เปิดเส้นทางเงิน “เบนจามิน–ยิม” โยกผ่านธนาคาร-กองทุนต่างประเทศ ก่อนลงทุนหุ้นไทย ออกหมายจับ 6 ราย แจ้งข้อหาอีก 1 ราย ตรวจค้น 4 จุด ยึดหลักฐาน เร่งขยายผลยึดทรัพย์
เปิดเส้นทางเงินเครือข่าย “เบนจามิน–ยิม” โยกเงินผ่านธนาคารและกองทุนในต่างประเทศหลายทอด ก่อนนำกลับเข้ามาลงทุนถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ออกหมายจับ 6 ราย แจ้งข้อกล่าวหาอีก 1 ราย พร้อมตรวจค้น 4 จุด ยึดเอกสารธุรกรรมหุ้น-อุปกรณ์เก็บคริปโต เร่งขยายผลติดตามทรัพย์สินและผู้เกี่ยวข้อง
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พร้อมด้วย นายสุเทพ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. , ศ.ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตาลงผลปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินกล้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปลสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” โดยเป็นการปฏิบัติการร่วมกันของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำหรับพฤติการณ์ของคดีนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนขยับผลเครือข่ายของนายเบนจามินฯ และนายยิมฯ สัญชาติกัมพูชา ซึ่งนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดส่งผ่านธนาคาร กองทุนในต่างประเทศหลายชั้น แล้วย้อนกลับเข้ามาในรูปแบบเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อเข้าถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากตำรวจสอบสวนกลาง ทำงานร่วมกับ ปปง. , ก.ล.ต. และหน่วยงานต่างประเทศ โดยจากข้อมูลการสืบ นายเบนฯ มีประวัติในต่างประเทศมาก่อน มีการโทรศัพท์เสนอขายหุ้นนอกตลาดแก่นักลงทุนรายย่อยในประเทศนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย จนถูกทางการนิวซีแลนด์ห้ามประกอบอาชีพนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 7 ปี และเมื่อปี 2559 ได้หลอกลวงนักลงทุนต่างชาติในประเทศประเทศไทย จนศาลอาญาออกหมายจับ และองค์การตำรวจสากลออกหมายแดงไว้แล้ว ในช่วงเดียวกัน นายเบนฯ และนายมินฯ ร่วมกันจัดตั้งธนาคาร B.I.C. ในประเทศกัมพูชา และธนาคารแห่งนี้ต่อมากลายเป็นส่งเงินของเครือข่าย
ในส่วนของทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดหุ้นไทยของเครือข่ายไว้ชั่วคราว มูลค่ารวมกว่า 14,808 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดอายัดเรือยอร์ช รถยนต์ เงินฝาก และที่ดิน มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยปัจจุบันสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 26 ตุลาตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมนำกำลังเข้าทำการตรวจเป้าหมายจำนวน 4 จุด สามารถตรวจยึดของกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางเงินของเครือข่ายได้ อาทิ สัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อขายหุ้น เอกสารเกี่ยวกับกองทุนหุ้น 6 แฟ้ม และอุปกรณ์เก็บคริปโตชนิด Ledger พร้อมอุปกรณ์ยืนยันตัวตน รวม 3 เครื่อง นอกจากนี้ยังยึดโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และแฟลชไดรฟ์ 1 อัน ซึ่งจะนำไปตรวจพิสูจน์เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่ต่อไปรวม 6 รายการ
จากการตรวจค้นติดตามจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย ได้แก่
1. นายเบน อายุ 48 ปี
2. นายยิม อายุ 40 ปี
3. นางสาวแคทรียา อายุ 40 ปี
4. นางสาวสุภารัตน์ อายุ 45 ปี
5. นายยูจีน อายุ 48 ปี
6. นายไคปิง อายุ 42 ปี
7. นายณัฐกร อายุ 40 ปี
โดยผู้ต้องหาลำดับที่ 1-6 หลบหนีอยู่ต่างประเทศ ส่วนผู้ต้องหาลำดับที่ 7 ได้มีการดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้สมคบกัน , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และเป็นผู้มีหน้าที่รายงานการได้หรือจำหน่ายหลักทรัพย์แต่ไม่รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด