โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TAKUNI ครึ่งแรกปี 66 ฟันรายได้เฉียด 2 พันลบ. เดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานสะอาด-โชว์แบ็คล็อกงานก่อสร้าง 3.5 พันล้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ส.ค. 2566 เวลา 21.12 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 04.26 น.

ทาคูนิ กรุ๊ป เปิดผลการดำเนินงาน 6เดือนแรกปี 2566มีรายได้รวมกว่า 1,970ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.67%จากธุรกิจขนส่งที่เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่มีกำไรสุทธิ 13ล้านบาท “ดร.สมยศ”เผยเตรียมขายคลังแก๊สที่ จ.พิจิตร ไตรมาส 3หลังไตรมาสแรกขายคลังแก๊สที่ปทุมธานีไป เพื่อรุกธุรกิจพลังงานสะอาด โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าที่ตั้งเป้าขายในปีนี้ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์โลก พร้อมโชว์แบ็คล็อกงานก่อสร้างรอรับรู้รายได้ 3,580ล้านบาท
ดร.สมยศ ติรนวัฒนานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อย สำหรับงวด 6เดือนแรกของปีนี้สิ้นสุดวันที่ 30มิถุนายน 2566มีรายได้รวม 1,970.49ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้ 1,848.02ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.47ล้านบาทหรือเติบโต 6.67%
บริษัทมีนโยบายในการประกอบธุรกิจโดยก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุด (Credit zero waste carbon dioxide) จึงได้ขายคลังแก๊สในจังหวัดปทุมธานีในไตรมาส 1/66และได้ทำสัญญาจะขายคลังแก๊สในจังหวัดพิจิตรในไตรมาส 3/66ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกกำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย บริษัทจึงได้มีนโยบายในการปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักไปในกลุ่มของพลังงานสะอาด โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างจับมือกับพันธมิตรในการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่วางแผนจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศภายในปีนี้
ส่วนธุรกิจขนส่งทางบกมีรายได้ 14.27ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.15%เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้ขยายฐานลูกค้า กับบุคคลภายนอกเพิ่มมากขึ้น โดยคาดหวังให้เกิดการเติบโตของธุรกิจอีก 1เท่าตัว
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีรายได้ 1,630.35ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.55%เนื่องจาก การส่งมอบงานรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับการว่าจ้างตั้งแต่ปี 2565อยู่ในช่วงปลายสัญญา และปัจจุบันกลุ่มบริษัทยังมีงานรับเหมาก่อสร้างที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่รับรู้รายได้ จำนวน 3,580ล้านบาท
สำหรับรายได้จากธุรกิจทดสอบความปลอดภัย สัดส่วนลดลงเล็กน้อยเนื่องจาก ในปี 2565กลุ่มบริษัทได้รับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่จากงานตรวจสอบคุณภาพ NDT ที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนลิกไนต์ ขณะที่ ธุรกิจจัดสรรทรัพยากรบุคคลมีรายได้ 120ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100%เนื่องจากเดือน ธ.ค. 2565บริษัทได้ลงทุนในบริษัทย่อยสัดส่วน 51%ในธุรกิจจัดสรรทรัพยากรบุคคล โดยคาดหวังการทำกำไรในอนาคตจากธุรกิจดังกล่าว
“อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้น สัดส่วนลดลงเนื่องจากธุรกิจขายแก๊ส รายได้ลดลงและอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด ขณะที่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นช่วงปลายสัญญาจึงทำให้รายได้ลดลง ส่วนธุรกิจทดสอบความปลอดภัย ในปี 2566ยังไม่มีโครงการขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2565และธุรกิจจัดสรรทรัพยากรบุคคล อยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนและควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น”ดร.สมยศกล่าว
ส่วนรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจาก การขายคลังแก๊สในจังหวัดปทุมธานี ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เดือนธ.ค. 2565บริษัทได้ลงทุนในบริษัทย่อยสัดส่วน 51.% ในธุรกิจจัดสรรทรัพยากรบุคคลส่วนต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเนื่องจาก อยู่ในช่วงของการปรับเปลี่ยนธุรกิจหลักไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด และการเพิ่มขึ้นของธุรกิจจัดสรรทรัพยากรบุคคล
ดร.สมยศ กล่าวอีกว่า จากผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในงวดครึ่งปีแรกของปี 2566ส่งผลให้บริษัท มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 13.55ล้านบาท ลดลง 69.78%เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 44.84ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2565ในอัตราหุ้นละ 0.03บาท รวม24ล้านบาท โดยได้จ่ายปันผลไปให้วันที่ 24พ.ค.2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...