โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหิธรปุระ ของ 'Golden Boy' พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มาจากไหน?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ม.ค. 2567 เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2567 เวลา 01.00 น.

การที่มีคนเสนอว่า ประติมากรรมชิ้นหนึ่ง ที่ทาง The Metropolitan Museum of Art หรือที่มักจะเรียกกันสั้นๆ ว่า The MET ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมอบคืนให้กับประเทศไทย อาจจะเป็นรูปฉลองพระองค์ของ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 6” แห่งราชวงศ์ “มหิธรปุระ” นั้น

ได้ทำให้เกิดกระแสความสนใจมากกว่าการส่งมอบคืนโบราณวัตถุ ที่ได้ถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่มากพอสมควร

ยิ่งเมื่อประติมากรรมชิ้นนี้ รู้จักกันทั้งในหมู่ผู้สนใจในประวัติศาสตร์-โบราณคดี และนักสะสมโบราณวัตถุทั่วโลก ในชื่อเรียกอย่างลำลองว่า “Golden Boy” เพราะประติมากรรมชิ้นนี้หล่อขึ้นจากสำริด และกะไหล่ทอง จนทำให้ตัวประติมากรรมมีความโดดเด่นด้วยความสวยงามของเนื้อโลหะเป็นพิเศษ จนถูกเรียกด้วยชื่อดังกล่าว

ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในสังคมวงกว้างมากขึ้นไปใหญ่

แต่ว่า “พระเจ้าชัยวรมันที่ 6” คือใคร? และอะไรคือสิ่งที่เรียกกันว่า ราชวงศ์ “มหิธรปุระ” กันล่ะครับ? ทำไมพระองค์จึงได้สำคัญนัก จนถึงกับมีการสร้างรูปประติมากรรมฉลองพระองค์อย่างหรูหรางดงามด้วยโลหะมีค่าขนาดนี้?

กล่าวโดยสรุป ราชวงศ์ “มหิธรปุระ” นั้น ถือเป็นราชวงศ์ที่สำคัญอย่างใหญ่หลวงในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ทั้งภูมิภาค และรวมไปถึงประวัติศาสตร์โลกด้วย

เพราะเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์เขมรโบราณ โดยได้สร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เขมรโบราณ

ซ้ำยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง “ปราสาทนครวัด” ที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้เป็นหลานแท้ๆ ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 กษัตริย์พระองค์เดียวกันกับมีผู้สันนิษฐานว่าคือประติมากรรม Golden Boy นั่นแหละ

นอกจากนี้ ยังเป็นมหิธรปุระยังเป็นราชวงศ์ที่สถาปนา “เมืองนครธม” (หรือพระนครหลวง ในโลกภาษาไทย) โดยกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองที่ว่านี้ขึ้นมาก็คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 หน่อเนื้อเชื้อไขพระองค์สำคัญในราชวงศ์มหิธรปุระอีกคนหนึ่ง

ที่สำคัญก็คือ เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้สนใจประวัติศาสตร์เขมรโบราณว่า รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้น เป็นยุคสมัยที่วัฒนธรรมเขมรโบราณเรืองอำนาจมากที่สุดเลยทีเดียว

พูดง่ายๆ อีกทีก็ได้ว่า จากข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะเห็นได้ว่า มหิธรปุระนี้เป็นราชวงศ์สำคัญ ที่ได้สร้างทั้งปราสาท และเมืองที่ใหญ่โตที่สุด เท่าที่วัฒนธรรมเขมรเคยมีมา และพอจะกล่าวได้ว่า เป็นราชวงศ์ที่ทำให้วัฒนธรรมเขมรโบราณรุ่งเรืองมากที่สุดเหนือกว่าราชวงศ์ใดๆ ที่มีมาก่อน

สําหรับชื่อราชวงศ์ที่เรียกกันว่า “มหิธรปุระ” นั้น โดยปกติแล้วควรเป็นชื่อของเมือง เพราะคำว่า “ปุระ” แปลตรงตัวว่า “เมือง” ดังนั้น จึงไม่ควรจะเป็นชื่อที่แท้จริงของราชวงศ์ดังกล่าว

แต่ที่เรียกชื่อราชวงศ์นี้ว่า “มหิธรปุระ” นั้น เป็นเพราะว่าเรียกตามข้อมูลในจารึกต่างๆ ที่ก็ล้วนแล้วแต่ระบุว่า ราชวงศ์ที่ว่านี้เกี่ยวข้องกับเมืองมหิธรปุระ

โดยเฉพาะจารึกปราสาทตาพรหม ซึ่งสร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ระบุศักราชตรงกับปี พ.ศ.1729 ที่อ้างว่า ราชวงศ์ดังกล่าวมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่เมืองมหิธรปุระ

จึงมักจะเรียกชื่อราชวงศ์นี้ว่า มหิธรปุระ ตามถิ่นฐานดั้งเดิมของราชวงศ์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการค้นพบหลักฐานที่จะช่วยให้ระบุอย่างแน่ชัดลงไปเลยว่า ดินแดนที่เรียกว่า “มหิธรปุระ” นั้นตั้งอยู่ที่ไหนแน่หรอกนะครับ

แต่จารึกหลายหลักนั้นระบุตรงกันว่า อยู่ทางทิศเหนือของเมืองพระนครขึ้นไป

ทำให้นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่า เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำมูล ในภาคอีสานตอนใต้ของประเทศไทยปัจจุบัน

แต่ถ้าจะว่ากันตามหลักฐานศิลาจารึกหลักเก่าที่สุดที่เอ่ยถึงพระนามของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ซึ่งเป็นกษัตริย์สายเลือดมหิธรปุระที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่พอจะมีหลักฐานจับต้องได้อย่างชัดเจนนั้น ก็คือจารึกพบที่ปราสาทพนมวัน ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

ระบุศักราชตรงกับเรือน พ.ศ.1625 ซึ่งก็ตั้งอยู่ไม่ห่างจากปราสาทหินพิมายนัก ซึ่งก็ทำให้นักวิชาการผู้สนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมเขมรโบราณส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแถบเมืองพิมาย

นอกจากนี้ ยังควรสังเกตด้วยว่า ปราสาทพิมายนั้นสร้างขึ้นในพุทธศาสนาแบบมหายาน และก็มีหลักฐานด้วยว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 นั้นทรงนับถือพุทธศาสนามหายานด้วยเช่นกัน

จารึกเขมรโบราณหลายหลักแสดงให้เห็นว่า ปราสาทหินขนาดใหญ่หลายหลังในเขต จ.นครราชสีมา และ จ.พนมรุ้ง โดยเฉพาะปราสาทพนมวัน และปราสาทพนมรุ้ง ก็สร้างขึ้นในอำนาจของราชวงศ์มหิธรปุระนี่เอง ดังนั้น จึงอาจจะเห็นได้ถึงเครือข่ายอำนาจของราชวงศ์ดังกล่าวที่กระจายอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำมูลอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สารานุกรมที่ว่าด้วยการอ่าน และแปลจารึกเขมรโบราณ ที่ชื่อว่า “Inscriptions Du Cambodge” ขนาด 8 เล่มจบ ของนักอ่านจารึกระดับปรมาจารย์ ชาวฝรั่งเศส อย่างศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ (George C?d?s, พ.ศ.2429-2512) ทำให้เราทราบถึงลำดับวงศ์ตระกูลชนชั้นสูง ของพวกกัมพูชาสมัยโบราณ หนึ่งในหลายๆ สายตระกูลนั้นก็รวมถึงวงศ์ของเมือง “มหิธรปุระ” ด้วย

เซเดส์ ได้จัดทำสาแหรกของราชวงศ์จากเมืองมหิธรปุระ โดยใช้จารึกสองหลักเป็นสำคัญคือ จารึกในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 จากพนมรุ้ง และจารึกของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จากปราสาทตาพรหม ในบริเวณเมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา จนสามารถสรุปได้ว่า ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์มหิธรปุระมีพระนามว่า “หิรัณยวรมัน” โดยมีพื้นเพมาจาก “เมืองกษิตีนทราคราม” (ยังไม่ทราบร่องรอยว่าหมายถึงที่ไหนแน่เช่นกัน?)

เรื่องนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจ เพราะตามธรรมเนียมขอมโบราณชื่อเมืองมักจะเป็นชื่อเดียวกับชื่อกษัตริย์ผู้สถาปนาวงศ์ หรือเมืองนั้นขึ้นมา อย่างเช่น ชื่อเมืองพระนคร คือยโศธรปุระ ก็ตั้งตามพระเจ้ายโศวรมัน เศรษฐปุระ ของเจ้าชายจิตรเสน ก็ตั้งตามชื่อเศรษฐวรมัน เป็นต้น

ซ้ำยังมีหลักฐานปรากฏชื่อ “มหิธรวรมัน” (ชื่อเดียวกับเมืองมหิธรปุระ) อยู่ก่อนสมัยของหิรัณยวรมันแล้ว เช่นในจารึกจากปราสาทกระวัน ที่พูดถึงชื่อนี้ว่าเป็นเจ้าชายจากเมืองภีมปุระ และยังมีชื่อเดียวกัน (แต่เซเดส์ว่าเป็นคนละคนกัน) ปรากฏอยู่ในจารึกบางหลักจากปราสาทพระวิหารด้วย (เป็นที่น่าสังเกตว่า จารึกทั้งหลายในดินแดนเขมรต่ำจะอ้างว่า มหิธรวรมัน มาจากทางตอนเหนือของตนเองทั้งสิ้น ไม่ต่างจากเมื่อกล่าวถึงเมืองมหิธรปุระ)

“หิรัณยวรมัน” มีชายาชื่อ “หิรัณยลักษมี” จากจารึกพระองค์ทรงมีพระโอรสด้วยกันอย่างน้อย 3 พระองค์ และพระธิดาอีก 1 พระองค์ คือ ธรณีนทรวรมันที่ 1 ซึ่งได้ครองราชย์อยู่ที่เมืองพระนครต่อจากน้องชายคนรอง (ครองราชย์เมื่อปี พ.ศ.1650-1656), ชัยวรมันที่ 6 ซึ่งได้ครองราชย์ที่เมืองพระนครก่อนพี่ชายของตนเอง (พ.ศ.1623-1650) และน้องชายคนสุดท้องที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพระองค์นอกจากชื่อเรียกที่ว่า ยุวราชา (คำนี้ในจารึกขอมหมายถึง รัชทายาท)

ส่วนพระธิดานั้นไม่มีหลักฐานว่าชื่ออะไร แต่จากการสอบทานจารึกของเซเดส์ ทำให้รู้ว่าพระธิดาองค์นี้ได้ให้กำเนิดพระธิดาองค์น้อยอีกองค์หนึ่ง ซึ่งปรากฏชื่อในจารึกว่า “นเรนทรลักษมี” โดยพระนางได้เสกสมรสกับ “กษิตีนทราทิตย์” แห่งเมืองกษิตีนทราคราม (ซึ่งก็คือเมืองพื้นเพดั้งเดิมของ หิรัณยวรมัน ผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของพระนางนั่นแหละ) จนมีพระโอรสคือ “พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2” ผู้สร้างปราสาทนครวัด ซึ่งจะขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ.1656-หลัง พ.ศ.1688

และนี่ก็หมายความด้วยว่า หิรัณยวรมัน เป็นตาทวดของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และปราสาทนครวัด สร้างขึ้นจากสายราชวงศ์ที่มีฐานกำลังอยู่แถบลุ่มน้ำมูล

หลังการสวรรคตของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ลูกพี่ลูกน้องของพระองค์คือ “พระเจ้าธรณีนทรวรมันที่ 2” ซึ่งมีพระบิดาคือ มหิธรทิตย์ พี่น้องท้องเดียวกันกับ นเรนทรลักษมี พระมารดาของสุริยวรมันที่ 2 ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ที่เมืองพระนคร (ราว พ.ศ.1703)

จากสาเหรกตระกูลที่เซเดส์ทำขึ้นจะเห็นได้ว่า พระธรณีนทรวรมันที่ 2 ทรงมีเชื้อสายมหิธรปุระที่เข้มข้น

แต่การเมืองในยุคสมัยของพระองค์น่าจะรุนแรงอยู่มาก เพราะภายในปีเดียวกันกับที่พระองค์ครองราชย์นั้นเอง “พระเจ้ายโศวรมันที่ 2” ซึ่งเรารู้เพียงแค่เป็นพระญาติพระองค์หนึ่ง (และไม่อาจแน่ใจด้วยว่าเป็นสาย มหิธรปุระหรือไม่?) ก็ขึ้นครองราชย์แทน

จนกระทั่ง 5 ปีต่อมา ก็ได้เกิดรัฐประหารขึ้นในเมืองพระนครโดยขุนนางคนหนึ่ง ที่มีพระนามหลังครองราชย์ว่า ตรีภูวนาทิตยวรมัน

ตรีภูวนาทิตยวรมันครองราชย์อยู่ 12 ปี จนเมื่อ พ.ศ.1720 เมืองพระนครก็ถูกกองทัพจามตีแตก พระโอรสพระองค์หนึ่งของพระเจ้าธรณีนทรวรมันที่ 2 คือ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ซึ่งซ่องสุมกำลังอยู่ทางทิศตะวันออกของกัมพูชา (นี่เป็นเรื่องไม่น่าประหลาดใจเลยเมื่อพิจารณาว่า พระมารดาของพระองค์สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ของสุริยวรมันที่ 1 ผู้สร้างปราสาทพระวิหาร มีฐานกำลังเดิมอยู่บริเวณนี้) ได้ตีเอาเมืองพระนครคืนมาได้ในปี พ.ศ.1724 และขึ้นครองราชย์ในปีดังกล่าว

สายสกุลของมหิธรปุระยังได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ที่นครธม (ซึ่งหมายถึงเมืองที่ ชัยวรมันที่ 7 สถาปนาขึ้นใหม่แทนเมืองพระนคร) อีก 2 รัชสมัย ได้แก่ พระเจ้าอินทรวรมันที่ 2 ผู้เป็นพระโอรสของชัยวรมันที่ 7 (หลัง พ.ศ.1763-1786) และพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ซึ่งเป็นโอรสของ อินทรวรมันที่ 2 อีกทอดหนึ่ง (พ.ศ.1786-1838)

อำนาจของราชวงศ์สายมหิธรปุระดูจะเสื่อมคลายลงในรัชกาลต่อมา เพราะผู้ที่ครองราชย์ต่อคือ ศรีนทรวรมัน ซึ่งเป็นเพียงลูกเขย ถัดจากรัชสมัยของ ศรีนทรวรมัน อีกสองรัชกาล เมืองพระนครก็ค่อยๆ เสื่อมความสำคัญลงพร้อมๆ กับอำนาจของเมืองนครธม และไม่มีเชื้อสายของมหิธรปุระขึ้นครองราชย์ที่เมืองแห่งนั้นอีกเลย

อันที่จริงแล้ว เราก็ยังไม่มีหลักฐานที่ระบุลงไปได้อย่างชัดเจนหรอกนะครับว่า เจ้าประติมากรรมสำริดที่มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า “Golden Boy” นี้ จะเป็นรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 แห่งราชวงศ์มหิธรปุระจริงหรือเปล่า?

มีก็เพียงแต่ความน่าจะเป็นจากหลักฐานแวดล้อมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กระแสความสนใจเรื่องของ Golden Boy นี้ ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้สังคมไทยทำความรู้จักกับทั้งราชวงศ์มหิธรปุระ และกษัตริย์พระองค์ต่างๆ ในราชวงศ์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว •

On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024?fbclid=IwAR22RbstgOdFjK3Kl_MAt_MusBlq5oxijEcCbx_-0y6zmJhXvZl3Q_2G-cE

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มหิธรปุระ ของ ‘Golden Boy’ พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มาจากไหน?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...