‘นายกฯ’ จี้ผู้ว่าฯ ส่งรายชื่อรับเงินเยียวยารายวัน แก้คอขวด ร่งช่วยพื้นที่น้ำท่วมหนักต่อเนื่อง
นายกฯ สั่งเร่งช่วยพื้นที่น้ำท่วมหนักต่อเนื่อง อย่าให้ภาพรวมดีขึ้นบดบังความเดือดร้อนประชาชน กำชับผู้ว่าฯ ส่งรายชื่อรับเงินเยียวยารายวัน เร่งแก้คอขวดให้เงินถึงมือโดยเร็ว พร้อมเร่ง Big Cleaning ฟื้นฟูระบบน้ำ ไฟฟ้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 10 ของการประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน โดยย้ำว่าอย่าให้ภาพรวมสถานการณ์ที่ดีขึ้นบดบังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมหนัก ขอให้เน้นรายงานพื้นที่ชุมชนที่ยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาการระบายน้ำในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อเร่งสนับสนุนให้เพียงพอต่อความจำเป็น
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เร่งจัดเก็บขยะและดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ก่อนฝนระลอกใหม่ โดยหากพื้นที่ใดต้องการกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม ให้ร้องขอตามความจำเป็นของสถานการณ์
พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้ ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ทุกด้าน แม้ปริมาณฝนที่ผ่านมาจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เนื่องจากช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก จึงต้องติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการประเมินของ บกปภ.ช. พบว่า ปริมาณฝนสูงสุดอยู่ที่จ.สุราษฎร์ธานี 91 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุดที่เขตบางบอน 4.4 มิลลิเมตร โดยวันที่ 9 ต.ค. คาดว่าจะมีฝนในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ และบางส่วนทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ปริมาณการระบายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดลงเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักยังอยู่ในระดับที่กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม ลุ่มน้ำบางปะกงยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากรองรับมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกที่ไหลลงสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีการหน่วงน้ำไว้บริเวณเหนือเขื่อนคลองสียัด เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนขุนด่านปราการชล พร้อมระดมกำลังและเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายบริเวณปลายแม่น้ำบางปะกง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 83 ของความจุรวม โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำเต็มศักยภาพการกักเก็บ จึงต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ น้ำทะเลหนุนในช่วงบ่ายวันที่ 9-10 ต.ค. เป็นปัจจัยสำคัญต่อการระบายน้ำ แม้การพยากรณ์อากาศระยะสั้น (Nowcast) ไม่พบแนวโน้มฝนตกหนักใน 12 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ยังต้องติดตามระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงและเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงยะลาและนราธิวาส
สำหรับกรณีจ.ฉะเชิงเทรา ที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลและขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและผู้ปฏิบัติงานที่ทุ่มเทช่วยเหลือประชาชน และขออย่าให้ผู้ใดนำสถานการณ์ไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง
ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงเกณฑ์และเงื่อนไขการรับเงินเยียวยาแก่ประชาชน เกษตรกร และชาวสวนผลไม้ให้ชัดเจน พร้อมขอให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ถูกต้อง เพื่อส่งข้อมูลให้ ปภ. ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมด้านสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัย โดยประสานเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ดำเนินต่อเนื่อง พร้อมจัดเตรียมศูนย์สนับสนุนและกระจายอาหารกับวัตถุดิบทั้งระดับจังหวัดและระดับภาค รองรับกรณีเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดดังเช่นสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่
ให้ประสานทั้งห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ตลาดกลาง ผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร และฟาร์มผลิตสินค้าเกษตร เพื่อกระจายอาหาร วัตถุดิบ เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าจำเป็นผ่านหลายช่องทาง
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งให้รวบรวมและส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาเป็นรายวัน โดยไม่ต้องรอให้ครบทั้งจังหวัด เพื่อให้สามารถทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดและลดระยะเวลาในทุกขั้นตอน เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว
ขณะนี้มีการโอนเงินเยียวยาแล้วประมาณ 11,702 ครัวเรือนทั่วประเทศ จึงขอให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งมีประมาณ 3 แสนครัวเรือน แต่โอนเงินแล้วเพียง 866 ครัวเรือน จึงกำชับให้เร่งส่งรายชื่อรายครัวเรือนมายัง ปภ. และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดอุปสรรคในการจ่ายเงิน
รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างมากในการที่เร่งดำเนินการโอนเงินค่าเสียหายและค่าชดเชยเหล่านี้ไปให้ประชาชนโดยเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่และจัดการขยะ พร้อมสื่อสารแนวทางช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบน้ำและไฟฟ้า ตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน และซ่อมแซมท่อส่งน้ำกับสายไฟให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ส่วนจังหวัดในภาคใต้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพให้พร้อม เพื่อรับมือสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงและลดผลกระทบต่อประชาชน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
'นายกรัฐมนตรี' เตือนอย่าประมาท! ต.ค.-ธ.ค. น้ำยังมาก กำชับผู้ว่าฯ เตรียมรับมือ!
‘รองโฆษกรัฐบาล’ โดดป้องนายกฯ บินนอกช่วงน้ำท่วม ไม่ได้แปลว่าทิ้งประชาชน
รัฐบาลเร่งบริหารจัดการน้ำ ลดระดับน้ำในพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับฝนระลอกใหม่ 9-13 ต.ค.
ติดตามเราได้ที่