โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยังเร็วเกินไป! ‘กรวีร์’ ปัดตอบกระแสข่าวควบรวม ‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ ชี้อยู่ที่ 2 พรรคคุยกัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กรวีร์” เผย 21 ต.ค.นี้ วิป 3 ฝ่ายเตรียมหารือกรอบซักฟอก ชี้ อย่าเพิ่งยึดติด 3 หรือ 5 วัน แนะ กางประเด็นอภิปรายเป็นตัวตั้ง คำนวณเวลาที่เหมาะสมทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล มั่นใจรมต. 18 คนพร้อมแจงข้อกล่าวหา ส่วนกระแสควบรวมภูมิใจไทย-กล้าธรรม มองยังเร็วไป ต้องรอดูสถานการณ์หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ

19 ตุลาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านยืนยันขอเวลา 5 วัน ว่า ได้รับการประสานจากประธานสภาฯ ว่าจะเชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายคือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) หารือร่วมกันถึงกรอบระยะเวลา จำนวนชั่วโมงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 21 ต.ค. นี้ และคิดว่ากรอบเวลา 3 หรือ 5 วัน น่าจะเป็นปลายทาง และตนคิดว่าฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการ 5 วัน แต่เขาต้องการเวลาเพียงพอสำหรับการอภิปราย ฉะนั้น การที่จะคุยเวลา 3 หรือ 5 วัน หากคุยแบบนั้นจะหาข้อสรุปได้ยาก

นายกรวีร์ กล่าวว่า แต่ถ้าเรามาเจรจากางประเด็นว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการอภิปรายมีเรื่องอะไรบ้าง รวมถึงเวลาที่ฝ่ายค้านจำเป็นจะต้องใช้ในแต่ละประเด็น ซึ่งตนคิดว่าน่าจะขยับเข้าไปสู่การเจรจากันได้มากกว่า ถ้าต่างฝ่ายต่างยืนยัน โดยฝ่ายค้านบอกว่าต้อง 5 วันเท่านั้น ฝ่ายรัฐบาลยืนยัน 3 วันเท่านั้น ตนมองว่าหาข้อสรุปตรงกลางไม่ได้ แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างพิจารณาว่า เราจะสร้างหลักประกันให้กับฝ่ายค้านได้อย่างไรว่าให้เขามีเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่เวลาที่มากเพียงพอ ถ้ามีเวลาที่เหมาะสมสำหรับญัตติต่างๆ รวมถึงประเด็นที่เขาจะอภิปราย ตนคิดว่าน่าจะหาเวลาที่คุยกันได้ ฝ่ายรัฐบาลเองก็ต้องมีเวลาที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน สำหรับการตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้าน จากนั้นค่อยมาดูว่าจะเป็นกี่วัน ฉะนั้น คงต้องคุยกัน ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นกี่วัน

“ถ้าเราเริ่มต้นปักธงว่าต้อง 5 วัน หรือ 3 วันเท่านั้น ก็น่าจะหาจุดตรงกลางกันยาก ถ้าเราเอาประเด็นเป็นตัวตั้งแล้วมาคำนวณเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ก็คิดว่าน่าจะหาข้อสรุปทั้ง 3 ฝ่ายได้” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 18 คนซึ่งอาจมีเนื้อหาและต้องใช้เวลามากกว่าอภิปราย 3 วัน นายกรวีร์ กล่าวว่า ใน 18 คนนี้เมื่อไปพิจารณาดูเนื้อหาของรัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว พบว่าค่อนข้างกว้าง จึงทำให้ประเด็นในการจับเนื้อหาต่างๆไม่ได้เป็นประเด็นที่ชัดเจนว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ได้แต่คาดการณ์เอา ประเด็นหลักตนคิดว่าน่าจะมีอยู่แค่ 6-7 ประเด็นเท่านั้นที่ครอบคลุมทั้ง 18 คน เช่น เรื่องการเลือกสว. ประเด็นเดียว แต่คาบเกี่ยวกับรัฐมนตรีหลายคน ดังนั้น ถ้าเราพิจารณาประเด็นก็น่าจะคำนวณเวลาได้ ถ้าเราไปมองว่า 18 คน แต่ละคนต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ตนคิดว่าเวลาทำงานจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เมื่อถามว่าตอนนี้ฝ่ายค้านเตรียมทีมพร้อมแล้ว ฝ่ายรัฐบาลได้เตรียมทีมสนับสนุนรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คน พร้อมตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหา เพราะการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีทั้งผลงานและประเด็นที่เป็นข้อซักถามต่างๆ พอที่จะคาดการณ์และคาดเดาได้ว่าจะมีประเด็นใดที่ถูกกล่าวหาได้บ้าง และจากที่ตนได้ประสานกับรัฐมนตรีหลายคน ทุกคนก็ทำการบ้านเตรียมความพร้อมสำหรับการตอบข้อซักถาม จึงมั่นใจว่าแผลต่างๆที่ฝ่ายค้านมี รัฐบาลทุกคนมั่นใจว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ไม่มี และมั่นใจว่าสามารถตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้านที่กล่าวหาได้

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการตั้งองครักษ์เพื่อพิทักษ์รัฐมนตรีหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการตั้งองครักษ์ แต่หากถูกกล่าวพาดพิงพรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองเสียหาย หรือพาดพิงถึงสส. คนไหน คิดว่าสส. ก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิง สิ่งที่เราได้พูดคุยกันคือพยายามให้การประชุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับ

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมสนับสนุนด้วยหรือไม่ เพราะไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถูกอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมวิปรัฐบาลคงต้องคุยกัน ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเองแม้จะไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย คิดว่าการอภิปรายนายกรัฐมนตรี สามารถมอบหมาย ให้รัฐมนตรีอื่นชี้แจงได้หากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีแล้วไปเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็คิดว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่สามารถชี้แจงต่อที่ประชุมได้ รวมถึงสส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีการพาดพิงและทำให้พรรคการเมืองเขาเสียหาย ตามข้อบังคับควรให้ทุกฝ่ายมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะพูด ไม่มีสิทธิ์ที่จะตอบ ตนคิดว่าไม่ใช่เช่นนี้

เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมได้ส่งสัญญาณอะไรที่อยากจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไร มีเพียงแต่ภาพข่าวที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไปรับประทานอาหารร่วมกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆไม่อยากโยงไปว่าเป็นประเด็นการเมืองว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตให้หรือไม่ให้ และจริงๆแล้วร.อ.ธรรมนัส กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นเพื่อนกัน รู้จักและทำงานร่วมกันมาหลายปี การที่ไปบอกว่าการส่งสัญญาณแบบนี้ เป็นกล้าธรรมจะต้องโหวตให้รัฐบาลแน่ ตนคิดว่าเร็วเกินไปเพราะการอภิปรายยังไม่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าจะควบรวมระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม เป็นไปได้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยิ่งเร็วไปใหญ่ คงต้องรอดูสถานการณ์ ว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นอย่างไร และไม่ใช่เรื่องของตนที่จะบอกว่าจะควบหรือไม่ควบรวม เป็นเรื่องระหว่าง 2 พรรคที่ต้องพูดคุยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...