โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ญาติโล่งอก รับขวัญ หนุ่มบุรีรัมย์ ถึงบ้าน พ่อแม่กู้6หมื่น ส่งเงินให้ซื้อตั๋วบินกลับไทย

Khaosod

อัพเดต 27 ต.ค. 2566 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2566 เวลา 07.28 น.

ญาติโล่งอก รับขวัญ หนุ่มบุรีรัมย์ ถึงบ้าน พ่อแม่กู้6หมื่น ส่งเงินให้ซื้อตั๋วบินกลับไทย เผยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่สีแดงแต่ได้ยินเสียงปืนระเบิดตลอด หากเหตุสู้รบสงบก็พร้อมกลับไปทำงานที่เดิมเพราะยังมีภาระหนี้สินหลายแสน

วันที่ 27 ต.ค.2566 น.ส.เพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นางรอง หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ รวมทั้งนายบุญรอด เรือโป๊ะ และนางสถาพร เรือโป๊ะ พ่อแม่ และญาติพี่น้อง ได้ร่วมกันผูกแขนรับขวัญนายเสรี เรือโป๊ะ อายุ 29 ปี หนุ่มแรงงานไทยไปทำงานที่อิสราเอล หลังจากที่ครอบครัวต้องไปกู้เงิน 6 หมื่นบาท เพื่อเป็นค่าตั๋วเครื่องบินให้นายเสรี เดินทางกลับบ้านที่อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพราะห่วงความปลอดภัย

ทั้งนี้หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงยังได้นำอุปกรณ์ในการวัดชีพจรและความดัน ไปทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับนายเสรี พบว่าสภาพร่างกายแข็งแรงดีแต่อาจจะมีอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางบ้าง ส่วนสภาพจิตใจก็ยังดีเพราะได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อกับแม่ที่เดินทางไปรับลูกชายที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วยตัวเอง ต่างก็ดีใจมากที่ลูกชายกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งขอบคุณนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่มาร่วมต้อนรับและให้กำลังใจลูกชายด้วย

จากการสอบถามนายเสรี บอกว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเดินทางไปทำงานอิสราเอล เพราะอยากช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สิน รวมถึงอยากมีเงินเก็บไว้สร้างเนื้อสร้างตัวด้วย ส่วนจุดที่ตนเองทำงานอยู่ทางตอนเหนือแต่เขาสู้รบกันอยู่ทางใต้ ก็น่าจะห่างกันประมาณ 60 กิโลเมตร ช่วงที่มีการสู้รบกันก็ได้ยินเสียงปืนระเบิดและเสียงไซเรนเตือนภัยตลอดแต่ก็ยังปลอดภัยอยู่

แต่ที่กังวลคือกลัวจะมีกลุ่มฮามาสที่จะเดินเท้ามาภาคพื้นดิน และทางครอบครัวก็เห็นสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเป็นห่วงและอยากให้กลับบ้านก่อน ซึ่งตนก็ลงทะเบียนเพื่อให้รัฐส่งกลับไว้แล้ว แต่ด้วยความที่พ่อแม่ห่วงความปลอดภัยไม่อยากรอ จึงไปหยิบยืมเงิน 6 หมื่นส่งไปเป็นค่าเครื่องบินให้เดินทางกลับเอง ซึ่งตอนที่มีเหตุการณ์สู้รบกันตนก็ไหว้เหรียญหลวงปู่สุขทุกวัน เพื่อให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครอง และโทรติดต่อหาพ่อแม่บ่อยๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจด้วย

นายเสรี ยังบอกอีกว่า จุดที่ตนทำงานมีแรงงานไทยอยู่ทั้งหมด 9 คน แต่มีตนที่ตัดสินใจเดินทางกลับ ส่วนที่เหลือยังยอมเสี่ยงอยู่ต่อ ซึ่งจริงๆ แล้วตนก็อยากจะอยู่ทำงานต่ออีกแต่ห่วงสภาพจิตใจพ่อแม่ท่านไม่ค่อยสบายและอยากให้กลับ จึงตัดสินใจกลับมาก่อนนายจ้างก็บอกว่า ให้กลับมาพักก่อน 2 เดือนหากสถานการณ์สงบลงก็สามารถกลับไปทำงานได้เหมือนเดิมเขาพร้อมรับกลับเข้าทำงาน

ตนทำงานได้เพียง 1 ปีกับ 4 เดือน ตามกำหนดสัญญาคือ 5 ปี ซึ่งตนก็ตั้งใจว่าหากเหตุการณ์สู้รบสงบก็จะกลับไปทำงานที่เดิม เพราะตอนนี้ยังมีภาระหนี้สินทั้งหนี้ ธกส. และงวดรถ รวมแล้วก็หลายแสนบาท ก็อยากกลับไปทำงานเพื่อปลดหนี้สินที่เหลือ ส่วนตอนนี้ก็จะดูแลวัวที่พ่อแม่เอาเงินที่ตนเองส่งกลับมาซื้อไว้ให้ 13 ตัวก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...