โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Movendi ค้านยกเลิกภาษีเฉพาะ 2% ห่วงกระทบระบบสร้างเสริมสุขภาพไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
Movendi International ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนการยกเลิกภาษีเฉพาะ 2% สนับสนุน สสส. ห่วงกระทบงานสร้างเสริมสุขภาพและความเป็นอิสระในการดำเนินงาน

องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International มีมติออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวนแนวทางยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) ซึ่งเป็นกลไกจัดสรรรายได้จากภาษีสุราและยาสูบเพื่อสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพ โดยแสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าวอาจกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการแทรกแซงจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เสี่ยงต่อสุขภาพ

แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ระดับโลก (World Congress) ครั้งที่ 71 ของ Movendi International ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2569 ณ เมืองครานสก้ากอรา ประเทศสโลวีเนีย โดยมีผู้แทนองค์กรสมาชิกเข้าร่วม 51 องค์กร จากเครือข่ายที่มีสมาชิกมากกว่า 140 องค์กร ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกระบวนการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ เพื่อรักษากลไกสนับสนุนงานป้องกันปัญหาสุขภาพและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม พร้อมเตรียมส่งแถลงการณ์ถึงนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน

ชูระบบภาษี 2% ของไทยเป็นต้นแบบระดับโลก

นางจูเลียต เนมูกาซา (Juliet Namukasa) ประธาน Movendi International คนใหม่ กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากการพัฒนาระบบจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 2% จากผลิตภัณฑ์สุราและยาสูบ เพื่อนำรายได้สนับสนุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยตรง

กลไกดังกล่าวดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 25 ปี และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในฐานะตัวอย่างนวัตกรรมทางการเงินด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงเป็นแนวทางให้ประเทศต่าง ๆ นำไปศึกษาและประยุกต์ใช้

นอกจากนี้ สสส. ยังได้รับรางวัล Nelson Mandela Award ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดย Movendi International ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการสนับสนุนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นางจูเลียตแสดงความกังวลต่อแนวทางนำรายได้จากภาษีเฉพาะกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ โดยเห็นว่าอาจทำให้การจัดสรรงบประมาณสำหรับงานสร้างเสริมสุขภาพขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลและพรรคการเมืองมากขึ้น รวมถึงมีความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อนและการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาหาร

ห่วงปัญหา NCDs คนไทยเสียชีวิตกว่า 4 แสนรายต่อปี

ประธาน Movendi International กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมเสี่ยงยังเป็นความท้าทายของหลายประเทศ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งตามข้อมูลที่องค์กรนำเสนอ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยมากกว่า 400,000 รายต่อปี

ขณะเดียวกัน การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งองค์กรเห็นว่าการตลาดของธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีส่วนกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้

Movendi International จึงสนับสนุนให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันควบคู่กับการรักษาพยาบาล ทั้งการควบคุมการตลาดของผลิตภัณฑ์เสี่ยง การออกกฎหมายจำกัดการบริโภคสุราและยาสูบ ตลอดจนมาตรการด้านภาษีและการปรับราคาสูงขึ้น เพื่อลดการบริโภคตามหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลก

องค์กรยังให้ความสำคัญกับเครือข่ายภาคประชาสังคมในฐานะกลไกร่วมกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยระบุว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นทางมีความจำเป็นต่อการลดภาระโรคและผลกระทบทางสังคมในระยะยาว

เครือข่ายงดเหล้าไทยได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารระดับเอเชีย

ด้านนายธีระ วัชรปราณี กรรมการบริหาร Movendi International และผู้แทนเครือข่ายงดเหล้า (Stop Drink Network) เปิดเผยว่า เครือข่ายงดเหล้าของประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์กรตั้งแต่ปี 2557 ในช่วงที่ยังใช้ชื่อ IOGT International และมีบทบาทร่วมผลักดันนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยาเสพติดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด นายธีระได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร Movendi International ในฐานะผู้แทนภูมิภาคเอเชียอีกสมัย สำหรับวาระปี 2569-2573 หลังเคยดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 วาระ ได้แก่ ปี 2557-2561 และปี 2565-2569

นายธีระระบุว่า ผลงานของเครือข่ายงดเหล้าไทยได้รับการยอมรับจากองค์กรสมาชิกนานาชาติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสนับสนุนของ สสส. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ Movendi International เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1851 หรือมีประวัติการดำเนินงานยาวนาน 175 ปี และทำงานขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพและการลดปัจจัยเสี่ยงในหลายประเทศ

เปิดผลงาน สสส. สนับสนุนเครือข่ายงดเหล้าตั้งแต่ปี 2546

นายธีระกล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2546 โดยเริ่มจากกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนขยายการดำเนินงานไปสู่ชุมชน สถานศึกษา และกิจกรรมทางวัฒนธรรม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายได้ดำเนินโครงการส่งเสริมงานเทศกาลและประเพณีปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 200 งาน รวมถึงสนับสนุนชุมชนสู้เหล้าและการช่วยเหลือผู้เลิกดื่มผ่านกิจกรรมคนหัวใจเพชร ครอบคลุมมากกว่า 300 ชุมชน

สำหรับการทำงานกับเด็กและเยาวชน เครือข่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาทัศนคติและบทบาทของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล เพื่อเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม

ปัจจุบันมีครูเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 2,000 คน และผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลมากกว่า 250 คน พร้อมดำเนินโครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมีทีมเข้าร่วมมากกว่า 1,100 ทีม

โครงการดังกล่าวมุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาและเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และการพนัน

มีส่วนผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายธีระกล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายงดเหล้ายังมีส่วนร่วมในการผลักดันพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และกฎหมายฉบับแก้ไขในปี 2568 เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

ตัวอย่างมาตรการสำคัญ ได้แก่ การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและภายในสถานีรถไฟ ซึ่งมีการขับเคลื่อนภายหลังเหตุการณ์ผู้หญิงถูกผู้มึนเมาทำร้ายบนขบวนรถไฟ โดยนายธีระระบุว่า ภายหลังมีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ปัญหาลดลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันมาตรการห้ามจำหน่ายเบียร์ผ่านเครื่องกดอัตโนมัติภายในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมช่องทางเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เปิดผลรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา 23 ปี งดดื่มเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน

ในการประชุม World Congress ครั้งที่ 71 นายธีระได้นำเสนอผลการดำเนินโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของประเทศไทย ซึ่งจัดต่อเนื่องมาแล้ว 23 ปี ให้ผู้แทนองค์กรสมาชิกจากนานาชาติรับทราบ

การรณรงค์ดังกล่าวส่งเสริมให้ประชาชนงดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลา 3 เดือนในช่วงเข้าพรรษา โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการดื่มก่อนเริ่มกิจกรรมและระหว่างดำเนินโครงการ

จากผลการศึกษาที่นายธีระนำเสนอต่อที่ประชุม พบว่าการรณรงค์สามารถทำให้ประชาชนงดดื่มได้ประมาณ 9-10% หรือคิดเป็นจำนวนเฉลี่ยราว 10 ล้านคนต่อปี

ผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับความสนใจจากองค์กรในประเทศตะวันตกที่มีกิจกรรมส่งเสริมการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น Dry January, Dry July, Dry Midsummer และ Octsober

อย่างไรก็ตาม โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของประเทศไทยมีลักษณะเด่นด้านระยะเวลารณรงค์ที่ต่อเนื่องถึง 3 เดือน และมีการศึกษาประเมินผลพฤติกรรมการดื่มอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ Movendi International ยืนยันจุดยืนสนับสนุนกลไกภาษีเฉพาะของประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบต่อระบบสร้างเสริมสุขภาพและบทบาทของภาคประชาสังคม ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...