โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันดิบลดลง หลังพุ่งขึ้นแรง จากสงครามตะวันออกกลางขยายวง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันขยับลง หลังจากปรับขึ้นติดต่อกัน 3 วัน จากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างอาจขัดขวางการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าว

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายต่ำกว่า 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเช้าวันอังคาร (13 ต.ค.69) หลังจากเพิ่มขึ้นมากกว่า 6% ในช่วง 3 วันก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 93 ดอลลาร์ น้ำมันดีเซลในตลาดนิวยอร์กลดลงเป็นวันที่สาม หลังรัสเซียตกลงเพิ่มการส่งออกน้ำมัน ตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธระลอกใหญ่ของกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านต่อสนามบินหลักของซาอุดีอาระเบีย เพิ่มแรงกดดันให้วอชิงตันยกระดับความพยายามในการแก้ไขความขัดแย้งในเยเมน ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่าเกิดการละเมิด “การหยุดยิงด้านพลังงาน” ระหว่างยูเครนกับรัสเซียที่เขาประกาศไว้ ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีระบุว่า ยูเครนจะยังคงโจมตีรัสเซียต่อไป เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนยังถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแล้ว 70% ในปีนี้

ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 70% ในปีนี้ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดพลังงาน การโจมตีซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้นไม่นานหลังจากกองกำลังที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนเปิดปฏิบัติการเพื่อยึดพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมกลับคืนมา ขณะเดียวกัน การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซก็ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ หลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

สก็อตต์ เชลตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจาก TP ICAP Group กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวสารมากมายถาโถมเข้ามาจนแทบตามไม่ทัน” โดยกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ รวมถึงคำกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับ “การหยุดยิงด้านพลังงาน” และการโจมตีซาอุดีอาระเบียของกลุ่มฮูตี พร้อมเสริมว่า “สัปดาห์นี้เริ่มต้นขึ้นอย่างยุ่งเหยิงมาก”การโจมตีสนามบินหลักในกรุงริยาดของกลุ่มฮูตีในช่วงสุดสัปดาห์ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงชาวอเมริกัน 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บราว 300 ราย ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะพิจารณาเข้าร่วมการโจมตีของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีฐานอยู่ในเยเมนและได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกำลังพยายามเพิ่มความสามารถในการขนส่งน้ำมัน โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในการประชุมที่กรุงริยาดเมื่อวันจันทร์ว่า Saudi Aramco อาจเพิ่มความสามารถในการส่งออกน้ำมันได้ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 7–8 สัปดาห์ ด้วยการปรับเปลี่ยนท่อส่งก๊าซที่มีอยู่ให้สามารถใช้ขนส่งน้ำมันได้

นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียยังมีแผนขยายท่อส่งน้ำมันที่หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซอีก 40% ทำให้สามารถขนส่งน้ำมันได้ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 2–3 ปี

ความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ปริมาณการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยธนาคารวอลล์สตรีทบางแห่งระบุว่า การส่งออกน้ำมันดิบจากภูมิภาคนี้กลับมาใกล้เคียงระดับก่อนเกิดสงครามแล้ว

ฮาริส คูร์ชิด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Karobaar Capital LP กล่าวว่า การฟื้นตัวดังกล่าวช่วยกดดันราคาน้ำมันให้ลดลง แต่ก็ทำให้ตลาดเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่อีกครั้ง “เพียงเพราะระบบสามารถหาวิธีทำให้น้ำมันยังคงไหลเวียนได้ ไม่ได้หมายความว่าระบบจะรับมือกับการหยุดชะงักครั้งใหญ่ครั้งใหม่ได้ นี่คือความเสี่ยงที่ตลาดอาจประเมินต่ำเกินไป”

ในยุโรป จาเรด คุชเนอร์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ยูเครนเมื่อวันศุกร์ว่า การอนุญาตให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะนำมอสโกกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม ตามรายงานของรอยเตอร์ ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่ทราบเรื่อง

อัปเดตราคาน้ำมัน เช้าวันอังคารที่ 13 ต.ค. 69

- น้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 0.9% อยู่ที่ 105.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 08:28 น. ตามเวลาสิงคโปร์

- น้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.9% อยู่ที่ 92.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...