โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 เคล็ดลับเชิงลึก (พร้อมตัวอย่าง) เขียนถึงอารมณ์ของตัวละครอย่างไรให้คนอ่านอินสุดๆ

Dek-D.com

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2564 เวลา 02.27 น. • DEK-D.com
มาดูวิธีสร้างตัวละครให้กินใจน่าอ่าน

3 เคล็ดลับเชิงลึก (พร้อมตัวอย่าง)

เขียนถึงอารมณ์ของตัวละครอย่างไรให้คนอ่านอินสุดๆ

เคยอ่านนิยายเรื่องไหนแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาจืดชืด ไม่น่าสนใจบ้างไหม ทั้งที่คนเขียนบรรยายว่าตื่นเต้นๆๆๆ แต่อ่านแล้วเรากลับเบื่อๆ เนือยๆ รู้สึกว่าตัวละครอะไรก็ไม่รู้ ไม่น่าสนใจเลยสักนิด นั่นเพราะเราไม่เชื่อมต่อกับตัวละคร และสาเหตุก็มาจากนักเขียนไม่สามารถเขียนให้เรามีอารมณ์ร่วมได้ อารมณ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก และการเขียนนิยายให้คนอ่านรู้สึกอินหรือเชื่อมโยงกับตัวละครของเราก็เป็นเรื่องสำคัญ เราไม่สามารถเขียนแค่ว่า เขาเศร้า แล้วทำให้คนอ่านรู้สึกอินได้ แต่มันยังมีวิธีสร้างความรู้สึกเศร้าๆ ให้กับตัวละครได้ และทำให้คนอ่านรู้สึกได้ว่าตัวละครของเราเศร้าจริงๆ แต่จะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกัน

เทคนิคยอดฮิต แสดงแต่ไม่บอก (Show, Don’t Tell)

ถ้าคุณเป็นนักเขียนมาสักพัก ยังไงก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องของเคล็ดลับนี้มาบ้าง เป็นเคล็ดลับที่พูดถึงเรื่องของอารมณ์ได้ดีที่สุด ไหนเราลองมาดูวิธีง่ายๆ ในการเล่าทั้งแบบแสดงแต่ไม่บอก กับแบบบอกตรงๆ กัน

สมมติว่าเนื้อหาคือ ก. เลิกกับ ข. ในระหว่างการกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารสาธารณะ

  • บอกตรงๆ : ข. ทำได้แค่กลั้นกลืนน้ำตาลงไป ขณะที่เธอเดินออกจากร้านอาหาร
    เธอเจ็บปวดมากกับการบอกเลิกครั้งนี้

  • แสดงให้เห็น :ข. กะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตากลับลงไปและเชิดหน้าขึ้นสูง
    ระหว่างที่ก้าวไปตามทางเดิน เธอกล้ำกลืนบางอย่างที่จุกในอก ระหว่างที่เดินก้มหน้า
    ดวงตาของเธอฝ้ามัว เต็มไปด้วยเงาของน้ำตาที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ให้มากที่สุด
    ปลายนิ้วของเธอชาจนเธอแทบไม่รู้สึกถึงอะไร

จะสังเกตว่าการบอกเล่าแบบแสดงให้เห็นนั้นดูชัดเจน เราได้รู้ว่าข. รู้สึกอย่างไร โดยไม่ต้องบอกตรงๆ เราสงสารเห็นใจเธอ และมองเห็นความเจ็บปวดของเธอโดยไม่ต้องพูดว่าเจ็บปวด แต่การใช้วิธีแสดงให้เห็น ไม่ได้บอกตรงๆ นั้น ก็ต้องเพิ่มเติมด้วย…

ขุดให้ลึกถึงความรู้สึกของตัวละคร

นักเขียนใหม่ๆ อาจจะเผลอลืมเขียนถึงสิ่งเหล่านี้ ความคิดความรู้สึกการแสดงออกของตัวละคร เรามาดูกันดีกว่าว่าผสมผสานมันลงไปได้อย่างไร

ข. กะพริบตาไล่น้ำตากลับลงไป เชิดหน้าขึ้นสูง เธอไม่ยอมให้ก สุขใจที่ได้เห็นน้ำตาของเธอ ไม่มีวันให้เขาได้เห็นเมื่อเขาทำกับเธอถึงขนาดนี้ ระหว่างที่เดินไปตามทางเท้า เธอต้องกล้ำกลืนบางอย่างในลำคอ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะไว้ใจผู้ชาย ครั้งสุดท้ายที่เธอจะปล่อยให้ตัวเองอ่อนไหวขนาดนี้ เมื่อเดินก้มหน้าลง ดวงตาของเธอเป็นฝ้ามัวด้วยเงาของน้ำตาทั้งที่พยายามข่มกลั้นจนสุดความสามารถ ค. พูดไว้ไม่ผิดเลย เธอควรจะรับฟัง

เห็นไหม เราได้พูดถึงความคิดของตัวละครอย่างชัดเจน และทำให้เห็นว่าเธอกำลังรู้สึกในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น และนั่นยังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเธอมากขึ้นด้วย เวลาเขียนฉากเกี่ยวกับอารมณ์ แสดงให้เห็นดีกว่าบอกตรงๆ แม้แต่ความคิดของตัวละคร ก็ควรบอกเล่าให้เห็นถึงอารมณ์ สิ่งที่ควรทำคือ ใส่ความคิดของตัวละครที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึกภายในของเขาคนนั้น และเล่าถึงการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

เหตุผลภายในใจของตัวละคร

แทนที่จะคิดแต่การเล่าว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ ลองเขียนเล่าว่าทำไมตัวละครตัวนั้นๆ ถึงต้องรู้สึกแบบนั้น เวลาเขียนเล่าแบบนี้ เราจะได้รับรู้เหตุผลภายในใจของตัวละครด้วย ทำไมก. ถึงเลิกกับข. ด้วยเหตุผลอะไรหรือ และเพราะอะไรเธอจึงร้องไห้ แล้วความคิดของเธอล่ะ จิตใจภายในเป็นอย่างไร การเลิกราส่งผลกระทบต่อเธออย่างไร

การตอบกลับอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละคร

ไม่มีอารมณ์ไหนที่ไม่เหมือนใคร และในบางสถานการณ์คนเราแสดงออกแบบเดียวกัน แต่หน้าที่ของคุณคือทำให้นักอ่านตระหนักได้ถึงจุดเด่นและความไม่เหมือนใครของตัวละครนั้นๆ เช่น ถ้ามีคนชักปืนออกมา เป็นธรรมชาติที่ทุกคนต้องกลัวและหนี ลองจินตนาการสถานการณ์นั้นกับคนสามแบบ แม่เลี้ยงเดี่ยว บาทหลวง และนักฆ่า บรรยายเสียงจังหวะหัวใจเต้น เหงื่อที่ไหลลงไปตามแผ่นหลัง มือที่เกร็งแน่นด้วยความกลัว เราสามารถเล่าให้คนอ่านฟังได้หมดว่าพวกเขากลัวอะไร และสร้างสิ่งที่เป็นลักษณะนิสัยเฉพาะของตัวละครตัวนั้น เริ่มจากคิดว่า ตัวละครคิดอย่างไรกับสถานการณ์ พวกเขาต้องเสียอะไรไป เป็นต้น

ความคิดของแม่เลี้ยงเดี่ยว

  • เธออาจจะต้องทิ้งลูกไว้คนเดียว ไม่มีใครดู
  • เธอไม่อยากตาย อยากอยู่กับลูกให้นานกว่านี้
  • เธออยากกลับไปเห็นลูกอีกครั้ง
  • เธออาจจะอ้อนวอนให้มือปืนเห็นใจ ไว้ชีวิตเธอเพื่อเด็ก
  • เธออาจจะกลัวมาก และต้องการสู้เพื่อจะหนีกลับไปหาลูก
  • เธออาจจะพยายามปล้นปลืนและฆ่าคนถือปืน เพื่ออนาคตของลูก

เธอไม่ได้กลัวแค่เพื่อตัวเองนะ แต่กลัวเพราะคิดถึงอนาคตของลูก ความกลัวผสมความเศร้าและความเครียด เพราะเธอกลัวว่าจะไม่ได้เห็นลูกอีก

ความคิดของบาทหลวง

  • เขาเชื่อว่าถ้าต้องตายเพราะพระเจ้าเป็นเกียรติมาก ไม่กลัวตายหรอก
  • เขาอาจจะคิดว่า เขาล้มเหลว และทำให้มือปืนกลายเป็นคนบาป
  • เขาอาจจะพยายามช่วยเหลือมือปืนจนสุดความสามารถให้พ้นจากการตัดสินใจผิดๆ
  • เขาอาจจะทำให้มือปืนมองเห็นบาป
  • เขาอาจจะเอาตัวเข้าแลกยอมตายเพื่อคนอื่น

ความกลัวของเขาอาจไม่ได้อยู่กับเรื่องความตาย แต่กลัวว่าจะทำให้คนอื่นๆ เดือดร้อน และถ้าเขาปล่อยให้มือปืนทำเรื่องไม่เหมาะสม เขาจะผืดต่อพระเจ้า

ความคิดของนักฆ่า

  • เขาไม่กลัวตาย เพราะฆ่าคนมาเยอะมาก
  • เขาอยากจะฆ่าตัวตายเพื่อความสะใจ
  • เขารู้สึกโล่งอก ถ้าจบจากเรื่องนี้ก็จะไม่ต้องฆ่าใครอีก
  • เขาไม่แคร์ตัวเองแล้ว
  • เขารู้สึกว่า ไม่มีอะไรจะเสีย

นักฆ่าไม่กลัวความตาย แต่เชื่อว่าตัวเองสมควรได้รับมันด้วยซ้ำ เขาอาจจะอยากตาย แต่ก็กลัวอยู่นิดๆ เหมือนกัน ในแต่ละฉากลองบรรยายความรู้สึกของตัวละครให้ชัดเจน

แสดงอารมณ์ตามมุมมองของตัวละคร

การเขียนแสดงอารมณ์ตามมุมมองของตัวละครก็สำคัญเหมือนกัน อาจแสดงออกผ่านภาษากายก็ได้เช่นกัน หรือบรรยายทางความคิดก็ได้อีก เราก็ต้องดูว่ามุมมองนั้นเป็นแบบไหน ถ้ามุมมองบุคคลที่หนึ่งก็จะบรรยายได้ง่ายหน่อย เพราะเป็นเจ้าตัวรู้สึกเอง

ตัวอย่างการบอกเล่าเรื่องสภาพอารมณ์

บอกเล่าอารมณ์และความคิด

บางครั้ง เราก็เขียนบรรยายอารมณ์ผ่านความคิดของตัวละคร เล่าอารมณ์ออกมาดีกว่าแสดงให้เห็น ยกตัวอย่างการเล่าอารมณ์เช่น

ภายในใจของเขาหวั่นไหวระทึก ก. หวาดกลัวสิ่งที่เห็นบนใบหน้าของเธอ เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือความว่างเปล่า สีหน้านั้นเย็นชา ไม่มีอะไรเลย เขามองเห็นเงาสีดำทะมึนครอบคลุมอยู่ และรู้ว่าเธอจะทำอะไรก็ได้ เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

สังเกตว่า แม้จะเป็นการบอกเล่าแต่เราก็มองเห็นความรู้สึกของตัวละครได้ชัดเจน และเรารู้ว่าเขากลัวอะไร

เล่าอารมณ์ออกมาเอง

บางทีเราก็เล่าอารมณ์ตรงๆ ออกมาได้เลย

ก. ส่งเขาไปหาค. ที่สวนหลังบ้าน เมื่อเขาวางกระเป๋าลงบนทางเท้าและมองแท็กซี่ขับออกไป หัวใจของเขาหวั่นไหว โดดเดี่ยวและไม่มั่นคง

เราเขียนให้เข้าใจว่าตัวละครรู้สึกอย่างไร อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องเขียนบรรยายทุกซอกทุกมุมของความคิด แต่ค่อยๆ เขียนทีละนิดได้

ตัวอย่างของความคิดที่ถ่ายทอดอารมณ์

นักเขียนบางคนก็ใช้วิธีถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครด้วยการค่อยๆ เปิดเผยความคิดของตัวละคร

เมื่อตัวละครรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครผ่านความคิดได้โดยไม่ต้องแสดงหรือบอกตรงๆ แค่ความคิดอย่างเดียวก็บอกได้หมดแล้ว หรือเมื่อตัวละครไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร บางทีก็ใส่อารมณ์ออกมาให้เคลียร์ๆ ได้

ใช้วิธีเขียนแบบผสมผสาน 3 แบบ

มีนักเขียนมากมายใช้วิธีเขียนแบบผสมผสานเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร ทั้งแบบแสดง บอกตรงๆ และถ่ายทอดผ่านความคิดของตัวละคร อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ เช่น

ฉันเริ่มรู้สึกหงุดหงิดแทนความสงบอย่างที่คาดหวังไว้ ฉันก้าวข้ามผ่านปัญหาและไม่พบอะไรใหม่ๆ ฉันไม่สามารถหยั่งรู้ถึงปัญหาที่ไม่คาดคิด เมื่อมองดูแม่น้ำที่เงียบสงบ ฉันไม่มีนัดหมายที่ไหนและไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ต่อให้มันดังด้วยซ้ำ ฉันได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง เต้นแรงอยู่ในอก ฉันกลับไปที่บ้านเพื่อสำรวจความรู้สึกนี้ ฉันรู้ว่าความกลัวเป็นอย่างไร แต่นี่มันต่างกัน

สิ่งที่นักอ่านได้ :เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอย่างไรและพยายามค้นหาคำตอบ เธอหาทางนิยามอารมณ์ที่กำลังพบเจอ และสงสัยว่าใครทำให้เกิดสิ่งนั้น และความรู้สึกใดที่ร่างกายกำลังสัมผัสอยู่

การผสมผสานวิธีการเขียนจะเพิ่มความลึกและชัดเจน

บางครั้งการกระทำที่แสดงออกอาจไม่ได้ชักนำให้คนอ่านรู้สึกอย่างที่ต้องการ เช่น หัวใจเต้นแรงบอกได้หลายอารมณ์ คุณอาจจะต้องเขียนลงไปให้ชัดเจนเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เข้าใจว่าหัวใจเต้นแรงสื่ออารมณ์แบบไหน แต่ก็ไม่ควรใส่รายละเอียดที่มากจนเกินไปจนทำให้คนอ่านไม่ได้คิดอะไรเลย ลองเลือกดูว่าจะเขียนแบบบอกตรงๆ หรือแสดง ถ้าเป็นไปได้เราว่าบอกตรงๆ เลยก็ดี เพราะไม่อย่างนั้น คนอ่านอาจจะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้

ฉันนั่งลงบนเตียงและหวังว่าเขาจะเป็นพ่อของฉัน ความรู้สึกดีๆ เมื่อเขาอุ้มฉันไว้ กลิ่นหอมๆ ของเขาในตอเช้า และหนวดของเขาที่จั๊กจี้ใบหน้าของฉัน แต่แล้ว ฉันก็ชะงัก เมื่อตระหนักได้ว่าทุกอย่างไม่อาจเป็นความจริง หน้าอกจุกแน่น ฉันกระโจนไปที่ห้องน้ำ และอาเจียนออกมาจนหมด

สิ่งที่นักอ่านได้ :ได้สัมผัสความรู้สึกต่างๆ ผ่านความคิดของตัวละคร และมันให้ผลกระทบได้ดียิ่งกว่าเขียนรายละเอียดมากมายเป็นไหนๆ

เลือกวิธีแบบไหนถ่ายทอดอารมณ์

เวลาเขียนถึงอารมณ์ ลองดูสามวิธีที่เราบอก แสดง บอกตรงๆ หรือบรรยายความคิดในใจ แล้วตัดสินใจว่าวิธีไหนเหมาะกับฉากที่กำลังเขียน

  • แสดง :ใช้เวลาดึงให้นักอ่านสัมผัสถึงความรู้สึกภายในใจ ดึงให้นักอ่านอินกับฉากนั้นๆ เหมาะกับการค่อยๆ เขียน ฉากรายละเอียดมากๆ
  • บอกตรงๆ :ใช้เวลาที่คุณอยากบอกความรู้สึกแบบเร็วๆ เวลาเขียนแบบบอกตรงๆ ก็เสี่ยงกับการขัดใจนักอ่านเหมือนกัน เพราะอารมณ์นั้นจะตื้นๆ
  • ความคิดภายใน :ใช้เวลาที่อยากให้นักอ่านรู้สึกถึงความรู้สึกของตัวละครจริงๆ เป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร ผลกระทบรุนแรงชัดเจน พยายามดึงนักอ่านไว้กับความคิดของตัวละครให้นานที่สุด และทำความเข้าใจฉากทั้งหมดให้รอบด้าน

ทีมงานนักเขียนเด็กดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...