เจาะลึก 115 คดี ของ "แมนซิตี้" หลังถูกตัดสินผิด จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?
จากคดีที่ลากยาวมานานเกือบ 8 ปี หรือประมาณ 9 ฤดูกาล ในวันนี้หนึ่งในคำถามใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกได้คำตอบแล้ว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกคณะกรรมการอิสระตัดสินว่ามีความผิดในข้อกล่าวหาการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2009-10 ถึง 2017-18 รวมถึงมีความผิดในข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของพรีเมียร์ลีกเป็นส่วนใหญ่
แต่ถึงจะมีคำตัดสินออกมาแล้ว เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะบทลงโทษยังไม่ได้ถูกกำหนด และซิตี้มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์
นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญที่จะต้องย้อนกลับไปดูว่า จริง ๆ แล้ว “115 คดี” ที่พูดถึงกันมาตลอดหลายปีคืออะไร และสิ่งที่คณะกรรมการพบเกี่ยวกับการเงินของแมนฯ ซิตี้นั้นมีรายละเอียดอย่างไร ไปไล่เรียงแบบละเอียดพร้อมกัน
เรื่องนี้เริ่มต้นจากข้อกล่าวหาของพรีเมียร์ลีกที่ครอบคลุมการดำเนินงานของแมนฯ ซิตี้ในช่วง 9 ฤดูกาล ระหว่าง 2009-10 ถึง 2017-18 โดยมีทั้งประเด็นเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลทางการเงิน รายได้จากสปอนเซอร์ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับนักเตะและผู้จัดการทีม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎด้านการเงินของพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า
อีกส่วนหนึ่งของคดีคือเรื่องการให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกระหว่างการสอบสวน ซึ่งลีกกล่าวหาว่าสโมสรไม่ได้ส่งข้อมูลและเอกสารตามที่ร้องขออย่างครบถ้วน
ข้อกล่าวหาถูกส่งต่อให้คณะกรรมการอิสระพิจารณาในปี 2023 หลังจากพรีเมียร์ลีกใช้เวลาสอบสวนอยู่หลายปี ขณะที่การพิจารณาคดีจริงกินเวลาถึง 42 วัน และสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2024
จากนั้นต้องรอเกือบ 2 ปี กว่าคำตัดสินจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 29 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา และสิ่งที่อยู่ในคำตัดสินนั้น ทำให้เรื่องนี้ใหญ่กว่าการทำบัญชีผิดพลาดธรรมดา
โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องรายได้จากสปอนเซอร์ ตลอด 9 ฤดูกาลที่ถูกตรวจสอบ แมนฯ ซิตี้บันทึกรายได้จากสปอนเซอร์บริษัทในอาบูดาบีไว้รวม 949.94 ล้านปอนด์
แต่คณะกรรมการพบว่า เงินที่มาจากสปอนเซอร์จริง ๆ มีเพียง 119.25 ล้านปอนด์ ส่วนอีก 830.69 ล้านปอนด์ มาจาก Abu Dhabi United Group หรือ ADUG ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเจ้าของสโมสร
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ จากเงินเกือบ 950 ล้านปอนด์ที่ถูกบันทึกเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ มีเพียงประมาณ 12.6% เท่านั้นที่คณะกรรมการพบว่ามาจากสปอนเซอร์จริง ขณะที่อีก 87.4% หรือ 830.69 ล้านปอนด์ เป็นเงินจาก ADUG ที่ถูกนำเข้าสู่โครงสร้างดังกล่าว
ซึ่งคณะกรรมการเรียกกลไกนี้ว่า Disguised Funding Scheme หรือโครงสร้างการจัดหาเงินทุนที่ถูกปกปิด โดยพบว่าข้อตกลงสปอนเซอร์เหล่านี้ไม่ได้สะท้อนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง และถูกใช้เพื่อทำให้รายได้เชิงพาณิชย์ของสโมสรดูสูงกว่าความเป็นจริง
ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขนี้ไม่ได้คงที่ตลอด 9 ปี แต่สัดส่วนเงินจาก ADUG กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงท้ายของระยะเวลาที่ถูกตรวจสอบ เงินจาก ADUG คิดเป็นมากกว่า 90% ของรายได้สปอนเซอร์ที่ซิตี้บันทึกไว้ในบางฤดูกาล ขณะที่จำนวนเงินที่บันทึกเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ดังนั้น ประเด็นที่คณะกรรมการกำลังชี้ไม่ได้มีแค่ว่า “เงินมาจากไหน” แต่คือการที่เงินเหล่านั้นถูกบันทึกและนำเสนอในบัญชีของสโมสรอย่างไร
เพราะเมื่อรายได้สูงขึ้น สโมสรย่อมมีพื้นที่ทางการเงินมากขึ้นภายใต้กฎที่กำหนดว่าสโมสรสามารถขาดทุนหรือใช้จ่ายได้มากแค่ไหน
และนี่คือจุดที่เรื่องสปอนเซอร์เชื่อมเข้ากับข้อกล่าวหาด้านกฎการเงินโดยตรง
คณะกรรมการสรุปว่า โครงสร้างต่าง ๆ ที่ถูกใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้แมนฯ ซิตี้สามารถแสดงรายได้สูงขึ้นและต้นทุนบางส่วนต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ตัวเลขทางการเงินของสโมสรดูสอดคล้องกับข้อกำหนดของพรีเมียร์ลีกและยูฟ่ามากกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อรวมผลกระทบจากข้อตกลงต่าง ๆ ที่คณะกรรมการตรวจพบ ตัวเลขการบิดเบือนในบัญชีมีมูลค่าประมาณ 921 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็นรายได้ที่ถูกแสดงสูงเกินจริงประมาณ 855 ล้านปอนด์ และค่าใช้จ่ายที่ถูกแสดงต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 66 ล้านปอนด์
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพรีเมียร์ลีกจึงมองเรื่องนี้ว่าเป็นการละเมิดกฎทางการเงินในระดับร้ายแรง ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดทางบัญชี
นอกจากเรื่องเงินสปอนเซอร์แล้ว คณะกรรมการยังพบข้อตกลงอีกหลายรูปแบบที่ถูกใช้ในการจัดการเรื่องรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิ์ในภาพลักษณ์ และการจัดการค่าตอบแทนบางส่วนของบุคลากรในสโมสร
ในคำตัดสิน คณะกรรมการยังระบุว่าบัญชีของแมนฯ ซิตี้ตลอด 9 ฤดูกาลที่อยู่ในช่วงสอบสวนไม่ได้สะท้อนสถานะทางการเงินที่ “เป็นจริงและเป็นธรรม” ตามที่ควรจะเป็น และเมื่อนำตัวเลขกลับไปคำนวณใหม่ สโมสรจะไม่ผ่านเกณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบ
อีกประเด็นที่ทำให้คดีนี้มีน้ำหนักมากขึ้น คือเรื่องการปกปิดข้อมูล
พรีเมียร์ลีกระบุว่าคณะกรรมการพบว่าแมนฯ ซิตี้ไม่ได้เพียงรายงานข้อมูลทางการเงินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ยังมีการปกปิดสถานะทางการเงินที่แท้จริงจากผู้ตรวจสอบบัญชีและหน่วยงานกำกับดูแลด้วย
และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพรีเมียร์ลีก เรื่องก็ไม่ได้จบลงแค่ข้อกล่าวหาทางการเงิน เพราะคณะกรรมการยังพบว่าซิตี้มีความผิดในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกเป็นส่วนใหญ่ โดยมีข้อกล่าวหาในส่วนนี้ที่ถูกพิสูจน์ได้ 3 จาก 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่คำตัดสินครั้งใหญ่ที่พรีเมียร์ลีกประกาศเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 ว่า แมนฯ ซิตี้มีความผิดในข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล และมีความผิดในข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน การถูกตัดสินว่าผิด ไม่ได้หมายความว่าบทลงโทษถูกกำหนดแล้ว
เพราะในตอนนี้ คณะกรรมการยังไม่ได้ประกาศว่าจะลงโทษแมนฯ ซิตี้อย่างไร พรีเมียร์ลีกระบุว่าการพิจารณาบทลงโทษจะเกิดขึ้นแยกจากคำตัดสินเรื่องความผิด
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่า แมนฯ ซิตี้จะโดนตัดแต้มกี่คะแนน จะถูกปรับเงินเท่าไร หรือจะมีมาตรการด้านกีฬาในระดับไหน
ตามกฎของพรีเมียร์ลีก คณะกรรมการมีอำนาจในการกำหนดบทลงโทษได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ค่าปรับ การตัดคะแนน ไปจนถึงบทลงโทษด้านการแข่งขันที่รุนแรงกว่านั้น แต่ยังไม่มีการระบุว่าบทลงโทษสุดท้ายในคดีนี้จะเป็นอะไร
และยังมีอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก นั่นคือ การอุทธรณ์ แมนฯ ซิตี้ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว และมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ โดยพรีเมียร์ลีกกำหนดเส้นตายไว้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2026
ดังนั้น แม้วันนี้เราจะได้คำตอบแล้วว่า “คณะกรรมการอิสระตัดสินว่าซิตี้ผิดหรือไม่” แต่ยังไม่ได้คำตอบสุดท้ายว่า “ซิตี้จะได้รับโทษอะไร”
รวมถึงคำถามใหญ่อีกหลายเรื่อง เช่น ผลกระทบต่อคะแนนในอดีต การแข่งขันในฤดูกาลที่ผ่านมา หรือสถานะของแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เคยคว้ามาในช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบ ก็ยังไม่มีบทสรุปจากคดีนี้ในตอนนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนการปิดฉากบทหนึ่งของคดี 115 คดี และเปิดฉากบทใหม่ไปพร้อมกัน จากคำถามเดิมว่า “แมนฯ ซิตี้ทำผิดจริงหรือไม่?” ตอนนี้ทุกสายตาจึงจับไปที่บทลงโทษว่าจะออกมาอย่างไร และจะส่งผลต่อสโมสรในระยะยาวแค่ไหน
หลังจากคดีนี้ใช้เวลาสอบสวนหลายปี ผ่านการพิจารณาคดีนานถึง 42 วัน และมีหลักฐานจำนวนมหาศาล สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จึงสำคัญไม่แพ้คำตัดสิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแมนฯ ซิตี้
แต่ยังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของพรีเมียร์ลีกว่า เมื่อสโมสรระดับแชมป์ถูกตัดสินว่าละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรง ลีกจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุย ปินโต้ ชายผู้เปิดโปงโลกลูกหนัง กับความลับที่เขย่า "แมนซิตี้"
พรีเมียร์ลีก แถลง แมนฯซิตี้ ผิดทุกข้อกล่าวหาการละเมิดกฎการเงินของลีก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะลึก 115 คดี ของ "แมนซิตี้" หลังถูกตัดสินผิด จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com