โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มทวีความรุนแรง ช้างป่าทับลานบุกยับไร่เกษตรนับร้อยไร่

TNews

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปมความขัดแย้งพื้นที่ทับซ้อนระหว่างคนกับป่าเปิดฉากระอุขึ้นอีกครั้ง หลังโขลง ช้างป่าทับลาน จำนวน 3 ตัว ออกจากเขตป่าบุกเข้ากัดกินและทำลาย พืชผลทางการเกษตร ของชาวบ้านที่กำลังรอเก็บเกี่ยว ทั้งอ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง จนได้รับความเสียหายนับร้อยไร่อย่างต่อเนื่อง บริเวณแนวรอยต่อ 3 ตำบล ในพื้นที่แนวเขาภูลำไย เขาตะกุดรัง เขาจันทร์อ่อน และพื้นที่ฝึกซ้อมทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 2

เริ่มทวีความรุนแรง ช้างป่าทับลานบุกยับไร่เกษตรนับร้อยไร่

วิกฤตความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงทำให้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 ต.ค. 69 เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครจาก 3 ตำบล ใน 3 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ประกอบด้วย ชุดเคลื่อนที่เร็วตำบลครบุรีใต้ อ.ครบุรี, ชุดเคลื่อนที่เร็วตำบลอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว และ อบต.สะแกราช อ.ปักธงชัย ต้องระดมกำลังร่วมกับอุทยานแห่งชาติทับลาน รวมกว่า 50 นาย เพื่อออกปฏิบัติการตามล่าและวางแผน ผลักดันช้างป่า กลับเข้าสู่ป่าลึก

ปฏิบัติการสยบศึกครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้งัดเทคโนโลยี โดรนจับภาพความร้อน จำนวน 2 ลำ จาก อุทยานแห่งชาติทับลาน และมูลนิธิพุทธธรรม ฮุก 31 นครราชสีมา บินสำรวจจนกระทั่งตรวจพบ ช้างป่า ทั้ง 3 ตัว กบดานอยู่บริเวณตีนเขาจันทร์อ่อน ท้ายบ้านไร่สามัคคี ต.สะแกราช เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.

เริ่มทวีความรุนแรง ช้างป่าทับลานบุกยับไร่เกษตรนับร้อยไร่

ทันทีที่พบจุดตรึงกำลัง ชุดปฏิบัติการได้เปิดศึกภาคพื้นดิน นำกำลังทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กดดันไล่ ช้างป่า ให้มุ่งหน้าไปยังเขตป่าอนุรักษ์ที่ห่างไกลจากชุมชนและพื้นที่ทำการเกษตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องวางแผนผลักดันอย่างต่อเนื่องในวันถัดไป เนื่องจากระยะทางจากจุดที่พบช้างไปยังแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน ยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโลเมตร

เริ่มทวีความรุนแรง ช้างป่าทับลานบุกยับไร่เกษตรนับร้อยไร่
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...