในมือหลี่อวิ๋นซู่มา เขาก็บรรจงเช็ดหน้าให้กับนางซู จากนั้นจึงรับชามจากหลี่หมิงหัวส่งให้นาง และป้อนน้ำให้กับนางอย่างระมัดระวัง

นางซูในตอนนี้สงบใจขึ้นมาบ้างแล้ว นางมองไปยังเด็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ กาย น้ำตาพลันไหลออกมาอีก ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “เมื่อครู่นี้ปู่เจ้าบอกว่าต้องการจะแยกบ้านกับพวกเรา ลุงใหญ่กับลุงรองของเจ้าไปเชิญคนมาแล้ว ห้าวเอ๋อร์ หากพวกเราถูกไล่ออกไปจะทำเช่นไรดี พ่อเจ้าตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน พวกเขาคิดจะบีบบังคับให้พวกเราตายงั้นหรือ?”

หลี่อวิ๋นห้าวและหลี่อวิ๋นซู่สบตากัน ก่อนจะหันไปสบตาหลี่หมิงหัวที่อยู่อีกด้าน ทั้งสามคนสื่อสารกันทางสายตาก็เข้าใจถึงความคิดของกันและกันทันที

หลี่หมิงหัวประคองนางซูไว้และเอ่ยกระซิบข้างหู “ท่านแม่ ถึงพวกเราจะถูกไล่ออกแต่ก็ยังเอาชีวิตรอดต่อไปได้ อย่างมากพวกเราก็แค่ทำงานเย็บปักถักร้อยให้มากขึ้น พอนำไปแลกเป็นเงินเสร็จก็สามารถเชิญหมอมาดูน้องสี่ได้แล้ว”

หลี่อวิ๋นห้าวเองก็กระซิบเกลี้ยกล่อมข้างหูนาง “ท่านแม่ ข้าเองก็หางานทำได้ อย่างไรก็ดีกว่าอยู่ที่นี่ ท่านแม่ หากพวกเราต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วคงถูกทรมานจนตายแน่ ๆ ท่านแม่”

เมื่อนางซูได้ยินคำพูดของลูกชายกับลูกสาวก็ตกตะลึง ภาพชีวิตในสกุลหลี่ในหลายปีที่ผ่านมาแวบเข้ามาในหัวสมองทีละนิด ตั้งแต่นางแต่งงานเข้ามาก็ดูเหมือนจะทำงานยุ่งไม่เคยหยุดและไม่เคยได้พัก แม้กระทั่งหลังจากคลอดลูกได้สามวัน ยังดีที่ร่างกายของตนนั้นแข็งแรง คลอดลูกมาหลายครั้งต่างไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ถ้าหากยังอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร

เมื่อคิดถึงผลที่ตามมา นางซูก็อดไม่ได้ที่ตัวหนาวสั่น นางมองพวกเด็ก ๆ ที่ล้อมรอบอยู่ข้างกาย และนึกขึ้นมาได้ว่าหมิงเยว่ยังนอนซมอยู่ในห้อง นางก็กัดฟันตัดสินใจในที่สุด “ได้ พวกเราจะออกไปจากที่นี่”

.

.

.

ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

ตอนที่ 3 แยกบ้าน (2/4)

ตอนที่ 3 แยกบ้าน (2/4)

“ท่านแม่ พวกเรากลับไปที่ห้องกันก่อนเถอะ น้องสาม พวกเราช่วยกันประคองท่านแม่ไปพักผ่อนในห้องสักพักเถอะ” หลี่อวิ๋นห้าวที่ได้ยินคำพูดของมารดานัยน์ตาก็เป็นประกาย และสบตากับหลี่หมิงหัว จากนั้นจึงหันกายไปพูดกับเหล่าน้อง ๆ

พวกเขายังไม่ทันจะได้เข้าห้อง ที่ประตูบ้านก็มีคนเดินเข้ามาอีก “เมียหงเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรหรือ ทำไมถึงไปนั่งอยู่บนพื้น ห้าวเกอเอ๋อร์ รีบประคองแม่เจ้าลุกขึ้นเร็ว”

หลี่ชงมีตำแหน่งเป็นผู้นำตระกูลหลี่ ตอนที่หลี่ต้าเจียงมาหาเขาเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้บอกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พอเขาเข้าประตูมาเจอภาพเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ลูกพี่ลูกน้องคนนี้เริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

“ปู่ผู้นำตระกูล ท่านมาแล้วหรือ” เมื่อพวกเด็ก ๆ เห็นคนมาแล้วก็รีบร้องเรียก หลี่ต้าชวนได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากในห้อง เมื่อเห็นว่าคนที่มาคือผู้นำตระกูลจึงรีบเอ่ยปากทักทาย “หลี่ชงมาแล้วหรือ รีบเข้ามาสิ พวกเราไปดื่มชากันในห้องเสียก่อน”

หลี่ชงชำเลืองมองที่ห้อง และมองไปที่ลานบ้าน ก่อนจะเอ่ยเสียงเฉยเมย “ในห้องท่าทางจะร้อนเกินไป พวกเราไปนั่งใต้ต้นไม้ทางโน้นกันเถอะ!” เขาพูดพร้อมยกนิ้วชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านขวาของลาน

หลี่ต้าชวนครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า ตอนนี้เป็นฤดูร้อน พูดคุยกันอยู่ในห้องมันคงจะน่าเบื่อเกินไป ไปพูดคุยกันในลานบ้านเองก็ดี

หลี่หมิงเยว่ฟังเสียงการเคลื่อนไหวจากภายนอก และคิดว่าตัวเองควรพักต่อไปก่อนแล้วค่อยออกไปจะดีกว่า ตอนนี้ร่างกายของตนนั้นอ่อนแอเกินไป หากจะอยากช่วยอะไรก็ต้องมีแรงเสียก่อนถึงจะทำได้ เมื่อหลับตาลงเตรียมจะพักผ่อนสักหน่อย ในหัวก็มีเสียงข้อความดังขึ้น

–ขอแสดงความยินดีด้วย มิติของคุณถูกเปิดอีกครั้งแล้ว–

น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นภายในหัว ทำให้หลี่หมิงเยว่ที่มึนงงอยู่แล้วตกใจ มิติของเธอถูกเปิดอีกครั้งแล้วงั้นหรือ?

นางรีบหลับตาลงและสำรวจในจิตใจอย่างละเอียด ทันใดนั้นเองหลี่หมิงเยว่ก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ นางหลุดเข้ามาในมิติแห่งหนึ่งทันที ทันทีที่เข้ามาในมิติแห่งนี้ นางก็ต้องอ้าปากค้าง มิติแห่งนี้มีโกดังอยู่ ในขณะนี้มิติกำลังขยายออกไปเรื่อย ๆ เดิมทีโกดังมีขนาดสามสิบตารางเมตร แต่ตอนนี้ขนาดของมันกลายเป็นสองเท่าแล้ว ด้านนอกโกดังมีพื้นดินสีดำขนาดใหญ่เกือบเจ็ดร้อยตารางเมตร แท่นหินแท่นหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านซ้ายของประตูโกดัง บนแท่นนั้นมีขวดหยกเล็ก ๆ ขวดหนึ่งวางอยู่

ทันทีที่เอื้อมมือไปแตะโดนขวด ภายในหัวก็มีข้อความปรากฏขึ้น

–น้ำพุวิญญาณ: บริโภคน้ำพุวิญญาณวันละสองหยดจะทำให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถชำระล้างสารพิษในร่างกายได้–

การค้นพบนี้ทำให้หลี่หมิงเยว่มีความสุขยิ่งนัก เมื่อมีมิตินี้แล้ว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นางใช้ชีวิตในโลกที่ไม่คุ้นเคยได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้ครอบครัวของนางอยู่ดีกินดีอีกด้วย

นางรวบรวมความคิดแล้วออกมาจากมิติโดยมีขวดอยู่ในมือ นางหยดน้ำพุวิญญาณลงในไปแก้ว จากนั้นก็หยิบน้ำแร่ออกมาเติมให้เต็มถ้วย และยกดื่มอึกใหญ่

ใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในลานบ้านมีคนนั่งกันอยู่เต็ม หลี่ชงกับผู้นำหมู่บ้านนั่งอยู่ที่ม้านั่งหลัก ส่วนม้านั่งที่อยู่ทั้งสองฝั่งก็มีคนนั่งอยู่ไม่น้อย ผู้อาวุโสประจำตระกูลทั้งสี่เองก็นั่งอยู่ทางซ้ายมือ นางหลี่ซูและพวกหลี่อวิ๋นห้าวนั้นยืนอยู่ด้านหลังของพวกผู้อาวุโสประจำตระกูล หลี่ต้าชวนพาลูกชายทั้งสามคนมานั่งอยู่ทางด้านขวามือ และเหล่าสะใภ้ของครอบครัวหลี่ก็ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา

หลี่ชงมองไปที่หลี่ต้าชวนก่อนจะเปิดปากถาม “พี่สาม เรียกพวกเรามาที่นี่มีเรื่องอะไรงั้นหรือ พูดมาเลยเถอะ!”

หลี่ต้าชวนมองไปที่พวกนางหลี่ซู ก่อนจะกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ย “วันนี้ที่เรียกทุกท่านมาเพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดคุย ข้าตัดสินใจว่าจะให้บ้านหลี่หงย้ายออกไป”

ทันทีที่เขาพูดออกมา ภายในลานก็เงียบไปครู่หนึ่ง นี่เขากำลังพูดอะไรอยู่ หลี่หงหายตัวไปไร้ร่องรอยเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วตอนนี้หลี่ต้าชวนกลับบอกว่าจะแยกบ้านกับนางหลี่ซูและเด็ก ๆ อีกงั้นหรือ รู้หรือไม่ว่านางหลี่ซูยังตั้งท้องอยู่อีกน่ะ!

หลี่ชงเงยหน้าขึ้นมองลูกพี่ลูกน้องที่รู้จักกันมาหลายสิบปีอย่างไม่อยากเชื่อ และเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจอีกรอบ “เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจ”

หลี่ต้าชวนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย และแสร้งทำเป็นกระแอมไอ ก่อนจะเปิดปาก “หงเอ๋อร์ออกไปเก็บฟืนเมื่อหลายวันก่อน และบังเอิญตกลงไปในแม่น้ำอวิ๋น จนถึงวันนี้ก็ไม่รู้ชะตากรรม ตอนนี้แม่เฒ่าเห็นครอบครัวนางชูก็ยิ่งหงุดหงิดยิ่งนัก วัน ๆ เอาแต่เสียงดังโวยวายไม่เชื่อฟัง ดังนั้นข้าเลยคิดว่าหากให้บ้านหลี่หงย้ายออกไปคงจะดีขึ้นมาบ้าง”

หลี่ชงและคนอื่น ๆ แทบจะโมโหจนอกแตกตายกับวาจาอันไร้ยางอายของหลี่ต้าชวน หากให้บ้านหลี่หงแยกออกไปในตอนนี้ แล้วพวกเด็ก ๆ จะทำอย่างไรเล่า!

ผู้นำหมู่บ้านมองไปที่หลี่ต้าชวนด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันถามเขาอีกครั้ง “เจ้าจะทำเช่นนี้จริง ๆ หรือ?”

หลี่ต้าชวนได้ยินผู้นำหมู่บ้านขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในใจของเขาก็เต้นแรงดังกลองรัว คนอื่นนั้นไม่รู้เรื่องของหลี่หง แต่ผู้นำหมู่บ้านนั้นรู้ แต่ก็คงคิดว่าหลี่หงนั้นตายไปแล้ว ถึงผู้นำหมู่บ้านจะพูดมันออกมาก็ไม่เป็นไร

เขาขบฟันหัวเราะเหอะ ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ผู้นำหมู่บ้าน ให้พวกเขาแยกออกไปมันก็ดีกับพวกเขาเอง”

“เจ้าทำเช่นนี้ไม่รู้สึกเสียใจกับหงเอ๋อร์หรือ? หรือเจ้าลืมสัญญาที่ให้ไว้ในตอนแรกไปแล้ว?” ผู้นำหมู่บ้านชี้หน้าหลี่ต้าชวนด้วยนัยน์ตาแดงก่ำและตะคอกเสียงเย็น

หลี่หมิงเยว่ที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงจากข้างนอกก็งุนงงเล็กน้อย ทำไมท่าทางของผู้นำหมู่บ้านถึงบ้านแปลกประหลาดเช่นนั้น แต่ยังไม่ทันได้คิดออก ร่างกายก็รู้สึกมีแรงขึ้นมา และดันตัวลุกขึ้นจากเตียงได้ นางเดินไปที่ประตูอย่างช้า ๆ และไปยืนอยู่ข้างหลี่อวิ๋นห้าวโดยใช้โอกาสตอนที่คนภายนอกไม่มีใครสังเกตเห็น

.

.

.

**** ประกาศสำคัญจากนักแปล ****

เรียน นักอ่านทุกท่าน

หลังจากแปลมาสักพักและได้รับการทักท้วงจากสำนักพิมพ์ ตัวไรท์พบว่ามีข้อผิดพลาดในการนับลำดับพี่น้องของเด็ก ๆ บ้านหลี่หงเกิดขึ้นค่ะ และพงศาวลีที่ไรท์เคยทำไว้ก็ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเมื่อตรวจสอบจนมั่นใจแล้ว ไรท์จึงขออนุญาตแก้ไขก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่ออรรถรสในการอ่านไปมากกว่านี้นะคะ โดยจะมีการใช้สรรพนามเรียกพี่น้องบ้านหลี่หง (ในมุมมองนางเอก) ดังนี้ค่ะ

เด็ก ๆ ท้องแรก → คู่แฝด หลี่อวิ๋นห้าว-หลี่หมิงหัวหลี่อวิ๋นห้าว ถูกเรียก พี่ใหญ่หลี่หมิงหัว ถูกเรียก พี่หญิงใหญ่เด็ก ๆ ท้องที่สอง → คู่แฝด หลี่อวิ๋นซู่-หลี่หมิงเยว่หลี่อวิ๋นซู่ ถูกเรียก พี่สามหลี่หมิงเยว่ ถูกเรียก น้องสี่/พี่สี่ (ในมุมมองพี่น้อง)เด็ก ๆ ท้องที่สาม → คู่แฝด หลี่อวิ๋นโม่-หลี่อวิ๋นฮุยหลี่อวิ๋นโม่ ถูกเรียก น้องห้าหลี่อวิ๋นฮุย ถูกเรียก น้องหกเด็ก ๆ ท้องที่สี่ → คู่แฝด หลี่หมิงเสีย-หลี่หมิงจูหลี่หมิงเสีย ถูกเรียก น้องเจ็ดหลี่หมิงจู ถูกเรียก น้องแปด

ไรท์ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงในความผิดพลาดครั้งนี้ด้วยนะคะ เป็นความผิดของตัวไรท์เองโดยแท้ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณตำหนักหมื่นบุปผามา ณ ที่นี้ด้วย ที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยแก้ไขรูปพงศาวลีให้ไรท์นะคะ

ลงชื่อ….ใต้ร่มหลิว ผู้แปล “สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง”

ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...