โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุบทิ้งแล้ว "โรงภาพยนตร์สกาลา” ปิดตำนาน 54 ปี เตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ผู้เช่ารายใหม่

สวพ.FM91

อัพเดต 01 พ.ย. 2564 เวลา 22.53 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 22.53 น.

หลังจากที่มีการประกาศปิดตัวลงของโรงภาพยนตร์สกาลา เมื่อปี 2563 ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปและภาพ ที่รถเครื่องจักรกำลังทุบทิ้งโรงภาพยนตร์ดังกล่าว ท่ามกลางข้อความแสดงความคิดเห็นจำนวนมากว่าเสียดายและใจหาย

สำหรับโรงภาพยนตร์สกาลา เป็นโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ ถือเป็นกลุ่มโรงภาพยนตร์ ซึ่งเกือบทั้งหมดมีที่ตั้งอยู่ในย่านสยามสแควร์ ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย โรงภาพยนตร์สยาม โรงภาพยนตร์ลิโด และโรงภาพยนตร์สกาลา จดทะเบียนธุรกิจในนาม “สยามมหรสพ”

ในปัจจุบันโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ทั้ง 4 แห่งนั้น ได้ปิดตัวไปทั้งหมดแล้ว โดยโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ถูกทุบทิ้งในปี พ.ศ. 2532, โรงภาพยนตร์สยาม ถูกวางเพลิงจนเสียหายหมดทั้งอาคารจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ปี พ.ศ. 2553 และแปลงสภาพเป็นสยามสแควร์วันในเวลาต่อมา, โรงภาพยนตร์ลิโด ที่ปิดตัวเพราะหมดสัญญาเช่ากับทางจุฬาฯ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

และโรงภาพยนตร์สกาลาที่เป็นโรงภาพยนตร์แห่งสุดท้ายได้ปิดตัวลงในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เนื่องจากการระบาดทั่วประเทศของโควิด-19 และต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ว่าสัญญาเช่าพื้นที่จะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2564 ก็ตาม ก่อนที่เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็นจะประกาศคว้าสิทธิ์ชนะการประมูลพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 30 ปี เมื่อ 5 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ซีพีเอ็นชนะการประมูลที่ดิน จากที่สํานักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 30 ปี คิดเป็นค่าตอบแทนกว่า 7,750 ล้านบาท ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์สกาลา ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์สแตนด์อะโลนขนาด 1,000 ที่นั่ง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2512 หรือกว่า 50 ปี และพื้นที่อื่นๆ ที่มีเนื้อที่โครงการทั้งหมดประมาณ 7 ไร่ 31 ตารางวา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...