สั่งพิพัฒน์ดูแล นํ้าท่วมภาคใต้ ถลางสิ้นสุดภัย
“อนุทิน” มอบรองนายกฯ เกาะติดน้ำท่วมใต้ ย้ำประชาชนจะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ ขณะที่ ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 3 จังหวัด ชุมพร-สตูล-ภูเก็ต กระทบ 1,283 ครัวเรือน ระดมเครื่องจักรกลฯ เร่งบรรเทาความเดือดร้อน-ฟื้นฟูพื้นที่ที่คลี่คลายต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ มีการกำชับให้ดูแลพื้นที่อย่างไรบ้างว่า ตนไป 2 วัน และตนได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเป็นภาคในแต่ละท่านให้ดูแล เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ดูแลภาคใต้ ทั้งนี้ เรามีการประชุมการติดตาม การป้องกัน และช่วยเหลือเยียวยาหากเกิดกรณีน้ำท่วม ส่วนกรณีประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเงื่อนไขที่ปรากฏในสัญญากรมธรรม์ ประชาชนก็ได้รับค่าเยียวยาตามที่บริษัทผู้ประกันภัยได้มีสัญญาไว้กับประชาชนทุกอย่าง
ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน สถานประกอบการ ถนน และพื้นที่สาธารณะในอำเภอเมืองฯ อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทั้งนี้ ในพื้นที่อำเภอถลาง สถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติ และได้ประกาศสิ้นสุดสาธารณภัยกรณีวาตภัยแล้ว ส่วนอำเภอเมืองฯ ยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง
เธอกล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล และตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งมีผลความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจังหวัดภูเก็ต โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อำนวยความสะดวกติดตามการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมให้คำแนะนำในการลงทะเบียนรับสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตามขั้นตอนอย่างใกล้ชิด
น.ส.พลอยทะเลกล่าวต่อว่า จากความเสียหายที่เกิดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีประชาชนลงทะเบียนแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติ จำนวน 181 เคส แบ่งเป็น อำเภอกะทู้ 130 เคส, อำเภอเมืองภูเก็ต 44 เคส, อำเภอถลาง 7 เคส โดย ปภ., คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย จะได้เร่งดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยทุกสิทธิจะต้องไม่ตกหล่น ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
“ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งรับสิทธิความคุ้มครองผ่านระบบออนไลน์ที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันทีผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1) เว็บไซต์ : www.thainatcat.org 2) LINE Official Account : @ThaiNATCAT 3) ศูนย์บริการลูกค้า : โทร. 0-2012-5555 4) จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ รัฐบาลเน้นย้ำ ผู้ประสบอุทกภัยจะต้องเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ตามเงื่อนไข ทุกสิทธิจะต้องไม่ตกหล่น” น.ส.พลอยทะเลกล่าว
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สตูล และจังหวัดภูเก็ต รวม 6 อำเภอ 29 ตำบล 72 หมู่บ้าน 1,283 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ.ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร สตูล ภูเก็ต รวม 6 อำเภอ 29 ตำบล 72 หมู่บ้าน 1,283 ครัวเรือน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 30 ต.ค.69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่ จ.ชุมพร 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ปะทิว และ อ.ท่าแซะ รวม 14 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 600 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.สตูล พื้นที่ อ.เมืองฯ รวม 5 ตำบล 17 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 193 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.ภูเก็ต 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.กะทู้ รวม 10 ตำบล 18 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 490 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตออกประกาศจังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 25/2569 เรื่องการสิ้นสุดสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอถลาง ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้มีประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย กรณีวาตภัย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 21.30 น. ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่งผลกระทบต่อสาธารณชน ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเข้าข่ายเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 บัดนี้ สาธารณภัยในเขตพื้นที่ตามประกาศดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตจึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ตามประกาศจังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 25/2569.