โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กู้สำเร็จ! เรือยนต์ลากจูงจมกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง อยุธยา

Amarin TV

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กู้สำเร็จ! เรือยนต์ลากจูงจมกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เครนยกขึ้นพ้นน้ำ เตรียมสูบน้ำออกก่อนส่งซ่อมอู่

กู้สำเร็จ! เรือยนต์ลากจูงจมกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เครนยกขึ้นพ้นน้ำ เตรียมสูบน้ำออกก่อนส่งซ่อมอู่

จากกรณีเรือยนต์ลากจูง เครื่องยนต์ขัดข้องดับกลางแม่น้ำป่าสัก ขณะกำลังลากจูงเรือบรรทุกสินค้า ส่งผลให้เรือเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา โดย นายอนุกูล อายุ 62 ปี คนขับเรือ สามารถหนีออกจากเรือได้ทัน แต่ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก

ภายหลังเจ้าหน้าที่สำรวจค้นหาจุดที่เรือจม พบว่าเรือยนต์ลากจูงจมอยู่ที่ความลึกประมาณ 18 เมตร จึงผูกเชือกยึดตัวเรือและทำเครื่องหมายกำหนดจุดจมไว้เหนือน้ำ เพื่อเตรียมดำเนินการกู้เรือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. (19 ต.ค. 2569) เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการกู้เรือยนต์ลากจูงที่จมอยู่กลางแม่น้ำป่าสัก โดยส่งนักประดาน้ำลงไปผูกเชือกตามจุดต่างๆ ของตัวเรือ ก่อนใช้เครนยกและพยุงเรือให้ตั้งตรงตามแนวลำน้ำ

หลังดำเนินการประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถยกเรือขึ้นพ้นผิวน้ำได้ประมาณครึ่งลำ โดยหัวเรือหันไปทางกรุงเทพมหานคร จากนั้นใช้เรือเครนและเรือยนต์ช่วยกันลากและผลักดันเรือเข้าจอดบริเวณฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีระดับน้ำลึกประมาณ 3 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่สามารถนำเรือยนต์ลากจูงเข้าจอดบริเวณริมฝั่งได้สำเร็จ ปรากฏว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่

นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ได้หารือร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าเพื่อทบทวนมาตรการเดินเรือในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยที่ผ่านมา จังหวัดได้กำหนดมาตรการร่วมกับผู้ประกอบการไว้แล้ว โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะกำหนดให้งดการเดินเรือ

ขณะที่ปัจจุบันอัตราการระบายน้ำลดลงเหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอนุญาตให้เดินเรือได้เฉพาะช่วงกลางวัน พร้อมกำชับผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สำนักงานเจ้าท่าจะตรวจสอบและกำชับผู้ประกอบการให้ตรวจสภาพเครื่องยนต์และความพร้อมของเรือลากจูงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับระหว่างเดินเรือในบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง จึงจำเป็นต้องพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

ด้าน นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้สามารถกู้เรือขึ้นมาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการสูบน้ำออกจากตัวเรือ เนื่องจากตรวจสอบแล้วไม่พบความเสียหายหรือรอยรั่วซึม เมื่อสูบน้ำออกหมด เรือจะสามารถลอยตัวได้ จากนั้นจะเคลื่อนย้ายไปยังอู่ซ่อมเรือ โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของเรือว่าจะนำไปซ่อมที่อู่ใด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปิดทางน้ำให้สามารถเดินเรือผ่านบริเวณดังกล่าวได้ตามปกติในวันถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...