กู้สำเร็จ! เรือยนต์ลากจูงจมกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง อยุธยา
กู้สำเร็จ! เรือยนต์ลากจูงจมกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้เครนยกขึ้นพ้นน้ำ เตรียมสูบน้ำออกก่อนส่งซ่อมอู่
จากกรณีเรือยนต์ลากจูง เครื่องยนต์ขัดข้องดับกลางแม่น้ำป่าสัก ขณะกำลังลากจูงเรือบรรทุกสินค้า ส่งผลให้เรือเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา โดย นายอนุกูล อายุ 62 ปี คนขับเรือ สามารถหนีออกจากเรือได้ทัน แต่ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก
ภายหลังเจ้าหน้าที่สำรวจค้นหาจุดที่เรือจม พบว่าเรือยนต์ลากจูงจมอยู่ที่ความลึกประมาณ 18 เมตร จึงผูกเชือกยึดตัวเรือและทำเครื่องหมายกำหนดจุดจมไว้เหนือน้ำ เพื่อเตรียมดำเนินการกู้เรือ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. (19 ต.ค. 2569) เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการกู้เรือยนต์ลากจูงที่จมอยู่กลางแม่น้ำป่าสัก โดยส่งนักประดาน้ำลงไปผูกเชือกตามจุดต่างๆ ของตัวเรือ ก่อนใช้เครนยกและพยุงเรือให้ตั้งตรงตามแนวลำน้ำ
หลังดำเนินการประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถยกเรือขึ้นพ้นผิวน้ำได้ประมาณครึ่งลำ โดยหัวเรือหันไปทางกรุงเทพมหานคร จากนั้นใช้เรือเครนและเรือยนต์ช่วยกันลากและผลักดันเรือเข้าจอดบริเวณฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีระดับน้ำลึกประมาณ 3 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่สามารถนำเรือยนต์ลากจูงเข้าจอดบริเวณริมฝั่งได้สำเร็จ ปรากฏว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่
นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ได้หารือร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าเพื่อทบทวนมาตรการเดินเรือในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยที่ผ่านมา จังหวัดได้กำหนดมาตรการร่วมกับผู้ประกอบการไว้แล้ว โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะกำหนดให้งดการเดินเรือ
ขณะที่ปัจจุบันอัตราการระบายน้ำลดลงเหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอนุญาตให้เดินเรือได้เฉพาะช่วงกลางวัน พร้อมกำชับผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้สำนักงานเจ้าท่าจะตรวจสอบและกำชับผู้ประกอบการให้ตรวจสภาพเครื่องยนต์และความพร้อมของเรือลากจูงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับระหว่างเดินเรือในบริเวณที่มีกระแสน้ำแรง จึงจำเป็นต้องพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ
ด้าน นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 กล่าวว่า ขณะนี้สามารถกู้เรือขึ้นมาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการสูบน้ำออกจากตัวเรือ เนื่องจากตรวจสอบแล้วไม่พบความเสียหายหรือรอยรั่วซึม เมื่อสูบน้ำออกหมด เรือจะสามารถลอยตัวได้ จากนั้นจะเคลื่อนย้ายไปยังอู่ซ่อมเรือ โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของเรือว่าจะนำไปซ่อมที่อู่ใด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปิดทางน้ำให้สามารถเดินเรือผ่านบริเวณดังกล่าวได้ตามปกติในวันถัดไป