โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” ความเข้มข้นทางการเมืองในรอบสัปดาห์ยังคงวนเวียนอยู่กับความชัดเจนในการกำหนดวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอซักฟอกคณะรัฐมนตรี ที่มีรัฐมนตรีถูกแต่งตั้งเป็นเป้าหมายรวมถึง 18 คน ทว่าคำถามสำคัญที่ยังไร้คำตอบในขณะนี้ คือกระบวนการดังกล่าวจะสามารถเกิดขึ้นได้ทันภายในสมัยประชุมสภานี้หรือไม่ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากตารางภารกิจของฝ่ายบริหารตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน จะพบว่าแน่นขนัดจนแทบหาช่องว่างลงได้ยากลำบาก

ภารกิจของรัฐบาลในรอบเดือนพฤศจิกายนครอบคลุมทั้งงานพระราชพิธี งานการเมืองภายในประเทศ และภารกิจต่างประเทศระดับสากล

แม้ฝ่ายค้านจะชี้ว่ามีช่องว่างในช่วงวันที่ 9 ถึง 12 พฤศจิกายนที่พอจะจัดอภิปรายได้ แต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งสัญญาณชี้แจงถึงความขัดข้อง โดยระบุว่าเดิมทีรัฐบาลคาดหวังให้การซักฟอกเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้และจบลงภายในสิ้นสัปดาห์ เพื่อให้รัฐมนตรีสามารถเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ ตามแผนงานได้ ทว่าเนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงเรื่องกรอบเวลาได้ ส่งผลให้การขยับไปอภิปรายในเดือนพฤศจิกายนกลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะรัฐมนตรีหลายท่านมีภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถเลื่อนได้อีก เนื่องจากเคยเลื่อนมาจากช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านขอเปิดซักฟอก 18 คน ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรี ต่างเป็นผู้รับผิดชอบกระทรวงหลักที่มีนโยบายและภารกิจเชื่อมโยงกับต่างประเทศ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับยุโรป สหรัฐอเมริกา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งลงนามให้ทันภายในสิ้นปี รวมถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมที่มีภารกิจต่างประเทศรออยู่เช่นกัน

จากกรอบเวลาทั้งหมด ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยห้วงเวลาที่เร็วที่สุดตามมุมมองของรัฐบาลคือน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนธันวาคม ก่อนที่จะถึงกำหนดปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 22 ธันวาคม 2569

ทั้งนี้ในระหว่างรอความชัดเจน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารเตรียมพร้อมข้อมูลในประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านเตรียมยกขึ้นมาอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบแข่งขันของท้องถิ่น สถานการณ์น้ำท่วมและเงินเยียวยา การป้องกันภัยพิบัติ ตลอดจนข้อสงสัยเกี่ยวกับกรมที่ดิน โดยเน้นย้ำให้เตรียมข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุด

นอกเหนือจากประเด็นในสภา รัฐบาลยังต้องออกมารับมือกับกระแสข่าวปลอมในโลกออนไลน์ โดย “เอกภพ เพียรพิเศษ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกรณีเพจเฟซบุ๊กอ้างภาพการโอนเงินค่าน้ำชาเข้าบัญชีธนาคารของนายอนุทินเป็นจำนวน 7 ล้านบาท เมื่อปี 2566 โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้น เนื่องจากระบบการโอนเงินเข้าบัญชีประเภทดังกล่าวมีมาตรการจำกัดวงเงิน และการขอขยายวงเงินเกิน 5 ล้านบาท มีขั้นตอนทางธนาคารที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ง่าย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการกระทำในลักษณะนั้น พร้อมระบุว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กำลังเร่งสืบสวนและติดตามเครือข่ายผู้ปล่อยข่าวปลอมเหล่านี้อย่างจริงจัง

พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังได้ส่งเตือนไปถึงกลุ่มนักการเมืองที่นำข้อมูลบิดเบือนไปแชร์ต่อในโซเชียลมีเดียเพื่อขยายผลทางการเมือง โดยระบุว่านักการเมืองควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ เพราะพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวนอกจากจะสุ่มเสี่ยงต่อความผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจสร้างความเสียหายขยายวงกว้างไปถึงข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศในอนาคต

ขณะเดียวกัน “หมิว” อุบลรัตน์ เถาว์น้อย คณะทำงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้ามารับหน้าที่ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีป้ายแดงคนใหม่ ได้เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานว่า ได้รับการติดต่อให้เข้ามาช่วยสื่อสารข้อมูลของรัฐบาลเพื่อต่อสู้กับปัญหาข่าวปลอมและข้อมูลที่พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว โดยตั้งใจจะใช้ประสบการณ์จากบทบาทสื่อมวลชนเดิมมาช่วยทำหน้าที่สื่อสารข้อเท็จจริงให้ตรงไปตรงมา ครบถ้วน และชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดจากทางรัฐบาล.

เสือดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...