โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 ปี การค้าทุเรียนโลก พุ่ง 10 เท่า ไทยครองตลาด 94%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ม.ค. 2567 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2567 เวลา 08.35 น.

เปิดรายงาน FAO ชี้ ตลาดทุเรียนโลก 10 ปี ยอดการค้าทุเรียนโลก เพิ่ม 10 เท่า ไทยครอง 94% ตามด้วยเวียดนาม 3% ด้านจีนครองแชมป์ นำเข้ามากที่สุด 95% ของโลก

วันที่ 2 มกราคม 2567 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) เผยแพร่รายงานภาพรวมการค้าทุเรียนโลกประจำปี 2566 (Durian Global Trade Oveview 2023) โดยเนื้อหาประกอบด้วยข้อมูลสรุปผลการประเมินเกี่ยวกับแนวโน้มและการพัฒนาล่าสุดในด้านการค้าทั่วโลกของทุเรียน

ซึ่งเป็นผลไม้เขตร้อนที่กำลังได้รับความนิยม ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตลาดโลก ซึ่งรวมถึงปัจจัยที่มีผลต่ออุปสงค์และอุปทาน แนวโน้มการค้า โอกาสและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น

10 ปี ยอดการค้าทุเรียนโลก เพิ่ม 10 เท่า

แนวโน้มตลาดการส่งออกทุเรียนในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างมาก โดยปริมาณการค้าทุเรียนทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10 เท่าตัว ในช่วงระหว่างปี 2546-2565 โดยเพิ่มขึ้นจาก 80,000 ตัน เป็น 870,000 ตัน โดยพบว่าในปี 2564 เป็นปีที่ปริมาณการค้าทุเรียนทั่วโลกสูงมากที่สุดถึง 930,000 ตัน

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้การค้าทุเรียนปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การเติบโตของรายได้ (Income Growth) การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของความชอบของผู้บริโภค (Consumer Preference) ในประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นตลาดนำเข้าสำคัญ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีการขนส่งห่วงโช่ความเย็น (Cold Chain) และระยะเวลาในการขนส่ง ซึ่งช่วยส่งเสริมให้การค้าทุเรียนขยายตัวเพิ่มขึ้น

จากสถิติในช่วงปี 2563-2565 พบว่าไทยเป็นประเทศที่ส่งออกทุเรียนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 94 ของปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของโลก

นอกจากนี้ ยังมีเวียดนามที่ส่งออกทุเรียนประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของโลก และมาเลเซียอีกประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งหมดของโลกเช่นกัน โดยปริมาณการผลิตทุเรียนของ 3 ประเทศดังกล่าวรวมกันได้ประมาณ 3 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่เป็นประเทศผู้ผลิตทุเรียน แต่มีการส่งออกสู่ตลาดโลกน้อยมาก โดยทุเรียนที่ผลิตในอินโดนีเชียส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อการบริโภคในประเทศเป็นหลัก

จีน ตลาดนำเข้าทุเรียนสำคัญของโลก

จีนเป็นประเทศที่นำเข้าทุเรียนมากที่สุดในโลก จากสถิติพบว่าในช่วงระหว่างปี 2563-2565 นำเข้าทุเรียนเฉลี่ยปีละ 740,000 ตัน โดยคิดเป็นร้อยละ 95 ของปริมาณการนำเข้าทุเรียนของทั่วโลก ทุเรียนที่จีนนำเข้าส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากไทย

อย่างไรก็ดี ในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ จีนมีการนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามมากขึ้น อนึ่ง จีนเป็นประเทศที่มีข้อกำหนดสำหรับการนำเข้าทุเรียนที่เข้มงวด ปัจจุบันจีนอนุญาตให้มีการนำเข้าทุเรียนจากไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียเท่านั้น

สำหรับการนำเข้าทุเรียนในจีน ผู้เพาะปลูกและสถานประกอบการบรรจุต้องจัดส่งเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่ามีการดำเนินการที่สอดคล้องตามข้อกำหนดมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืชและคุณภาพ ซึ่งรวมถึงบันทึกด้านการควบคุมศัตรูพืชและการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า ซึ่งอาจเป็นการยากสำหรับผู้ส่งออกรายใหม่ที่ประสงค์ส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน

มูลค่าทุเรียน ย้อนหลัง 10 ปี

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าสินค้านำเข้าเฉลี่ยต่อหน่วย Indicative Average Import Unit Value ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติชี้ว่าระหว่างปี 2564-2565 ราคาทุเรียนเฉลี่ยต่อปีสูงถึงประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคากล้วยและผลไม้เขตร้อนสำคัญชนิดอื่นหลายเท่าตัว

นอกจากนี้ ทุเรียนถือเป็นผลไม้ที่อร่อย มีเอกลักษณ์โดดเด่น และเป็นสินค้าระดับสูง ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผู้บริโภคในจีน โดยทุเรียนจากไทยได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากรสชาติที่หวานอร่อยและคุณภาพเยี่ยม

รถไฟจีน-ลาว ช่วยขนส่งเร็วไม่ถึง 1 วัน

อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขยายตัวของการนำเข้าทุเรียนจากไทย คือ การเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงระหว่างลาวและจีนในช่วงเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้ระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังจีนสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากเดิมที่ขนส่งทางรถบรรทุกหรือทางเรือ ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ ในปัจจุบันสามารถลดช่วงเวลาการขนส่งเหลือเพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาความสดใหม่ของสินค้าได้ดีกว่าเดิม

เปิดอุปสรรคการค้าทุเรียน

อนึ่ง รายงานภาคอุตสาหกรรมล่าสุดและข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกระแสการค้ารายเดือน (Monthly Trade Flow) ชี้ให้เห็นว่าการนำเข้าทุเรียนของจีนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 60 ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2566 ทุเรียนถือเป็นสินค้าที่แปลกใหม่และเป็นสินค้าตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Product) ในตลาดโลก

อย่างไรก็ดี ความเน่าเสียง่ายของทุเรียนสดทำให้การขนส่งสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศที่อยู่ห่างไกลจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ประกอบกับในหลาย ๆ ครั้ง ผู้ประกอบการบางรายไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืชและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้

ดังนั้น ทุเรียนในตลาดโลกส่วนใหญ่จึงเป็นทุเรียนแปรรูปในบรรจุภัณฑ์ อาทิ ทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนแห้ง ทุเรียนกวน และในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปสรรคสำคัญในการเติบโตของการส่งออกทุเรียนในตลาดโลก ได้แก่ การรับรู้และความเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคยังไม่แพร่หลายมากนัก และราคาต่อหน่วย (Unit Price) สูง

อย่างไรก็ดี ในด้านภาพรวมการค้าสินค้าผลไม้เขตร้อน ทุเรียนยังเป็นสินค้าที่มีการค้าไม่มาก เมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกของผลไม้เขตร้อนชนิดอื่น โดยเฉพาะกล้วย สับปะรด มะม่วง และอะโวคาโด

ราคาทุเรียนแพงกว่ามะม่วง-สับปะรด

ดัชนีมูลค่าการส่งออกต่อหน่วยเฉลี่ย (Average Export Unit Value) ของทุเรียนที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้มูลค่าการค้าทุเรียนทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีในช่วงปี 2563-2565 ซึ่งสูงกว่ามูลค่าการค้ามะม่วงและสับปะรดเฉลี่ย

ทุเรียนสินค้าส่งออกหลักของไทย

ในภาพรวมมูลค่าการส่งออกทุเรียนไทยเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2564-2565 คิดเป็น 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุเรียนเป็นสินค้าเกษตรส่งออกของไทยที่มีมูลค่าส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากสินค้ายางธรรมชาติและข้าวมูลค่าการส่งออกดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าทุเรียนเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้

ดังนั้น หากมีการรับรองคุณภาพสินค้า (Quality Assurance) มีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการขนส่งที่ดีก็จะทำให้ศักยภาพการจัดการต้นทุนได้ อนึ่ง ศักยภาพตลาดสำหรับการนำเข้าทุเรียนของประเทศที่มีรายได้สูง อาทิ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคและการเสริมสร้างความตระหนักถึงสินค้าของผู้บริโภค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...