โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้ามประมาท! แพทย์เตือน 'ไข้เลือดออกในเด็ก' อาจระบาดต่อเนื่องปีหน้าแนะสังเกตอาการที่ควรรีบพาลูกไปพบหมอ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ต.ค. 2566 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2566 เวลา 09.39 น.

ห้ามประมาท! แพทย์เตือน ‘ไข้เลือดออกในเด็ก’ อาจระบาดต่อเนื่องปีหน้าแนะสังเกตอาการที่ควรรีบพาลูกไปพบหมอ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ 5-14 ปี และ 15-24 ปี ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง คือ กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี มีภาวะอ้วนหรือมีโรคประจำตัว จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะแปรผันตามฤดูกาล โดยจะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือน มิ.ย.-ส.ค. ซึ่งเป็นฤดูฝน เดือน ต.ค. จะเริ่มมีแนวโน้มผู้ป่วยลดลง

แต่ถ้าหากช่วงปลายปีจำนวนผู้ป่วยไม่ลดลง อาจทำให้เกิดการระบาดต่อเนื่องในปีถัดไปได้ ไวรัสเดงกีมี 4 สายพันธุ์ โดยผู้ที่เคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่เคยเป็นไปตลอดชีวิต และจะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นในระยะสั้นประมาณ 3-12 เดือน

พญ.ประอร สุประดิษฐ ณ อยุธยา นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านไข้เลือดออก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า อาการของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกจะมีไข้สูงลอย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก มีผื่น และอาจมีภาวะเลือดออก ที่พบบ่อย คือ จุดเลือดออกที่ผิวหนัง รองลงมา คือ เลือดกำเดา และอาเจียนปนเลือด และในรายที่มีภาวะช็อกรุนแรงจะพบตับวาย ไตวาย หรือเลือดออกมากและเสียชีวิตได้ เมื่อพบว่าทารกหรือเด็กเล็ก มีอาการไข้ 2-3 วัน โดยไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยชัดเจน เช่น ไม่มีไอ ไม่มีน้ำมูก ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอาจตรวจหาเชื้อไวรัส และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

การป้องกันโรคไข้เลือดอออกที่สำคัญ คือ ป้องกันตัวเองและบุตรหลานไม่ให้ยุงกัด ด้วยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง ช่วยกันกำจัดทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แหล่งน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ควรประมาท ควรติดตามอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ซึม รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน ปวดท้อง ถ้ามีอาการดังกล่าวแม้ว่าไข้เริ่มจะลดลงแล้วควรไปพบแพทย์

วัคซีนไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพดีและมีความปลอดภัย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันโรคไข้เลือดออก วัคซีนไข้เลือดออกที่มีในประเทศไทยในปัจจุบัน มี 2 ชนิด ชนิดที่หนึ่งแนะนำให้ฉีด ช่วงอายุ 6-45 ปี ในผู้ป่วยที่มีหลักฐานยืนยันว่าเคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกแล้ว และชนิดที่ 2 แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุ 4-60 ปี โดยไม่จำเป็นต้องติดเชื้อมาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...