โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

โลกแห่งไพ่ (Card Room) [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 11.50 น. • lilac-novel
เขาตายแล้วมาเกิดใหม่ในโลกแห่งไพ่ เมื่อเคลียร์ห้องได้แล้วจะได้ไพ่เป็นรางวัล เขาหวังว่าจะได้ไพ่ไอเท็มอาวุธลับบ้าง แต่ไหงจั่วทีไร ถึงเจอแต่ไพ่ตัวละครทุกที!?!

ข้อมูลเบื้องต้น

โลกแห่งไพ่

卡牌密室

ผู้เขียน 蝶之灵 เตี๋ยจื่อหลิง

ผู้แปล กานต์ × จิตนภา

ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย โดย Lilac Novel

>> อ่านก่อนใคร คลิกที่นี่เลย<<

-------------------------------------

เซียวโหลว ศาสตราจารย์แพทย์ของมหาวิทยาลัยเมืองเจียงโจว

เขาเรียนจบนิติเวชศาสตร์ จบปริญญาโทสาขาพิษวิทยา

เนื่องจากมีนักศึกษาในมหาวิทยาลัยตกตึกเสียชีวิตจึงได้รู้จักกับอวี๋หานเจียงผู้เป็นตำรวจอาชญากรรม

เซียวโหลวได้ช่วยอวี๋หานเจียงในการไขคดีหนึ่ง อวี๋หานเจียงต้องการเลี้ยงข้าวตอบแทนเขา ทั้งสองนัดกันหลังช่วงตรุษจีน

ทว่าเกิดอุบัติเหตุกับเซียวโหลวเสียก่อน

เขาถูกดึงเข้าไปในโลกแห่งไพ่ ผู้ที่ถูกดึงเข้ามาในโลกแห่งไพ่จะถูกเรียกว่า “ผู้ท้า”

ไพ่แต่ละลายแทนห้องลับแต่ละประเภท

โพแดงไขปริศนา ข้าวหลามตัดกลไล โพดำเอาชีวิตรอด ดอกจิกท้าประลอง

โดยเริ่มจากง่ายและยากขึ้นไปตามลำดับ

โดยผู้ท้าต้องผ่านด่านที่ยากที่สุดเท่านั้น จึงจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันได้

ด่านแรกที่เซียวโหลวเลือกคือด่านสองโพธิ์แดง ซึ่งเป็นด่านที่เขาถนัดและสามารถผ่านด่านนี้มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อออกมาจากห้องลับ

เขากลับเห็นประกาศว่าอวี๋หานเจียงได้ทำลายสถิติด่านสองโพแดง

หมายความว่าอวี๋หานเจียงเองก็อยู่ที่โลกแห่งไพ่เช่นเดียวกัน

เขาจึงตั้งใจว่าเมื่อผ่านด่านห้องลับแบบเดี่ยวหมดแล้ว จะตามหาอวี๋หานเจียงเพื่อตั้งทีมในการฝ่าด่านต่อไป

-------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ LILAC NOVEL

ในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว

Ebook และรูปเล่ม จะทยอยออกหลังจากลงรายตอนค่ะ

ติดตามความคืบหน้าได้ที่ เพจ @Lilac.Novel

ทางสำนักพิมพ์ขอขอบคุณทุกๆ การสนับสนุนของนักอ่านทุกท่านค่ะ

ม้วนที่หนึ่ง ห้องลับมือใหม่ ตอนที่ 1 โลกแห่งไพ่ (rewrite)

ม้วนที่หนึ่ง ห้องลับมือใหม่

ตอนที่ 1 โลกแห่งไพ่

เดือนล่าเย่ว์[1]อันเหน็บหนาวอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ หิมะตกหนักต่อเนื่องหลายวันจนทำให้ทั่วทั้งเมืองเจียงโจวกลายเป็นโลกที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน

มหาวิทยาลัยปิดเทอมฤดูหนาว เหล่านักศึกษากลับบ้านตั้งแต่เนิ่น ๆ เซียวโหลวถูกทางคณะส่งเข้าร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ซึ่งจัดลากยาวมาจนถึงวันที่ 28 ของเดือนนี้ เขาพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งวัน จากนั้นเก็บกระเป๋าเดินทางกลับไปบ้านเกิดเพื่อฉลองตรุษจีนกับคุณปู่คุณย่า

เซียวโหลวมาถึงบ้านในช่วงบ่ายของวันก่อนตรุษจีน เมื่อเข้าไปข้างในบ้าน เซียวซินเย่ว์ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายหญิงตรงเข้ามาต้อนรับทันที เธอหัวเราะคิกคักพลางถาม “พี่ ทำไมมาถึงช้าจัง เมื่อกี้ย่าเพิ่งบ่นถึง!” เธอเขยิบเข้ามากระซิบ “บ่นว่าทำไมพี่ไม่แต่งงานสักที”

กลับบ้านช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้หลักผู้ใหญ่ย่อมเร่งรัดเรื่องแต่งงานเป็นธรรมดา

ปัจจุบันเซียวโหลวจัดอยู่ในกลุ่ม “หนุ่มสาวทึนทึก” เพราะอายุ 28 ปีแล้ว แต่ยังไม่ยอมแต่งงาน เขาเข้าเรียนเร็ว สอบติดมหาวิทยาลัยแพทย์ตอนอายุ 17 ปี หลังจากจบปริญญาเอกก็เป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัย ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองศาสตราจารย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม หากรวมกับนิสัยอบอุ่นและหน้าตาอันหล่อเหลาแล้ว คุณสมบัติเช่นเขาควรเป็นที่หมายปองในตลาดนัดหาคู่[2]ถึงจะถูก น่าเสียดายที่เขารํ่าเรียนมาทางด้านนิติเวชศาสตร์

ได้ยินคำว่า “นิติเวช” คนพานนึกถึงแต่ศพ ใครล่ะจะชอบอยู่กับชายที่ชำแหละศพทุกวี่วัน

เมื่อมาถึงห้องรับแขก เซียวโหลวทักทายญาติผู้ใหญ่ตามลำดับอย่างมีมารยาท จากนั้นนำของขวัญที่เตรียมมามอบให้กับทุกคน เป็นอย่างที่คิด ย่ายิ้มตาหยีมองมาแล้วถาม “เสี่ยวโหลว เมื่อไหร่จะพาหลานสะใภ้กลับมาให้ย่าล่ะ”

เซียวโหลวนวดไหล่ให้ย่า กล่าวด้วยนํ้าเสียงอบอุ่น “ย่าครับ ตอนนี้ผมงานยุ่งมาก เรื่องแต่งงานเอาไว้ค่อยคิดหลังอายุสามสิบก็แล้วกัน”

ประจวบกับห้องกินข้าวกำลังง่วนตั้งโต๊ะ เซียวโหลวจึงประคองย่าไปตรงเก้าอี้แล้วเสเปลี่ยนเรื่อง เขาถามเซียวซินเย่ว์ “คิดแล้วหรือยังว่าปีหน้าจะยื่นสมัครเข้ามหา’ลัยไหน”

เซียวซินเย่ว์ปีนี้อายุ 18 ปี ปีการศึกษาหน้าต้องเจอกับการสอบเกาเข่า[3]ทันทีที่เซียวโหลวถามไป หัวข้อสนทนาของผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นผู้หญิงควรยื่นสมัครคณะอะไรจึงจะหางานได้ง่ายในอนาคต เซียวซินเย่ว์ร่วมวงพูดคุยอย่างออกรส ไม่มีใครเอ่ยถึงการแต่งงานของเซียวโหลวอีกเลย เขาลอบถอนหายใจเบา ๆ

หลังมื้อส่งท้ายปีเก่าเสร็จสิ้น ผู้ใหญ่เริ่มตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอก เซียวโหลวชวนลูกพี่ลูกน้องไปยังห้องที่อยู่ติดกัน เซียวซินเย่ว์หยิบสำรับไพ่ใหม่เอี่ยมออกมา

“พวกเราสามคนมาเล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ด[4]กัน คนแพ้ต้องดื่ม ว่าไง”

เซียวเว่ย ลูกพี่ลูกน้องชายถกแขนเสื้อขึ้น หน้าตาตื่นเต้นอยากเล่น “มาเล่นกัน ผมเซียนเชียวนะ!”

เซียวโหลวไม่สนใจการเล่นไพ่ แต่กลับบ้านทุกตรุษจีนทีไรพวกผู้ใหญ่มักตั้งวงเล่นไพ่นกกระจอก น้อง ๆ เล่นไพ่กันสองคนออกจะน่าเบื่อเกินไป เขาผู้เป็นพี่ใหญ่จึงต้องเล่นเป็นเพื่อน

เขามือขึ้นตั้งแต่ตาแรก หยิบได้ไพ่ราชาระเบิด[5]

เมื่อเห็นไพ่ราชาใหญ่เล็ก[6]อยู่ในมือ เขาพูดทันควัน “เรียกแลนด์ลอร์ด”

เซียวซินเย่ว์และเซียวเว่ยต้องร่วมมือกันล้มเขา ทว่าเพียงชั่วอึดใจ เซียวโหลวก็ลงไพ่ในมือจนหมด

ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองได้แต่ดื่มนํ้าโคล่าหน้าตาบอกบุญไม่รับ

เกมต่อ ๆ มาไม่ว่าเซียวซินเย่ว์จะได้เป็นแลนด์ลอร์ด หรือเซียวเว่ยเป็นเจ้ามือ ต่างแพ้พี่ใหญ่ยับเยินทุกครั้ง ดวงไพ่ในคํ่าคืนนี้ของเซียวโหลวดีจนเหลือเชื่อ หลายครั้งจับได้ไพ่ราชาระเบิด เล่นเอาญาติผู้น้องดื่มกันจนแทบอาเจียน

ทั้งสามเล่นไพ่กันจนถึงเที่ยงคืน

เสียงประทัดดังสนั่นหูจากด้านนอก น้อง ๆ วิ่งไปยังลานบ้านจุดดอกไม้ไฟด้วยความตื่นเต้น เซียวโหลวสวมเสื้อโค้ตเตรียมออกไปด้านนอกบ้าง ทันใดนั้นหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สว่างขึ้น ปรากฏข้อความหนึ่งบรรทัด “สวัสดีปีใหม่”

ผู้ส่ง : อวี๋หานเจียง

เห็นรูปโปรไฟล์เป็นทิวทัศน์หิมะอันคุ้นเคย มุมปากเซียวโหลวหยักขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับทันที “สวัสดีปีใหม่เช่นกัน”

อวี๋หานเจียงถาม “กลับมหา’ลัยเมื่อไหร่”

“อยู่ถึงวันชิวฉิก[7]แล้วค่อยกลับ”

“เรื่องครั้งก่อนขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ กลับมาแล้วขอเป็นเจ้ามือนะ”

“ผู้กองอวี๋เกรงใจเกินไปแล้ว ไว้กลับไปแล้วค่อยติดต่อกันอีกที”

เสียง “ปุ้ง” ดังมาจากนอกหน้าต่าง พลุหลากสีแตกกระจายเป็นชุด ประดับประดาท้องฟ้ายามคํ่าคืนจนสว่างไสวราวกับกลางวัน

เซียวโหลวยืนอยู่ตรงหน้าต่างจ้องประวัติการสนทนาบนโทรศัพท์มือถือ ในหัวพลันผุดภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งแรกที่ได้พบกับอวี๋หานเจียง

วันนั้นฝนตก ที่มหาวิทยาลัยแพทย์มีผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยเหตุตกตึก เดือดร้อนถึงตำรวจอาชญากรรมเมืองเจียงโจว คาบเรียนสุดท้ายที่เธอเข้าเรียนเป็นวิชาของเซียวโหลวพอดี ในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับคดี ตำรวจจึงเชิญเขาไปให้ปากคำ

เมื่อพบทีมจากกองตำรวจอาชญากรรม สายตามองเห็นผู้ชายคนนั้นเป็นคนแรก ชายหนุ่มสวมเครื่องแบบตำรวจสีนํ้าเงินเข้มทั้งตัว ยืนตัวตรงอยู่ข้างหน้าต่าง รูปร่างสูงใหญ่ ขาเรียวยาว ใบหน้าด้านข้างหล่อเหลาดุจรูปปั้นฝีมือประณีต

ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากด้านข้าง ชายหนุ่มหมุนตัวมองเซียวโหลว แล้วเดินเข้ามาทักทาย “สวัสดี ผมอวี๋หานเจียง หัวหน้าทีมของกองตำรวจอาชญากรรมคดีร้ายแรง ขอเชิญศาสตราจารย์เซียวมาให้ปากคำทางนี้”

เซียวโหลวพยักหน้าให้อวี๋หานเจียงตามมารยาท “สวัสดีผู้กองอวี๋ ผมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แน่นอน”

อวี๋หานเจียงพาเซียวโหลวไปยังห้องสอบสวน ระหว่างสอบปากคำนํ้าเสียงของชายหนุ่มทุ้มตํ่าทรงพลัง สายตาแหลมคมดุจดาบให้ความรู้สึกกดดันรุนแรง การถูกเขาจ้องมองแทบทำให้หายใจไม่ออก ต่อให้เซียวโหลวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงก็ไม่อยากสบตาคนคนนี้เลย

ดวงตาคู่นั้นทั้งลึกลํ้าและเย็นชาราวกับผิวทะเลสาบที่จับตัวเป็นนํ้าแข็งในช่วงฤดูหนาว ชวนให้รู้สึกสันหลังเย็นวาบ

การไขคดีลุล่วงเร็วกว่าที่เซียวโหลวคิดไว้มาก ยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม ตำรวจจับตัวคนร้ายได้ในวันที่สอง เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ผลักหญิงสาวตกตึก เรื่องนี้กลายเป็นกระแสฮือฮาในอินเทอร์เน็ตด้วย

เหตุการณ์ครั้งนั้นเปลี่ยนทัศนคติเรื่องฝีมือการไขคดีที่เซียวโหลวมีต่อกองตำรวจอาชญากรรมเมืองเจียงโจวไปมาก

เขาสอบถามเรื่องอวี๋หานเจียงจากเพื่อนนิติเวชที่รู้จักกัน ลือกันว่าประวัติของอวี๋หานเจียงไม่ชัดเจน อายุยังน้อย ทว่าจู่ ๆ ก็ถูกส่งมารับตำแหน่งหัวหน้าทีมของกองตำรวจอาชญากรรมคดีร้ายแรงแบบข้ามขั้น ตั้งแต่อวี๋หานเจียงเข้าทำงาน เขาไขคดีคงค้างสำเร็จไปหลายคดี ยกระดับประสิทธิภาพการทำคดีขึ้นมาก

ผู้ชายคนนี้เป็นคนยุติธรรม ไม่เห็นแก่หน้าใคร เลือดเย็นไร้ความรู้สึก วิธีการเหี้ยมโหด แค่พวกอาชญากรได้ยินชื่อก็กลัวจนหัวหด เพียงกวาดสายตาอำมหิตก็สามารถทำให้ผู้ที่มีชนักติดหลังกลัวจนตัวสั่น ว่ากันว่าเขาชำนาญด้านการสอบสวนคนร้ายเป็นพิเศษ ต่อให้ผู้ต้องสงสัยปากแข็งแค่ไหน ภายใต้การสอบสวนของเขาล้วนยอมสารภาพผิดแต่โดยดี ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ สองปี ชื่ออวี๋หานเจียงก็กลายเป็นตำนานของแวดวงตำรวจเมืองเจียงโจว

หลังจากได้ฟังวีรกรรมของอวี๋หานเจียง ในใจของเซียวโหลวบังเกิดความรู้สึกนับถืออย่างยิ่ง

เดิมทีคิดว่าคงไม่ได้พบเจอกันสักเท่าไร แต่ผ่านไปไม่กี่วัน จู่ ๆ อวี๋หานเจียงก็มาที่ห้องทำงานของสถาบันนิติเวชวิทยา ขอให้ช่วยตรวจสอบพิษหายากชนิดหนึ่ง ช่วงที่เซียวโหลวเรียนปริญญาโท เขาเรียนเฉพาะทางด้านนิติพิษวิทยา[8]ตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ที่เป็นประโยชน์มากมาย อวี๋หานเจียงจึงมาหาเขา ทำให้ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนบัญชีวีแชตและหมายเลขโทรศัพท์

เซียวโหลวช่วยตำรวจไขคดีวางยาพิษที่มีความเหี้ยมโหด “ขอบคุณที่ช่วยเหลือ” ที่อวี๋หานเจียงบอกหมายถึงคดีนี้ ทั้งสองเคยพบกันสี่ครั้ง ด้วยเหตุจากการทำงานทั้งสิ้น ความสัมพันธ์ไม่จัดว่าสนิท ดังนั้น การที่ผู้กองอวี๋ผู้เย็นชามาตลอดเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอเป็นเจ้ามือจึงเกินความคาดหมายของเขาไปมาก

เซียวโหลวยืนอยู่ข้างหน้าต่างกับความทรงจำ ไม่ได้สังเกตว่าจู่ ๆ ในตอนนี้ไพ่บนโต๊ะปรากฏลำแสงสีแดงเลือดวาววับขึ้น ค่อย ๆ ก่อเป็นคลื่นวน มิติโดยรอบไพ่บิดเบี้ยวตามไปด้วย ราวกับต้องการดูดกลืนทุกสิ่งรอบตัวเข้าไปไว้ข้างในไพ่

ถึงวันชิวฉิก หลังจากเซียวโหลวรํ่าลาคนในครอบครัวเสร็จก็ขึ้นเครื่องบินกลับเมืองเจียงโจว นึกถึงบทสนทนาในวีแชตที่คุยตอนวันส่งท้ายปีเก่า เขาไม่รอช้าส่งข้อความหาอวี๋หานเจียงทันที “ผู้กองอวี๋ ผมกลับมาแล้ว คุณว่างวันไหน มากินข้าวกันสักมื้อ”

ไม่มีข้อความตอบกลับ

อีกฝ่ายอาจยุ่งอยู่ เซียวโหลวไม่รบกวนต่อตามมารยาท เดินลงไปกินบะหมี่ใต้ตึกสักชามอย่างไม่เรื่องมาก

เสร็จแล้วคิดจะไปซื้อของจิปาถะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตต่อ ทว่าขณะข้ามถนน พลันเห็นตรงลับหัวโค้งมีรถโดยสารประจำทางคันหนึ่งพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วสูง

เซียวโหลวตาเบิกโพลง หัวใจแทบหยุดเต้น เขาชักขารีบวิ่งหลบ ทว่ารถมาด้วยความเร็วสูงเกินไป วิ่งได้ก้าวเดียวก็ถูกชนอย่างจังจนตัวลอยละลิ่ว!

ภาพที่เห็นเบื้องหน้าเป็นท้องฟ้าตัดสลับกับพื้นดินไปมา เพียงครู่เดียวเซียวโหลวก็หมดสติสัมปชัญญะ

รู้ตัวอีกทีรอบตัวของเขาก็เต็มไปด้วยหมอกขาวไกลสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางหมอกหนาได้ยินเสียงเย็นเยียบคล้ายหุ่นยนต์ดังขึ้นในหูชัดเจน “ขอแสดงความยินดีกับเซียวโหลว คุณคือผู้ที่ถูกเลือกจากโลกแห่งไพ่ ตอนนี้คุณมีสองตัวเลือก

A : ตายอย่างสงบและลืมทุกอย่าง วิญญาณของคุณจะสูญสลาย ไม่เจ็บไม่ป่วยนับตั้งแต่บัดนี้

B : เกิดใหม่ในโลกแห่งไพ่พร้อมกับความทรงจำเดิม และทำภารกิจท้าทายรูปแบบใหม่ แต่กฎการเอาตัวรอดของที่นี่มีความโหดร้ายรุนแรง การเลือกตายตั้งแต่ตอนนี้อาจดีกว่ามีชีวิตอยู่”

เซียวโหลวค่อนข้างสับสน สงสัยว่าเป็นเสียงของอาการประสาทหลอนหรือเปล่า เหตุใดยังต้องตัดสินใจกับตัวเลือกทั้งสองข้ออีก

เนื่องจากไร้คำตอบ เสียงเย็นเยียบคล้ายหุ่นยนต์จึงดังขึ้นอีกครั้ง “ให้เวลาคิดทบทวน 10 วินาที ก่อนลบความทรงจำ นับถอยหลัง 10, 9, 8…”

เขาตอบโดยไม่ลังเล “ผมเลือก B”

ไม่ว่าเสียงนี้จะเป็นอาการประสาทหลอนหรือไม่ ในตัวเลือกทั้งสองข้อนี้เขาเลือกได้เพียงข้อหลัง

เขาเพิ่งอายุ 28 ปี อยู่ในวัยก้าวหน้า ไม่อยากถูกลบความทรงจำหรือวิญญาณสูญสลาย ขอแค่โอกาสเกิดใหม่อีกสักครั้ง ไม่ว่าโลกใหม่จะลำบากและอันตรายแค่ไหน อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ การมีชีวิตอยู่ถึงจะมีความหวัง เซียวโหลวสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ถามว่า “คุณเป็นใคร”

อีกฝ่ายตอบ “เราคือวิญญาณระบบอัจฉริยะของโลกแห่งไพ่ คุณจะมองไม่เห็นเรา แต่เรามองเห็นคุณ”

ความรู้สึกของการถูกเฝ้าดูทำให้ชายหนุ่มอดขมวดคิ้วไม่ได้ “โลกแห่งไพ่ที่คุณพูดหมายถึงอะไรกันแน่”

วินาทีถัดมาภาพเบื้องหน้าของเซียวโหลวพลันปรากฏไพ่นับไม่ถ้วน

เป็นไพ่ที่เขาเคยใช้เล่นเกมพิชิตแลนด์ลอร์ดกับน้อง ๆ ตอนคืนวันตรุษจีน ด้านหลังมีลายข้าวหลามตัดสีนํ้าเงินอันคุ้นเคยแบบที่เห็นบ่อย ๆ ตามร้านขายของชำ 5 โพแดง 8 ข้าวหลามตัด 10 ดอกจิก J โพดำ ไพ่ทุกใบร้อยเรียงเป็นโซ่ยาวเส้นหนึ่ง ขยับพลิ้วรวดเร็วต่อหน้าเขาราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายด้วยความเร็วสี่เท่า

กลางไอหมอกสีขาวไร้ขอบเขต โซ่ไพ่เรียงลำดับฉับพลัน ลายทั้งสี่ปะปนกันโดยไร้กฎเกณฑ์อธิบาย ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าภายในสิบวินาที ไพ่มหาศาลก่อขึ้นเป็นกำแพงไพ่ขนาดยักษ์ด้านหนึ่ง

“ผู้ท้าเซียวโหลว ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งไพ่”

[1] เดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติจีน

[2] สถานที่สำหรับจัดหาคู่แต่งงาน โดยจะจัดเป็นประจำ เช่น ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ พ่อแม่จะแนะนำลูกของตัวเองผ่านแผ่นป้ายโฆษณาติดตามจุดต่าง ๆ ในบริเวณ หากพบคนที่คิดว่าเหมาะสมจึงนัดพบกันต่อไป มีทั้งแบบเสียและไม่เสียค่าใช้จ่าย

[3] การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีนที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ แล้วใช้ผลคะแนนยื่นสมัครมหาวิทยาลัย เทียบได้กับการสอบเอนทรานซ์ของไทยสมัยก่อน

[4] เกมไพ่ดั้งเดิมที่แพร่หลายในประเทศจีน มีผู้เล่นตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป โดยหลักจะแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือเจ้าของที่ดิน (แลนด์ลอร์ด) และชาวนา ซึ่งชาวนาจะต้องช่วยกันเอาชนะเจ้าของที่ดินให้ได้ หากใครลงไพ่ในมือหมดก่อนถือเป็นผู้ชนะ ต่อมาพัฒนาเป็นเกมออนไลน์และได้รับความนิยมมากจนมีการจัดการแข่งขันออนไลน์ขึ้นทั่วประเทศ

[5] คู่ไพ่ที่ใหญ่ที่สุดในเกมไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ด

[6] ไพ่โจ๊กเกอร์แดงและโจ๊กเกอร์ดำ

[7] วันที่ 7 ของเทศกาลตรุษจีน เชื่อกันว่าเทพหนี่ว์วาสร้างมนุษย์ขึ้นในวันนี้ จึงนับเป็นวันมนุษย์

[8] ศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบสารเคมีหรือพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอันเป็นสาเหตุหรือเชื่อมโยงถึงการเสียชีวิต

ตอนที่ 2 พิธีศพกุหลาบ (ต้น) (rewrite)

ตอนที่ 2 พิธีศพกุหลาบ (ต้น)

เซียวโหลวยืนอยู่ด้านหน้ากำแพงไพ่ไพ่นับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวจนตาพร่า เขาต้องแปลกใจเมื่อพบว่า นอกจากมุมซ้ายบนของไพ่ทุกใบจะมีสัญลักษณ์กำกับแล้ว เช่น 2 โพแดง 3 โพดำ ส่วนอื่น ๆ บนหน้าไพ่ยังเป็นภาพเคลื่อนไหวอีกด้วย

ไพ่เหล่านี้คล้ายกับมิติไร้ที่สิ้นสุด ด้านหน้าไพ่ทุกใบราวกับจอโทรทัศน์ขนาดย่อม กำลังฉายเรื่องราวที่แตกต่างกันไป

ไพ่ตรงหน้าเขาฉายภาพชัดเจนที่สุด

เซียวโหลวเขยิบเข้าไปดูใกล้ ๆ เห็นเพียงหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งถูกซอมบี้อัปลักษณ์หลายตัววิ่งไล่ เธอไม่ทันระวังจึงล้มลงไปกองกับพื้น ฝูงซอมบี้ฮือล้อมกระชากศีรษะของเธอออกมาแทะกินอย่างเอร็ดอร่อย สายตาหวาดผวาของหญิงสาวราวกับมองทะลุหน้าต่างไพ่มาที่เขา

เซียวโหลวขนหัวลุก รู้สึกคลื่นไส้ เขากำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ความรู้สึกเจ็บรุนแรงบอกเขาว่านี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นมิติอื่นที่สร้างขึ้นจากไพ่ที่เขาไม่เข้าใจ

ผู้หญิงคนนั้นไม่รอดชีวิตแน่ แต่การ “ถูกซอมบี้กินสมอง” ก็เป็นวิธีตายที่โหดร้ายเกินไป

เธอเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกดึงเข้ามาในโลกแห่งไพ่โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่แบบเขาหรือเปล่า

เซียวโหลวหลับตา ทนดูต่อไม่ไหว

ระบบถามอย่างเย็นชา “เห็นโลกในไพ่แล้วใช่ไหม”

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ตอบไป “เห็นแล้ว”

ระบบ : “คุณมีโอกาสแก้ไขตัวเลือกหนึ่งครั้ง ต้องการเลือก A หรือ B”

เซียวโหลวไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ผมเลือก B”

ระบบ : “ยืนยันการเลือก”

ระบบ : “ยินดีด้วย คุณคือผู้ท้าคนที่ 86,587,847 ของโลกแห่งไพ่ ก่อนเข้าสู่โลกใหม่ คุณสามารถเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาและเพศได้ มีเวลาสามนาทีนับจากนี้ในการปรับเปลี่ยนข้อมูลเริ่มต้น”

ด้านหน้าปรากฏกระจกบานหนึ่ง ใบหน้าของชายหนุ่มในกระจกหล่อเหลา ดวงตาและคิ้วอ่อนโยน เพียงแต่ในเวลานี้สีหน้าของเขาค่อนข้างซีดเซียวผิดปกติ ไม่ว่าใครเจอเรื่องแบบนี้กะทันหันล้วนใจเย็นลงยาก เซียวโหลวนับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างมีสติแล้ว อย่างน้อยตอนเห็นภาพหญิงสาวถูกซอมบี้กินสมอง เขาก็ไม่ได้กรีดร้องออกมา

ชายหนุ่มมองดูตัวเองในกระจก พูดเสียงราบเรียบ “หน้าตาและเพศไม่เปลี่ยน”

ไม่แน่ว่าคนที่เสียชีวิตกะทันหันด้วยอุบัติเหตุหลายคนอาจถูกส่งเข้ามายังโลกแห่งไพ่ เขาคือผู้ท้าคนที่แปดสิบล้านกว่า หากไม่เปลี่ยนบางทีอาจได้พบกับคนที่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ได้ แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจโลกแห่งไพ่ใบนี้ แต่สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้มีเพียงทำตามกฎเท่านั้น พยายามมีชีวิตอยู่รอดต่อไป

“ผู้ท้าเซียวโหลว บันทึกข้อมูลเริ่มต้นเสร็จสิ้น” กระจกตรงหน้าหายไปแล้ว แต่ในหูยังคงได้ยินเสียงเย็นเยียบคล้ายหุ่นยนต์ของระบบอยู่ “ลำดับถัดไปเป็นการชี้แจงกฎพื้นฐานของโลกแห่งไพ่

“ในโลกแห่งไพ่ ไพ่แต่ละใบคือโลกขนาดเล็กที่แตกต่างกันออกไป หรือเข้าใจว่าเป็นห้องลับห้องหนึ่งก็ได้

“ประเภทของห้องลับขึ้นอยู่กับลายไพ่ โพแดงหมายถึงห้องลับไขปริศนา ข้าวหลามตัดหมายถึงห้องลับกลไก โพดำหมายถึงห้องลับเอาชีวิตรอด และดอกจิกหมายถึงห้องลับท้าประลอง

“ความยากของห้องลับเริ่มต้นจากตํ่าไปสูง เรียงตามลำดับจากระดับ D ระดับ C ระดับ B ระดับ A ระดับ S ไปจนถึงระดับ SS ซึ่งยากที่สุด และต้องผ่านห้องลับระดับ SS เท่านั้นจึงจะสามารถกลับคืนสู่โลกมนุษย์ ได้รับชีวิตใหม่อย่างแท้จริง

“คุณจะได้รับรางวัลเมื่อผ่านด่านสำเร็จ แต่หากล้มเหลวจะถูกส่งไปยังห้องลับฝันร้ายเพื่อรับการลงโทษ ผู้ท้าที่เอาชีวิตรอดจากห้องลับฝันร้ายไม่ได้จะถูกโลกแห่งไพ่กำจัดถาวร

“อธิบายกฎเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลำดับถัดไปกรุณาเลือกไพ่”

เบื้องหน้าของเซียวโหลวปรากฏไพ่สี่ใบลอยอยู่กลางอากาศ 2 โพแดง 2 ข้าวหลามตัด 2 โพดำ และ 2 ดอกจิก ไพ่ทั้งสี่ใบนี้ต่างจากไพ่บนกำแพงที่ฉายภาพเรื่องราวแบบเคลื่อนไหว โดยเป็นไพ่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีลายไพ่พิมพ์อยู่ด้านหน้า เขาไม่รู้ด้วยซํ้าว่าหลังจากเปิดไพ่แล้วจะต้องเผชิญกับอะไร

ไพ่หนึ่งใบคือโลกหนึ่งแห่ง ควรเลือกใบไหนดี

เซียวโหลวครุ่นคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ยื่นมือออกไปหยิบ “2 โพแดง”

เขาชอบอ่านนิยายแนวสืบสวนสอบสวนมาตั้งแต่เด็ก ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่เพื่อนลากไปเล่นเกมห้องลับแค่ครั้งเดียว ก็เกิดติดใจเกมเอาชีวิตรอดจากห้องลับที่ทั้งตื่นเต้น มีหลักเหตุผล และเหมือนชีวิตจริงทุกประการ ทุกครั้งที่มีโอกาสไปยังเมืองอื่น ๆ เซียวโหลวเป็นอันต้องไปเล่นเกมห้องลับของเมืองนั้นให้ได้ เขาเล่นเกมมาแล้วหลายร้อยครั้งจนนับว่ามีประสบการณ์โชกโชน แต่ในโลกของเขานั้น เกมห้องลับส่วนใหญ่เป็นประเภทไขปริศนาที่มีกลไก ไม่เคยได้ยินห้องลับประเภท “เอาชีวิตรอด” หรือ “ท้าประลอง”

นึกภาพผู้หญิงถูกฝูงซอมบี้รุมกัดกินเมื่อครู่ เป็นไปได้ว่าห้องลับเอาชีวิตรอดของไพ่โพดำจะต้องเผชิญวิกฤติิที่เอาชีวิตไม่รอด ส่วนห้องลับท้าประลองของไพ่ดอกจิก แค่ฟังชื่อก็ยากแล้ว เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าอาจตายอย่างอเนจอนาถ เทียบดูแล้ว ห้องลับกลไกของไพ่ข้าวหลามตัดและห้องลับไขปริศนาของไพ่โพแดงฟังดูเป็นมิตรขึ้นสักหน่อย อีกทั้งยังเป็นประเภทที่เซียวโหลวถนัด

เพื่อความปลอดภัย เขาจึงเลือกไพ่โพแดงเป็นอันดับแรก

— สิ้นสุดการเลือกไพ่

— กำลังดำเนินการเปิดห้องลับ 2 โพแดง [พิธีศพกุหลาบ]

— ผู้ท้าเซียวโหลว ประมวลผลข้อมูลเสร็จสิ้น

— กำหนดเวลาผ่านด่าน 30 นาที หากเกินเวลาถือว่าผ่านด่านล้มเหลว

หลังจากระบบแจ้งเตือนเสร็จสิ้น เห็นเพียงบนไพ่ 2 โพแดงพลันปรากฏลำแสงสีแดงเลือดนวลตาวาบชั้นหนึ่งก่อตัวเป็นคลื่นอย่างรวดเร็วดูดเซียวโหลวเข้าไปข้างในโลกแห่งไพ่

ภาพตรงหน้ามืดมิดทันตา

ครั้นกลับมามองเห็นอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองอยู่บนโถงทางเดินแคบและว่างเปล่า

แสงตรงโถงทางเดินมืดสลัวมาก สุดทางมีประตูหนึ่งบาน ผนังโล่งรอบด้านเป็นสีขาวที่พบเห็นได้บ่อย ใต้เท้าเป็นพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดไร้ฝุ่น ไม่พบเบาะแสใดที่เป็นประโยชน์

เบื้องหน้าปรากฏกรอบข้อความโปร่งแสงลอยอยู่ “นับเวลาถอยหลัง 30.00นาที” เซียวโหลวสังเกตว่าเวลาเริ่มนับถอยหลังแล้ว จึงเร่งฝีเท้าไปตรงหน้าประตู

เขาผลักประตูเข้าไป กวาดตามองภายในห้องอย่างรวดเร็ว…

ที่นี่เป็นห้องพักแบบสามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น เนื้อที่ประมาณ 120 ตารางเมตร

เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดใช้โทนสีที่ดูแล้วอบอุ่นมาก ตรงห้องนั่งเล่นมีโซฟาผ้านุ่ม ๆ ตั้งอยู่ ใต้โต๊ะนํ้าชาปูพรมหนา ด้านตรงข้ามมีโทรทัศน์จอแอลซีดีขนาดใหญ่เครื่องหนึ่ง ห้องกินอาหารสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ช่อดอกกุหลาบสีสวยสดประดับอยู่บนโต๊ะ

ประตูของห้องทั้งสามซึ่งอยู่ข้างกันเปิดอ้าทุกบาน ห้องหนึ่งเป็นห้องนอนใหญ่ อีกห้องเป็นห้องเด็กติดวอลล์เปเปอร์ลายการ์ตูนเต็มห้อง ส่วนห้องสุดท้ายตกแต่งเป็นห้องอ่านหนังสือ

ทั้งห้องทิศเหนือใต้ทะลุกัน[1]ผังห้องเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามแบบฉบับทั่วไปสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกสามคน

ทันทีที่เข้าไปในห้อง เซียวโหลวได้กลิ่นเหม็นประหลาด คลับคล้ายมีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบเจืออยู่

เขาเดินตามกลิ่นจนไปถึงห้องนอนใหญ่

ตรงกลางห้องนอนใหญ่มีเตียงคู่วางอยู่ ทั่วทั้งเตียงโรยกลีบกุหลาบสีแดงสด ผู้หญิงในชุดนอนผ้าไหมสีขาวคนหนึ่งนอนทับอยู่ มือกุมกันหลวม ๆ วางอยู่บนหน้าท้องเหมือนว่ากำลังนอนหลับสนิท

แต่บนหน้าอกของเธอกลับมีคราบเลือดสีแดงสดเป็นวงใหญ่

บริเวณอกของชุดนอนถูกย้อมด้วยเลือดเป็นสีแดง ใบหน้าสวยสดงดงามที่มีร่องรอยเครื่องสำอาง ปรากฏรอยจํ้าเลือดจนหลังเสียชีวิต[2]ชัดเจน ริมฝีปากเขียวคลํ้า ผิวขาวซีดราวกับกระดาษ กลิ่นเหม็นรุนแรงในอากาศคือกลิ่นที่โชยมาจากศพของผู้หญิงคนนี้

…แท้จริงแล้วห้องลับ 2 โพแดงคือสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม!

กลิ่นเหม็นตลบอบอวลจนเซียวโหลวขมวดคิ้ว เขาออกแรงบีบจมูกก่อนเริ่มสังเกตรอบ ๆ โดยละเอียด

ในฐานะผู้เล่นเกมหลบหนีจากห้องลับมานานหลายปี เขาผ่านห้องลับไขปริศนาและเห็นฉากน่ากลัวมาไม่น้อย อีกทั้งอาชีพแพทย์นิติเวชยังช่วยให้มีภูมิต้านทานต่อศพ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ตื่นตระหนกเมื่อพบศพผู้หญิงบนเตียงกะทันหัน และสามารถสงบสติได้อย่างรวดเร็ว

…ไพ่โพแดงหมายถึงห้องลับไขปริศนา

ในเมื่อห้องลับนี้คือสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรม ปริศนาที่ต้องไขย่อมหนีไม่พ้นสาเหตุการตายของผู้ตาย

เซียวโหลวฝืนทนดมกลิ่นเหม็นของศพ สืบเท้าขึ้นด้านหน้าแล้วเริ่มลงมือตรวจสอบศพผู้ตายโดยละเอียด

ผู้ตายเป็นเพศหญิงอายุประมาณสามสิบปี เสียชีวิตที่บ้านในชุดนอน

บนหน้าอกมีคราบเลือดสีแดงวงใหญ่ อาการบาดเจ็บที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตมาจากแผลถูกแทงบริเวณหัวใจ อาวุธสังหารน่าจะเป็นมีดแหลมเล่มหนึ่ง ซึ่งแทงทะลุหลอดเลือดแดงใหญ่ของหัวใจพอดี ทักษะการแทงเด็ดขาดหมดจด นอกจากตรงจุดนี้แล้วบนร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลอื่นอีก ทั้งยังไม่มีร่องรอยของการถูกทรมาน

ตรงนี้เป็นห้องนอนใหญ่ที่มีห้องนํ้าในตัว

เซียวโหลวเริ่มค้นหาเบาะแสภายในห้อง

เขาไปที่ห้องนํ้าก่อน

บนพื้นห้องนํ้ามีผมเส้นยาวร่วงอยู่เป็นจำนวนมาก เส้นผมสีนํ้าตาลหยักศกแบบเดียวกับผู้ตาย น่าจะร่วงตอนอาบนํ้าก่อนหน้าที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่ทันได้ทำความสะอาด นอกจากนี้ในห้องนํ้ายังมีเสื้อผ้าที่เธอเปลี่ยนทิ้งไว้ บนเสื้อมีรอยสีแดงเข้มจำนวนหนึ่ง

เซียวโหลวหยิบเสื้อขึ้นมาพินิจพิจารณา ลักษณะค่อนข้างคล้ายคราบเลือดแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เพราะต่างจากคราบเลือดบนชุดนอนของเธออย่างเห็นได้ชัด

[นับเวลาถอยหลัง 28.10 นาที]

[การแจ้งเตือนพิเศษสำหรับห้องลับระดับ D : ระดับความคืบหน้าของเบาะแส 5%]

วินาทีที่หยิบเสื้อขึ้น กรอบข้อความตรงหน้าพลันปรากฏตัวอักษรบรรทัดดังกล่าว…ระดับความคืบหน้าของเบาะแส การแจ้งเตือนนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามายังโลกแห่งไพ่ อย่างน้อยก็สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่ตัวเองค้นหามีความเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

ท่าทางเสื้อตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีจริง ๆ เซียวโหลวค้นกระเป๋าเสื้อทุกซอกทุกมุม ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม แต่รอยสีแดงเข้มที่คล้ายกับเลือดนี้กลับยํ้าเตือนให้เขานึกถึงอะไรบางอย่าง

เขาวางเสื้อลง ค้นหาเบาะแสอื่น ๆ ต่อ

ทั้งอ่างอาบนํ้าและชักโครกสะอาดสะอ้าน ข้าวของเครื่องใช้สำหรับล้างหน้าแปรงฟันบนอ่างล้างหน้าไม่พบสิ่งผิดปกติ ถังขยะด้านข้างมีกระดาษชำระใช้แล้วอยู่จำนวนหนึ่งดูสกปรกมาก เซียวโหลวควํ่าถังขยะโดยไม่ลังเล เทขยะทั้งหมดที่อยู่ด้านในลงบนพื้น

เขาพบเศษกระดาษจำนวนหนึ่ง

เซียวโหลวเขี่ยกระดาษชำระแสนสกปรกออกทันที หาชิ้นส่วนของเศษกระดาษที่ถูกฉีกออกทั้งหมด แล้วนำมาต่อกันคร่าว ๆ คาดไม่ถึงว่าจะประกอบออกมาเป็นรูปภาพใบหนึ่ง…นั่นคือรูปหลักฐานในทะเบียนสมรส[3]

[นับเวลาถอยหลัง 27.45 นาที ระดับความคืบหน้าของเบาะแส 15%]

เซียวโหลวจำเบาะแสทั้งสองอย่างให้ขึ้นใจ หมุนตัวเดินออกจากห้องอาบนํ้า เริ่มค้นหาภายในห้องนอน เกมห้องลับสมัยก่อนที่เขาเคยเล่นโดยทั่วไปล้วนกำหนดเวลาผ่านด่านที่หนึ่งชั่วโมงขึ้นไป ระดับความยากปกติจะอยู่ที่สามถึงห้าชั่วโมง

เกมห้องลับแบบทีมขนาดใหญ่บางแบบถึงขั้นต้องใช้เวลาเจ็ดถึงแปดชั่วโมงจึงจะออกมาได้

เวลาไขปริศนาครึ่งชั่วโมงน้อยเกินไป

ยังดีที่ห้องลับนี้ไม่ถือว่ายากมาก อย่างไรเสียก็อยู่ในระดับ D อีกทั้งยังมีการแจ้งเตือน “ระดับความคืบหน้าของเบาะแส”

เซียวโหลวค้นตู้เสื้อผ้าพร้อมกับวิเคราะห์ในสมองอย่างรวดเร็ว

รูปหลักฐานติดทะเบียนสมรสถูกฉีกทิ้งลงถังขยะในห้องนํ้า ชี้ให้เห็นว่าชีวิตคู่ของหญิงสาวแตกหัก แต่ในที่พักของเธอยังคงมีเสื้อผ้าและรองเท้าของผู้ชาย แสดงว่าทั้งคู่ยังไม่ถึงขั้นหย่าร้าง การเสียชีวิตของเธอมีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเกี่ยวข้องกับสามี การสืบหาเบาะแสถัดไปสามารถเน้นไปที่ข้าวของเครื่องใช้ของสามี

เซียวโหลวเร่งค้นกระเป๋าเสื้อทุกตัวในตู้เสื้อผ้าของฝ่ายชาย…พบเพียงกระเป๋าเงินใบหนึ่ง ด้านในไม่มีทั้งเงินสดและบัตรธนาคาร แต่กลับมีรูปใบหนึ่งสอดอยู่ เป็นรูปภาพแบบเดียวกับรูปสองสามีภรรยาที่ติดในทะเบียนสมรส

ในรูปภาพเป็นหญิงสาวสวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์อิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม สีหน้ามีความสุข หนุ่มหล่อสาวสวยดูเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่ง

[นับเวลาถอยหลัง 24.06 นาที ระดับความคืบหน้าของเบาะแส 25%]

เสียเวลาไปมากกับการค้นตู้เสื้อผ้า เซียวโหลวตั้งสติครุ่นคิด หมุนตัวไปค้นโต๊ะเครื่องแป้งและลิ้นชักตรงหัวเตียง

เขาเห็นขวดนํ้าหอมสวยประณีตขวดหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่อเปิดออกแล้วลองดมเป็นกลิ่นของดอกกุหลาบ

ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งพบการ์ดอวยพรใบหนึ่งเขียนว่า “แด่เพื่อนรัก ขอมอบนํ้าหอมขวดนี้ให้เธอ สุขสันต์วันเกิด ขอให้สวยสดใสตลอดไป…จากเพื่อนรักที่สุดของเธอ หลิวอวิ๋น/17 กรกฎาคม” คำว่า “เพื่อนรัก” สองคำบนการ์ดอวยพรถูกขีดทับด้วยกากบาทสีแดงขนาดใหญ่

วันเกิด นํ้าหอมกุหลาบ การ์ดอวยพรที่ถูกขีดฆ่า และตัวละครใหม่หลิวอวิ๋น เบาะแสเหล่านี้ล้วนเป็นกุญแจสำคัญ ระดับความคืบหน้าบนกรอบข้อความตรงหน้าเซียวโหลวพุ่งจาก 25% เป็น 50% ทันที!

[นับเวลาถอยหลัง 22.00 นาที ระดับความคืบหน้าของเบาะแส 50%]

[เก็บข้อมูลเบาะแสได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ผู้ต้องสงสัยปรากฏ ยืนยันตัวฆาตกรหรือไม่ ใช่/ไม่ใช่]

[คำเตือน : ยิ่งใช้เวลาค้นหาน้อย ยิ่งได้เบาะแสมากก็จะยิ่งได้รางวัลสูงตามไปด้วย]

เซียวโหลวครุ่นคิดแล้วเลือก “ไม่” ในกรอบข้อความ

บนกรอบข้อความเขายังเหลือเวลาอีก 22 นาที เบาะแสยังหาไม่ครบ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะระบุตัวคนร้ายผิด

เบาะแสสองสามอย่างที่หาได้ในตอนนี้ล้วนชี้ตัวฆาตกรไปที่สามีและเพื่อนรัก…สามีเป็นชู้กับเพื่อนรัก หญิงสาวค้นพบความจริงจึงฉีกรูปภาพติดทะเบียนสมรสทิ้งด้วยความโกรธเกรี้ยวและขีดกากบาทสีแดงขนาดใหญ่ทับบนการ์ดอวยพรที่เพื่อนรักมอบให้ หรืออาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในงานวันเกิด เธออาจถูกสามีหรือเพื่อนรักฆาตกรรม

หากเรื่องราวเป็นแบบนี้ เบาะแสส่วนใหญ่ล้วนมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล

แต่ว่า…

จะง่ายดายขนาดนี้จริงหรือ

เซียวโหลวกวาดตามองเตียงกลีบกุหลาบสวยหรู หมุนตัวเดินออกจากห้องด้วยความว่องไว

นี่ไม่ใช่สถานที่แรกในการลงมือก่อเหตุ

[1] ห้องที่มีหน้าต่างทิศใต้กับเหนือตรงกันทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้องจึงเย็นสบาย

[2] รอยจํ้าเลือดที่เกิดขึ้นหลังจากเสียชีวิต ซึ่งเกิดจากการตกของเลือดตามแรงโน้มถ่วง มักเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงถึงสองชั่วโมงหลังเสียชีวิต

[3] ในทะเบียนสมรสของประเทศจีนจะติดรูปภาพที่สามีภรรยาถ่ายคู่กันไว้

ตอนที่ 3 พิธีศพกุหลาบ (กลาง) (rewrite)

ตอนที่ 3 พิธีศพกุหลาบ (กลาง)

เซียวโหลวศึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขานิติเวชศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยามากที่สุด ด้วยความที่ชื่นชอบนิยายสืบสวนสอบสวนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังชอบเล่นเกมหลบหนีจากห้องลับ เขาจึงคุ้นเคยกับกระบวนการเชื่อมโยงเหตุผลเป็นอย่างดี

เวลาตำรวจทำคดีฆาตกรรม หากหาสถานที่ลงมือก่อเหตุแห่งแรกพบจะเป็นประโยชน์ต่อการไขคดีมาก

เซียวโหลวลงความเห็นว่าห้องนี้ไม่ใช่สถานที่แห่งแรกที่ใช้ลงมือก่อเหตุ ส่วนเหตุผลนั้นง่ายมาก

หัวใจเป็นศูนย์กลางในการสูบฉีดเลือดของร่างกายมนุษย์ เปรียบได้กับเครื่องสูบแรงดันสูง อัตราการเต้นของหัวใจปกติทุกนาทีสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย บาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตของผู้ตายอยู่บริเวณหัวใจ ตำแหน่งแทงมีดใกล้กับหลอดเลือดแดงใหญ่ ถ้าผู้ตายถูกแทงตายคาเตียงในครั้งเดียว หลังจากหลอดเลือดแดงใหญ่ขาด เลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาจะต้องกระเซ็นโดนหมอน ผ้าปูที่นอน หรือแม้กระทั่งผนัง

แต่บริเวณโดยรอบสะอาดหมดจด ไม่มีคราบเลือดสาดกระเซ็นแม้แต่น้อย

เลือดของผู้ตายชุ่มโชกบริเวณอกเสื้อเท่านั้น ปริมาณเลือดที่ไหลออกมาน่าจะราว ๆ 100 ซี.ซี. ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ดึงออกมาจากคนปกติที่ไปบริจาคเลือดด้วยซํ้า เห็นได้ชัดว่าเธอถูกฆาตกรรมที่อื่น รอจนกระทั่งเลือดไหลได้ที่ประมาณหนึ่งถึงค่อยถูกเคลื่อนย้ายมาไว้บนเตียงในห้องนอนใหญ่

ฆ่าคน ปล่อยให้เลือดไหล แถมยังนำศพมาวางไว้บนเตียงโรยกลีบกุหลาบ ฆาตกรคนนี้เป็นโรคจิตชัด ๆ!

เซียวโหลวหมุนตัวเดินไปยังห้องครัว สืบหาหลักฐานอื่น ๆ พร้อมกับคิดหาวิธีพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของเขา

บนเสื้อของผู้ตายที่ทิ้งไว้ในห้องนํ้ามีรอยคล้ายคราบเลือดอยู่ แต่จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นั่นไม่ใช่คราบเลือดเลย เหมือนนํ้าผลไม้เสียมากกว่า สถานที่ซึ่งเกี่ยวโยงกับนํ้าผลไม้มากที่สุด ที่แรกที่เขานึกถึงคือ ห้องครัว

เซียวโหลวเดินเข้าไปในห้องครัว และเป็นอย่างที่คิด บนโต๊ะมีแตงโมวางอยู่ แตงโมถูกผ่าครึ่งเป็นสองซีก โดยที่ครึ่งหนึ่งน่าจะกินหมดไปแล้ว ส่วนที่เหลืออีกครึ่งตอนนี้ส่งกลิ่นเน่าเหม็น…คราบบนเสื้อของผู้หญิงที่คล้ายกับเลือดก็คือคราบนํ้าแตงโมนั่นเอง

มีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งปักอยู่บนแตงโม เซียวโหลวดึงมีดเล่มนั้นออกมาอย่างเบามือ

มีดเรียวยาวแหลมคมตรงกับรอยบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตที่พบบนร่างกายของหญิงสาวที่เซียวโหลวชันสูตรศพ

มีดปอกผลไม้เล่มนี้คืออาวุธที่ใช้ฆาตกรรมหญิงสาว!

เซียวโหลวใจเต้นรุนแรง

เขาเริ่มตรวจสอบห้องครัวทุกซอกทุกมุม ถ้าเดาไม่ผิด ที่นี่คือสถานที่ก่อเหตุแรกต่างหาก!

ห้องครัวน่าจะถูกทำความสะอาดแล้ว ไม่มีคราบเลือดชัดเจน

เขาย่อตัวนั่งลงสำรวจท่อระบายนํ้าตรงมุมห้อง พบเส้นผมสีดำสั้น ๆ ประมาณสามเซนติเมตรจำนวนหนึ่งตรงขอบท่อระบายนํ้า ชัดเจนว่าเป็นผมของผู้ชาย บนผนังหลังท่อนํ้ายังพบคราบเลือดไม่กี่หยดที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด

พบสถานที่ก่อเหตุแห่งแรกและอาวุธที่ใช้ฆาตกรรมแล้ว ระดับความคืบหน้าของเบาะแสเพิ่มขึ้นเป็น 70% ทันที

เซียวโหลวเทถังขยะด้วยความเคยชิน ในนั้นมีหลายอย่าง ทั้งเศษผัก เปลือกผลไม้ เปลือกไข่ ตลอดจนถุงบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่แข็ง สันนิษฐานได้ว่าก่อนเสียชีวิตหญิงสาวน่าจะทำอาหารที่บ้านและในปริมาณสำหรับสองคนขึ้นไป ทั้งผักกับเนื้อสัตว์ อย่างน้อยที่สุดต้องมีอาหารห้าอย่างขึ้นไป ลำพังเธอคนเดียวไม่มีทางกินมากขนาดนี้

นอกเหนือไปจากนี้แล้วก็ไม่พบอะไรในตู้เย็นและตู้เก็บอาหาร

เขาเดินกลับจากห้องครัว บนโต๊ะอาหารที่อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวมีดอกกุหลาบช่อใหญ่ แจกันกระเบื้องที่ปักดอกกุหลาบนั้นประณีตงดงามมาก นํ้าด้านในยังคงใสสะอาด ดอกกุหลาบยังบานสวย มีเพียงบางดอกถูกตัดออกไป เป็นไปได้มากว่าจะเป็นที่มาของกลีบดอกกุหลาบในห้องนอน

เซียวโหลวเทถังขยะในห้องกินอาหารลงบนพื้นเช่นเคย ขยะในนั้นนอกจากเปลือกผลไม้จำนวนหนึ่งแล้ว ยังมีการ์ดอวยพรใบหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปหัวใจอย่างที่ร้านดอกไม้นิยมใช้กัน บนการ์ดเขียนด้วยลายมือหนักแน่นทรงพลัง “สุขสันต์วันเกิด สามีจะรักเธอตลอดไป”

ระดับความคืบหน้าของเบาะแสเพิ่มเป็น 75% เห็นได้ชัดว่าดอกกุหลาบและการ์ดอวยพรมีประโยชน์ต่อการสันนิษฐานคดี

จากนั้นเขาเดินเข้าไปในห้องอ่านหนังสือที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะอาหาร

ชั้นวางหนังสือซึ่งกินพื้นที่ฝั่งหนึ่งของผนังด้านบนเต็มไปด้วยตำราแพทย์ หลายเล่ม เป็นตำราเฉพาะทางด้านศัลยกรรมทรวงอก

ข้างชั้นวางหนังสือเป็นโต๊ะทำงานที่มักพบเห็นทั่วไป บนโต๊ะมีโคมไฟวางอยู่ ด้านขวาของโต๊ะมีลิ้นชักสามชั้น ด้านซ้ายเป็นตู้บานเปิดขนาดเล็ก เซียวโหลวเปิดลิ้นชักออกดู ชั้นแรกพบหนังสือเดินทางและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นของชายเจ้าของบ้าน ในที่สุดเขาก็ได้รู้ข้อมูลของฝ่ายนั้นเสียที ชื่อจ้าวเซิน เกิดวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1988 สัญชาติจีน เป็นศัลยแพทย์

ส่วนลิ้นชักชั้นอื่น ๆ ล้วนเป็นพวกใบแจ้งรายละเอียดค่าส่วนกลาง ใบเสร็จธนาคาร ตลอดจนเอกสารงานวิจัยทางการแพทย์ ไม่มีประโยชน์ต่อคดีมากนัก

เซียวโหลวปิดลิ้นชัก เปิดตู้ตรงมุมซ้ายล่าง

ด้านในมีตู้นิรภัยสีดำที่ตั้งรหัสผ่านไว้ แผงรหัสตัวเลขสี่แถวเรียงจากบนลงล่างตามลำดับ คือ 123, 456, 789 และ *0# เขาพบตู้นิรภัยประเภทนี้บ่อย ๆ หลังจากกดเลขรหัสผ่านที่ถูกต้อง แล้วตามด้วยกดเครื่องหมาย # ตู้นิรภัยจะปลดล็อก

รหัสผ่าน…

ตัวเลขที่เกี่ยวโยงกับคดีนี้ ณ ตอนนี้มีเพียงข้อมูลวันเกิดของสองสามีภรรยา

เพื่อนรักให้นํ้าหอมและบอกสุขสันต์วันเกิด การ์ดอวยพรจากห้องกินอาหาร สามีมอบดอกกุหลาบและบอกสุขสันต์วันเกิดเช่นกัน หลายเบาะแสเอ่ยถึง “วันเกิด” แสดงว่าวันนี้ต้องไม่ใช่วันธรรมดา

วันเกิดของสามีสามารถตรวจสอบได้จากใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม วันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1988 ส่วนวันเกิดของภรรยานั้นเซียวโหลวจำได้อย่างแม่นยำ บนการ์ดอวยพรที่เพื่อนรักเขียนให้ระบุวันที่ไว้ด้านล่างว่า 17 กรกฎาคม

รหัสตู้นิรภัยเป็นเลขสี่ตัว เซียวโหลวป้อนตัวเลข 1026 แต่ขึ้นเตือนว่ารหัสผิด เขาไม่รอช้าป้อนตัวเลขวันเกิดของหญิงเจ้าของบ้านตาม 0717 แล้วกด # ทันที

เสียง “แกร๊ก” ดังชัดเจนทำลายความเงียบสงัดของสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม ในที่สุดตู้นิรภัยก็ถูกเปิดออก

ระดับความคืบหน้าของเบาะแสพุ่งขึ้นเป็น 90% ทันที!

ตอนนี้เวลานับถอยหลังยังเหลืออีก 18 นาที

โครงสร้างภายในตู้นิรภัยแบ่งออกเป็นล่างและบนสองชั้น มีแฟ้มเอกสารวางอยู่ตรงชั้นบน เซียวโหลวหยิบมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ดึงใจความสำคัญแบบหนึ่งยลสิบบรรทัด[1]

กรมธรรม์ประกันภัยสองฉบับ ฉบับแรกชื่อผู้ประกันตนคือโจวเสี่ยวเหมย ผู้รับผลประโยชน์เป็นจ้าวเซิน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคือสามีภรรยา ในขณะที่ฉบับที่สองสลับกัน ผู้ประกันตนคือจ้าวเซิน ผู้รับผลประโยชน์เป็นโจวเสี่ยวเหมย

สองสามีภรรยาซื้อประกันธุรกิจให้กัน รวมถึงประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ยอดชำระของทุกปีอยู่ที่หนึ่งหมื่นหยวนขึ้นไป หากผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยสาเหตุเนื้องอก โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคร้ายแรงอื่น ๆ สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ทั้งหมดภายในวงเงินไม่เกินห้าแสนหยวน หากผู้ประกันตนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินชดเชยสูงสุดจากบริษัทประกันเป็นจำนวนเงินสองล้านหยวน

เมื่อได้อ่านกรมธรรม์ประกันฉบับนี้ เซียวโหลวรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนชั่วขณะ

เขาเองก็เคยซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ การที่ญาติพี่น้องซื้อประกันให้กันถือเป็นเรื่องปกติ แต่คดีฆาตกรรมเพื่อหวังเอาเงินประกันพบเจอได้ไม่น้อย เขายังเคยเห็นข่าวลูกชายฆ่าแม่เพียงเพื่อหวังเอาเงินประกันเลย เสียสติไปแล้ว!

คดีนี้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาแตกหักแล้ว หากโจวเสี่ยวเหมยเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จ้าวเซินจะได้รับเงินชดเชยสูงถึงสองล้านหยวน!

เซียวโหลวเสียวสันหลังวาบ วางกรมธรรม์ประกันภัยลง เริ่มค้นชั้นล่างของตู้นิรภัยต่อ

ชั้นล่างวางอัลบั้มรูปไว้หลายเล่ม

มีรูปภาพของจ้าวเซินจำนวนมากตั้งแต่ชั้นประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ไปจนถึงเรียนจบมหาวิทยาลัย เก็บบันทึกเส้นทางการเติบโตไว้ครบถ้วน เขาน่าจะเป็นคนสายตาสั้นแต่เกิดเพราะสวมแว่นตาตั้งแต่ยังเด็กมาก ดูจากอัลบั้มรูปแล้ว จ้าวเซินคนนี้ภายนอกดูเป็นคนอบอุ่นเข้ากับคนง่าย เนื่องจากเขายิ้มในรูปทุกใบ

นอกจากอัลบั้มรูปภาพส่วนตัวแล้ว ยังมีอัลบั้มรูปงานแต่งงานอีกหลายเล่ม เมื่อครั้งสองสามีภรรยาแต่งงานกันใหม่ ๆ ดูท่าทางรักกันมาก ชายหนุ่มโอบภรรยาตัวเองอย่างเป็นสุภาพบุรุษ ในขณะที่ฝ่ายหญิงอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดของเขาดุจนกน้อยด้วยรอยยิ้มหวานชื่น

เมื่อพลิกไปหน้าหลัง ๆ…

เซียวโหลวพบรูปภาพวันแต่งงาน

มีรูปหนึ่งถ่ายรวมกันทั้งสี่คน นอกจากเจ้าสาวเจ้าบ่าวแล้ว ยังมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว

เห็นได้ชัดว่าภาพนี้ถูกถ่ายจากมุมด้านข้างโดยที่ทั้งสี่คนไม่มีใครมองกล้อง ในรูปภาพเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมองหน้าส่งยิ้มให้แก่กัน เพื่อนเจ้าสาวมองไปทางเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยสายตาลึกซึ้ง ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอวยพร ทว่าสายตากลับจ้องมองตรงมาที่เจ้าสาว

เซียวโหลวใจชื้นขึ้นทันที

ผู้เกี่ยวข้องกับคดีคนที่สี่ปรากฏตัวแล้ว!

เพื่อนเจ้าบ่าวคนนี้ก็ปรากฏตัวอยู่ในอัลบั้มรูปภาพส่วนตัวของจ้าวเซินด้วย ในรูปถ่ายวันรับปริญญามีรูปคู่ของทั้งสองคนยืนโอบไหล่กัน น่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก จ้าวเซินถึงได้เชิญมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวในงานแต่ง

ว่ากันตามหลักการแล้วเพื่อนย่อมไม่ตีท้ายครัวกัน ผู้ชายโดยปกติมักหลีกเลี่ยงความระแวงสงสัยต่อภรรยาของเพื่อน ทว่าสายตาที่เพื่อนเจ้าบ่าวจ้องตรงมาราวกับสายตาจ้องเหยื่อ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ท่าทางที่ควรมีต่อภรรยาของเพื่อน

เซียวโหลวค้นตู้นิรภัยต่อ พบซองเอกสารตรงช่องลับชั้นล่างสุด

เปิดออกดูในซองเอกสารมีสัญญาฉบับหนึ่ง เป็นข้อตกลงการสืบที่จ้าวเซินและนักสืบเอกชนลงชื่อร่วมกันลับ ๆ สาระของการสืบคือความสัมพันธ์ของคนทั้งสาม ได้แก่ ลูกพี่ลูกน้องเฮ่อหย่งเฉียง ภรรยาโจวเสี่ยวเหมย และเพื่อนสนิทภรรยาหลิวอวิ๋น ตอนที่เซียวโหลวดึงสัญญาออกมา มีรูปภาพปึกหนึ่งตกลงมาด้วย

เขาหยิบรูปภาพขึ้นมา ทั้งหมดเป็นรูปที่ทั้งสามคนไปซื้อของและกินอาหารด้วยกัน บางรูปหลิวอวิ๋นและเฮ่อหย่งเฉียงจับมือกันท่าทางดูสนิทสนม แต่บางรูปกลับเป็นโจวเสี่ยวเหมยจับมือหรือกอดกับเฮ่อหย่งเฉียง เห็นได้ชัดว่าเฮ่อหย่งเฉียงสารเลวคนนี้เหยียบเรือสองแคม ในขณะที่คบกับหลิวอวิ๋นที่ทั้งสาวทั้งสวยไปด้วย ก็ยังเล่นชู้กับพี่สะใภ้ไปด้วย!

รูปภาพไม่กี่ใบสุดท้ายขนาดใหญ่มาก โจวเสี่ยวเหมยในชุดนอนผ้าไหมบางเบาอยู่กับเฮ่อหย่งเฉียงในห้องนอนอย่างสนิทแนบแน่น…

รูปภาพหลายใบพวกนี้ถูกถ่ายภายในบ้านจากมุมกด มุมด้านขวาบนมีเวลากำกับ ชัดเจนว่าในเวลานั้นจ้าวเซินติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านแล้ว สามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวของภรรยาได้ตลอดเวลา รูปภาพเหล่านี้ล้วนเป็นภาพสกรีนช็อตจากกล้องวงจรปิด

เซียวโหลว “…”

ละครนํ้าเน่าดี ๆ นี่เอง!

คนที่นอกใจไม่ใช่จ้าวเซินผู้เป็นสามี แต่เป็นโจวเสี่ยวเหมยผู้เป็นภรรยาที่นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง!

ถ้าหากเขาไม่ได้เปิดดูตู้นิรภัยในห้องอ่านหนังสือ เป็นไปได้สูงที่จะตัดสินใจพลาดคิดว่าสามีเล่นชู้กับเพื่อนสนิท โจวเสี่ยวเหมยจึงฉีกรูปติดทะเบียนสมรสทิ้งด้วยความโกรธ ถึงตอนนี้กลับเป็นโจวเสี่ยวเหมยเสียเองที่เล่นชู้ และชู้ก็คือลูกพี่ลูกน้องของสามี หรือหนุ่มคนรักของเพื่อนสนิท…

เรื่องราวกลับตาลปัตรจนไม่ทันตั้งตัว

เซียวโหลววางรูปภาพลงด้วยความช็อกก่อนรีบปรับอารมณ์ มองไปยังการแจ้งเตือนบนกรอบข้อความ ระดับความคืบหน้าของเบาะแสคงอยู่ที่ 90% ตู้นิรภัยนับว่าเป็นเบาะแสใหญ่ที่มีค่าถึง 15% จากเบาะแสนั้นเขารู้ชื่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้หมดแล้ว ผู้ตายโจวเสี่ยวเหมย สามีจ้าวเซิน ชายชู้เฮ่อหย่งเฉียง และเพื่อนสนิทหลิวอวิ๋น

ระหว่างทั้งสี่คนนี้เป็นความสัมพันธ์อันซับซ้อน เฮ่อหย่งเฉียงเป็นลูกพี่ลูกน้องของจ้าวเซินและคนรักของหลิวอวิ๋น โจวเสี่ยวเหมยและเฮ่อหย่งเฉียงเล่นชู้กัน เท่ากับว่าสวมหมวกเขียว[2]สองใบให้ทั้งจ้าวเซินผู้เป็นสามีและเพื่อนรักหลิวอวิ๋นไปพร้อม ๆ กัน

ในฐานะที่จ้าวเซินและหลิวอวิ๋นเป็นผู้เสียหายล้วนมีเหตุผลในการฆ่า แต่ฆาตกรที่แท้จริงเป็นใครยังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกขั้น

ระดับความคืบหน้าของเบาะแส 90% ขาดเพียงเบาะแสสุดท้ายที่ยังหาไม่พบ

เซียวโหลวหมุนตัวเดินไปยังห้องนั่งเล่น ค้นอย่างละเอียดหนึ่งรอบ ไม่พบข้อมูลใด ๆ

ตอนค้นห้องเด็กซึ่งเป็นห้องสุดท้าย พบโทรศัพท์มือถือและแบตเตอรี่สำรองอยู่ข้างหมอน โทรศัพท์มือถือใส่เคสสีชมพู น่าจะเป็นของผู้ตายโจวเสี่ยวเหมย

เบาะแสที่เป็นกุญแจสำคัญขนาดนี้ นึกไม่ถึงว่าจะอยู่ในห้องเด็กซึ่งอยู่ไกลที่สุดที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเริ่มค้นหาเป็นที่แรก!

แววตาของเซียวโหลวสว่างวาบ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที

เขากดปุ่มเปิด บนหน้าจอมีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้น “กรุณากรอกรหัสผ่าน” พร้อมกับปรากฏแผงตัวเลข

เซียวโหลวกรอกวันเกิดของโจวเสี่ยวเหมยตามสัญชาตญาณ “0717” ทว่าหน้าจอขึ้นแจ้งเตือน “รหัสผ่านไม่ถูกต้อง หากผิดครบ 5 ครั้ง โทรศัพท์มือถือจะล็อกอัตโนมัติ จำนวนครั้งที่เหลือ 4”

เขากรอกวันเกิดของสามีต่อทันที 1026 แต่ก็ขึ้นเตือน “รหัสผ่านไม่ถูกต้อง หากผิดครบ 5 ครั้ง โทรศัพท์มือถือจะล็อกอัตโนมัติ จำนวนครั้งที่เหลือ 3”

ไม่ใช่รหัสวันเกิด ถ้าอย่างนั้นจะเป็นอะไรได้

เวลานับถอยหลังบนกรอบข้อความยังเหลืออีก 15 นาที

เซียวโหลวขมวดคิ้วจมดิ่งกับความคิด

ห้องนอน ห้องนํ้า ห้องอ่านหนังสือ ห้องเด็ก ห้องครัว และห้องกินอาหาร เขาค้นจนครบทั้งหมดแล้ว วันเกิดของโจวเสี่ยวเหมยคือวันที่ 17 กรกฎาคม วันเกิดของจ้าวเซินคือวันที่ 26 ตุลาคม นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีเบาะแสอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขอีกแล้ว

ถ้าเป็นในชีวิตจริง รหัสโทรศัพท์สามารถตั้งตามความต้องการของผู้ตาย หากตำรวจปลดล็อกไม่ได้ ก็จะหาช่างเทคนิคที่มีความชำนาญเฉพาะทางมาช่วย แต่ตอนนี้เขาอยู่คนเดียวลำพังในห้องลับ หาโทรศัพท์มือถือจนพบ แต่ปลดล็อกรหัสผ่านไม่ได้ และคงลองเดามั่วไม่ได้ด้วยใช่ไหม

เซียวโหลวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นพลางครุ่นคิด จากนั้นเดินกลับไปยังห้องนอน

หน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏข้อความแจ้งเตือน “กรุณากรอกรหัสผ่าน” คนส่วนใหญ่อาจคิดไม่ตกว่ารหัสผ่านคืออะไร เสียเวลาตามหาเบาะแสเกี่ยวกับรหัสผ่านไปทั่ว

แต่เมื่อครู่เซียวโหลวใช้ความไวสูงสุดค้นทั้งห้องไปรอบหนึ่งแล้ว เขามั่นใจว่าไม่ได้ตกหล่นส่วนไหนไป

ในเมื่อรหัสผ่านโทรศัพท์ไม่ใช่วันเกิด เท่ากับว่าทั้งห้องไม่มีเบาะแสใด ๆ ที่เกี่ยวกับตัวเลขอีกแล้ว ดังนั้นข้อความแจ้งเตือนบรรทัดนี้ที่เด้งขึ้นมาว่า “กรุณากรอกรหัสผ่าน” มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น “การจงใจทำให้สับสน”

ใครว่าปลดล็อกโทรศัพท์มือถือต้องกรอกรหัสเพียงอย่างเดียว

เซียวโหลวนำโทรศัพท์มือถือกลับไปยังห้องนอนใหญ่ เดินมาตรงข้างเตียงกุหลาบ ยกมือข้างขวาของผู้ตายขึ้นแล้วนำนิ้วโป้งขวาของเธอมาวางลงบนปุ่มสแกนลายนิ้วมือโทรศัพท์

โทรศัพท์มือถือสีชมพูและแบตเตอรี่สำรองที่ทิ้งไว้ในบ้านย่อมต้องเป็นของหญิงเจ้าบ้านแน่นอน

โจวเสี่ยวเหมยนอนอยู่บนเตียง ถึงแม้จะเป็นศพไปแล้ว แต่นิ้วมือของเธอยังอยู่

ใช้ลายนิ้วมือปลดล็อกสะดวกจะตายไปไม่ใช่เหรอ

[1] หนึ่งยลสิบบรรทัด เป็นสำนวน หมายถึงอ่านอย่างรวดเร็ว มองปราดเดียวสามารถอ่านได้ถึงสิบบรรทัด

[2] สวมหมวกเขียว หมายถึง สวมเขา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...