โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก 115 คดี ของ "แมนซิตี้" หลังถูกตัดสินผิด จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จากข้อกล่าวหาเรื่องการเงินตลอด 9 ฤดูกาล สู่คำตัดสินของคณะกรรมการอิสระ เปิดเบื้องหลังตัวเลขมหาศาล และเส้นทางต่อไปของ “เรือใบสีฟ้า”

จากคดีที่ลากยาวมานานเกือบ 8 ปี หรือประมาณ 9 ฤดูกาล ในวันนี้หนึ่งในคำถามใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกได้คำตอบแล้ว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกคณะกรรมการอิสระตัดสินว่ามีความผิดในข้อกล่าวหาการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล ตั้งแต่ 2009-10 ถึง 2017-18 รวมถึงมีความผิดในข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของพรีเมียร์ลีกเป็นส่วนใหญ่
แต่ถึงจะมีคำตัดสินออกมาแล้ว เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะบทลงโทษยังไม่ได้ถูกกำหนด และซิตี้มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์

นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญที่จะต้องย้อนกลับไปดูว่า จริง ๆ แล้ว “115 คดี” ที่พูดถึงกันมาตลอดหลายปีคืออะไร และสิ่งที่คณะกรรมการพบเกี่ยวกับการเงินของแมนฯ ซิตี้นั้นมีรายละเอียดอย่างไร ไปไล่เรียงแบบละเอียดพร้อมกัน

เรื่องนี้เริ่มต้นจากข้อกล่าวหาของพรีเมียร์ลีกที่ครอบคลุมการดำเนินงานของแมนฯ ซิตี้ในช่วง 9 ฤดูกาล ระหว่าง 2009-10 ถึง 2017-18 โดยมีทั้งประเด็นเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลทางการเงิน รายได้จากสปอนเซอร์ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับนักเตะและผู้จัดการทีม รวมถึงการปฏิบัติตามกฎด้านการเงินของพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า

อีกส่วนหนึ่งของคดีคือเรื่องการให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกระหว่างการสอบสวน ซึ่งลีกกล่าวหาว่าสโมสรไม่ได้ส่งข้อมูลและเอกสารตามที่ร้องขออย่างครบถ้วน

ข้อกล่าวหาถูกส่งต่อให้คณะกรรมการอิสระพิจารณาในปี 2023 หลังจากพรีเมียร์ลีกใช้เวลาสอบสวนอยู่หลายปี ขณะที่การพิจารณาคดีจริงกินเวลาถึง 42 วัน และสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2024

จากนั้นต้องรอเกือบ 2 ปี กว่าคำตัดสินจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 29 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา และสิ่งที่อยู่ในคำตัดสินนั้น ทำให้เรื่องนี้ใหญ่กว่าการทำบัญชีผิดพลาดธรรมดา

โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องรายได้จากสปอนเซอร์ ตลอด 9 ฤดูกาลที่ถูกตรวจสอบ แมนฯ ซิตี้บันทึกรายได้จากสปอนเซอร์บริษัทในอาบูดาบีไว้รวม 949.94 ล้านปอนด์

แต่คณะกรรมการพบว่า เงินที่มาจากสปอนเซอร์จริง ๆ มีเพียง 119.25 ล้านปอนด์ ส่วนอีก 830.69 ล้านปอนด์ มาจาก Abu Dhabi United Group หรือ ADUG ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเจ้าของสโมสร

พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ จากเงินเกือบ 950 ล้านปอนด์ที่ถูกบันทึกเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ มีเพียงประมาณ 12.6% เท่านั้นที่คณะกรรมการพบว่ามาจากสปอนเซอร์จริง ขณะที่อีก 87.4% หรือ 830.69 ล้านปอนด์ เป็นเงินจาก ADUG ที่ถูกนำเข้าสู่โครงสร้างดังกล่าว

ซึ่งคณะกรรมการเรียกกลไกนี้ว่า Disguised Funding Scheme หรือโครงสร้างการจัดหาเงินทุนที่ถูกปกปิด โดยพบว่าข้อตกลงสปอนเซอร์เหล่านี้ไม่ได้สะท้อนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง และถูกใช้เพื่อทำให้รายได้เชิงพาณิชย์ของสโมสรดูสูงกว่าความเป็นจริง

ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขนี้ไม่ได้คงที่ตลอด 9 ปี แต่สัดส่วนเงินจาก ADUG กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงท้ายของระยะเวลาที่ถูกตรวจสอบ เงินจาก ADUG คิดเป็นมากกว่า 90% ของรายได้สปอนเซอร์ที่ซิตี้บันทึกไว้ในบางฤดูกาล ขณะที่จำนวนเงินที่บันทึกเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ดังนั้น ประเด็นที่คณะกรรมการกำลังชี้ไม่ได้มีแค่ว่า “เงินมาจากไหน” แต่คือการที่เงินเหล่านั้นถูกบันทึกและนำเสนอในบัญชีของสโมสรอย่างไร

เพราะเมื่อรายได้สูงขึ้น สโมสรย่อมมีพื้นที่ทางการเงินมากขึ้นภายใต้กฎที่กำหนดว่าสโมสรสามารถขาดทุนหรือใช้จ่ายได้มากแค่ไหน

และนี่คือจุดที่เรื่องสปอนเซอร์เชื่อมเข้ากับข้อกล่าวหาด้านกฎการเงินโดยตรง

คณะกรรมการสรุปว่า โครงสร้างต่าง ๆ ที่ถูกใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้แมนฯ ซิตี้สามารถแสดงรายได้สูงขึ้นและต้นทุนบางส่วนต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ตัวเลขทางการเงินของสโมสรดูสอดคล้องกับข้อกำหนดของพรีเมียร์ลีกและยูฟ่ามากกว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อรวมผลกระทบจากข้อตกลงต่าง ๆ ที่คณะกรรมการตรวจพบ ตัวเลขการบิดเบือนในบัญชีมีมูลค่าประมาณ 921 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็นรายได้ที่ถูกแสดงสูงเกินจริงประมาณ 855 ล้านปอนด์ และค่าใช้จ่ายที่ถูกแสดงต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 66 ล้านปอนด์

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพรีเมียร์ลีกจึงมองเรื่องนี้ว่าเป็นการละเมิดกฎทางการเงินในระดับร้ายแรง ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดทางบัญชี

นอกจากเรื่องเงินสปอนเซอร์แล้ว คณะกรรมการยังพบข้อตกลงอีกหลายรูปแบบที่ถูกใช้ในการจัดการเรื่องรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิ์ในภาพลักษณ์ และการจัดการค่าตอบแทนบางส่วนของบุคลากรในสโมสร

ในคำตัดสิน คณะกรรมการยังระบุว่าบัญชีของแมนฯ ซิตี้ตลอด 9 ฤดูกาลที่อยู่ในช่วงสอบสวนไม่ได้สะท้อนสถานะทางการเงินที่ “เป็นจริงและเป็นธรรม” ตามที่ควรจะเป็น และเมื่อนำตัวเลขกลับไปคำนวณใหม่ สโมสรจะไม่ผ่านเกณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบ

อีกประเด็นที่ทำให้คดีนี้มีน้ำหนักมากขึ้น คือเรื่องการปกปิดข้อมูล

พรีเมียร์ลีกระบุว่าคณะกรรมการพบว่าแมนฯ ซิตี้ไม่ได้เพียงรายงานข้อมูลทางการเงินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่ยังมีการปกปิดสถานะทางการเงินที่แท้จริงจากผู้ตรวจสอบบัญชีและหน่วยงานกำกับดูแลด้วย

และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพรีเมียร์ลีก เรื่องก็ไม่ได้จบลงแค่ข้อกล่าวหาทางการเงิน เพราะคณะกรรมการยังพบว่าซิตี้มีความผิดในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือกับพรีเมียร์ลีกเป็นส่วนใหญ่ โดยมีข้อกล่าวหาในส่วนนี้ที่ถูกพิสูจน์ได้ 3 จาก 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่คำตัดสินครั้งใหญ่ที่พรีเมียร์ลีกประกาศเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 ว่า แมนฯ ซิตี้มีความผิดในข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล และมีความผิดในข้อกล่าวหาเรื่องการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน การถูกตัดสินว่าผิด ไม่ได้หมายความว่าบทลงโทษถูกกำหนดแล้ว

เพราะในตอนนี้ คณะกรรมการยังไม่ได้ประกาศว่าจะลงโทษแมนฯ ซิตี้อย่างไร พรีเมียร์ลีกระบุว่าการพิจารณาบทลงโทษจะเกิดขึ้นแยกจากคำตัดสินเรื่องความผิด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้เรายังไม่สามารถบอกได้ว่า แมนฯ ซิตี้จะโดนตัดแต้มกี่คะแนน จะถูกปรับเงินเท่าไร หรือจะมีมาตรการด้านกีฬาในระดับไหน

ตามกฎของพรีเมียร์ลีก คณะกรรมการมีอำนาจในการกำหนดบทลงโทษได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ค่าปรับ การตัดคะแนน ไปจนถึงบทลงโทษด้านการแข่งขันที่รุนแรงกว่านั้น แต่ยังไม่มีการระบุว่าบทลงโทษสุดท้ายในคดีนี้จะเป็นอะไร

และยังมีอีกขั้นตอนที่สำคัญมาก นั่นคือ การอุทธรณ์ แมนฯ ซิตี้ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว และมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ โดยพรีเมียร์ลีกกำหนดเส้นตายไว้ในวันที่ 2 ตุลาคม 2026

ดังนั้น แม้วันนี้เราจะได้คำตอบแล้วว่า “คณะกรรมการอิสระตัดสินว่าซิตี้ผิดหรือไม่” แต่ยังไม่ได้คำตอบสุดท้ายว่า “ซิตี้จะได้รับโทษอะไร”

รวมถึงคำถามใหญ่อีกหลายเรื่อง เช่น ผลกระทบต่อคะแนนในอดีต การแข่งขันในฤดูกาลที่ผ่านมา หรือสถานะของแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เคยคว้ามาในช่วงเวลาที่ถูกตรวจสอบ ก็ยังไม่มีบทสรุปจากคดีนี้ในตอนนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนการปิดฉากบทหนึ่งของคดี 115 คดี และเปิดฉากบทใหม่ไปพร้อมกัน จากคำถามเดิมว่า “แมนฯ ซิตี้ทำผิดจริงหรือไม่?” ตอนนี้ทุกสายตาจึงจับไปที่บทลงโทษว่าจะออกมาอย่างไร และจะส่งผลต่อสโมสรในระยะยาวแค่ไหน

หลังจากคดีนี้ใช้เวลาสอบสวนหลายปี ผ่านการพิจารณาคดีนานถึง 42 วัน และมีหลักฐานจำนวนมหาศาล สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จึงสำคัญไม่แพ้คำตัดสิน เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของแมนฯ ซิตี้

แต่ยังเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของพรีเมียร์ลีกว่า เมื่อสโมสรระดับแชมป์ถูกตัดสินว่าละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรง ลีกจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุย ปินโต้ ชายผู้เปิดโปงโลกลูกหนัง กับความลับที่เขย่า "แมนซิตี้"

พรีเมียร์ลีก แถลง แมนฯซิตี้ ผิดทุกข้อกล่าวหาการละเมิดกฎการเงินของลีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะลึก 115 คดี ของ "แมนซิตี้" หลังถูกตัดสินผิด จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...