โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อายุอาคาร บ้านมือสอง 10 ปีขึ้นไปดีไหม ก่อนซื้อต้องพิจารณาอย่างไร

DDproperty

เผยแพร่ 20 ม.ค. 2567 เวลา 08.33 น.
อายุอาคาร บ้านมือสอง 10 ปีขึ้นไปดีไหม ก่อนซื้อต้องพิจารณาอย่างไร

อายุอาคาร บ้านมือสอง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณาในการซื้อ เนื่องจากบ้านที่มีอายุมากอาจมีปัญหาด้านโครงสร้างหรือสภาพภายในบ้านมีความชำรุดเสียหาย ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเพิ่มเติม

แต่ปัจจัยที่ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อบ้านมือสองที่มีอายุมากหรือสร้างมานานหลายปี คงเป็นเรื่องของราคาบ้านที่ต่ำกว่าบ้านใหม่ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน หรือถูกใจทำเลที่ตั้ง เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้า แต่นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยให้ต้องพิจารณา

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

  • อายุอาคาร บ้านมือสอง คือเท่าไหร่
  • อายุอาคาร บ้านมือสองที่เหมาะสม
  • อายุอาคาร บ้านมือสอง กี่ปีควรพิจารณาให้มากขึ้น
  • ข้อดีของการซื้อบ้านมือสอง
  • ซื้อบ้านมือสอง ต้องพิจารณาอย่างไร

อายุอาคาร บ้านมือสอง คือเท่าไหร่

ก่อนอื่นมาดูเรื่องของอายุอาคาร บ้านมือสองกันก่อน ซึ่งจะหมายถึงจำนวนปีที่บ้านหลังนั้นถูกสร้างขึ้น โดยทั่วไปจะนับเป็นบ้านมือสองตั้งแต่มีการเปลี่ยนมือจากเจ้าของเดิม โดยอายุอาคาร บ้านมือสอง อาจมีอายุตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 30 ปีขึ้นไป อาจเป็นบ้านที่เจ้าของเดิมเคยอยู่อาศัยใช้ประโยชน์มาแล้วและต้องการขายต่อให้กับผู้อื่น หรืออาจเป็นบ้านที่ไม่มีใครเคยอยู่อาศัยมาก่อนก็ได้

ก่อนจะตัดสินใจกู้ซื้อบ้านมือสอง หลัก ๆ จึงต้องดูสภาพบ้านและความต้องการของผู้ซื้อประกอบกัน ปกติแล้วอายุอาคาร บ้านมือสอง ที่มีอายุน้อยมักจะมีราคาสูงกว่าอาคาร บ้านมือสอง ที่มีอายุมากกว่า เนื่องจากสภาพบ้านยังใหม่อยู่และมีโอกาสชำรุดเสียหายน้อยกว่า

อายุอาคาร บ้านมือสองที่เหมาะสม

แล้วอายุอาคาร บ้านมือสองที่เหมาะสม ควรอยู่ที่กี่ปี ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของผู้ซื้อเป็นหลัก โดยผู้ซื้อที่มีงบประมาณจำกัดอาจเลือกซื้อบ้านมือสองที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป เนื่องจากราคาจะต่ำกว่าบ้านมือสองที่มีอายุน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพบ้านมือสองอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

อายุอาคาร บ้านมือสอง กี่ปีควรพิจารณาให้มากขึ้น

อาคาร บ้านมือสองกี่ปีไม่ควรซื้อ มีหลายปัจจัยให้พิจารณา เช่น สภาพบ้าน ทำเลที่ตั้ง วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ราคา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว บ้านมือสองที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป อาจไม่คุ้มค่าแก่การซื้อ เนื่องจากอาจมีปัญหาด้านโครงสร้างหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ชำรุดเสียหาย ซึ่งอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ บ้านมือสองที่มีอายุมากอาจไม่ทันสมัยหรือตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน เช่น การออกแบบบ้านที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ หรือระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ล้าสมัย เป็นต้น ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านมือสองควรพิจารณาอายุบ้านมือสองควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ

ตัวอย่างบ้านมือสองที่ไม่ควรซื้อ

ลักษณะบ้านมือสอง ปัญหาที่อาจพบ บ้านมือสองอายุมากกว่า 30-40 ปีขึ้นไป ปัญหาด้านโครงสร้างหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ชำรุดเสียหายจนเกินจะซ่อมแซม บ้านมือสองที่มีประวัติการซ่อมแซมบ่อยครั้ง อาจมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง บ้านมือสองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหา พื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ พื้นที่แออัด อาจไม่ปลอดภัยและสะดวกในการอยู่อาศัย บ้านมือสองที่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดมาก เป็นบ้านที่เคยมีการก่อเหตุฆาตกรรม หรือขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านผีสิง

ข้อดีของการซื้อบ้านมือสอง

1. ราคาต่ำกว่าบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสองมีราคาต่ำกว่าบ้านมือหนึ่งหรือบ้านใหม่ เนื่องจากเจ้าของเดิมได้ใช้ประโยชน์จากบ้านมาแล้ว ช่วยประหยัดงบประมาณในการซื้อ

2. ได้บ้านในทำเลที่ต้องการ บ้านมือสองมักตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ซึ่งปัจจุบันทำเลที่ดีหาได้ค่อนข้างยาก ราคาที่ดินค่อนข้างสูง และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้จับจองที่ดินไว้เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ดังนั้นถ้าอยากได้ทำเลที่ต้องการ ราคาเอื้อมถึง อาจจะต้องมองหาเป็นบ้านมือสองแทน

3. ได้บ้านพร้อมอยู่ บ้านมือสองมักมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมอยู่ ผู้ซื้อจึงสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องตกแต่งหรือปรับปรุงเพิ่มเติม

4. สามารถต่อรองราคาได้ ผู้ซื้อบ้านมือสองสามารถต่อรองราคากับเจ้าของเดิมได้ เนื่องจากเจ้าของเดิมมีความต้องการอยากขายบ้านอยู่แล้ว

ซื้อบ้านมือสอง ต้องพิจารณาอย่างไร

การซื้อบ้านมือสอง ยังมีอีกหลายปัจจัยให้ต้องพิจารณา เพื่อให้ได้บ้านที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการมากที่สุด

1. พิจารณาอายุอาคาร บ้านมือสอง ควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น สภาพบ้าน ทำเลที่ตั้ง วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ราคา ตรวจสอบสภาพบ้านมือสองอย่างละเอียดทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นตรวจสอบจุดต่าง ๆ ที่อาจมีปัญหา เช่น โครงสร้างบ้าน หลังคา ผนัง พื้น ท่อน้ำ ไฟฟ้า เป็นต้น

2. สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบ้านมือสองตั้งแต่เริ่มก่อนสร้างจนถึงปัจจุบัน ทั้งประวัติเจ้าของเดิม เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในบ้าน

รวมถึงประวัติการซ่อมแซมบ้านมือสอง เช่น รายการซ่อมแซม สาเหตุการซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบ้าน เช่น โฉนดที่ดิน ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน แปลนบ้านที่ได้รับอนุญาต เป็นต้น

3. จ้างวิศวกรหรือสถาปนิกมาตรวจสอบสภาพบ้านมือสอง เนื่องจากมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการตรวจสอบสภาพบ้านทั้งภายในและภายนอก โดยเน้นตรวจสอบจุดต่าง ๆ ที่อาจมีปัญหา

ช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าอาคาร บ้านมือสองที่ซื้อมีสภาพดีและใช้งานได้อย่างปลอดภัย และยังสามารถนำไปเจรจาต่อรองราคาบ้านได้ เนื่องจากซื้อไปแล้วต้องมีการปรับปรุง รีโนเวทใหม่ถึงจะเข้าอยู่อาศัยได้

สำหรับใครที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง นอกจากอายุอาคาร บ้านมือสองแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาให้รอบด้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...