โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

มท.ชง ‘เอกนิติ’คุม‘ดาต้าเซ็นเตอร์’บังคับรีไซเคิลน้ำหล่อเย็น 80%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเร่งวางกติกากำกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ หลังยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยคณะกรรมการนโยบายและกำกับการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน นัดประชุมในวันที่ 27 พ.ย. 2569

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดทำกรอบดำเนินงานด้านดาต้าเซ็นเตอร์ 4 ด้าน ได้แก่ การใช้ไฟฟ้าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม การกำหนดพื้นที่ตั้งที่เหมาะสม และการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานและการเชื่อมโยงซัพพลายเชนในประเทศ

ด้านเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุน BOI กำหนดให้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ต้องจ้างบุคลากรไทยระดับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารอย่างน้อย 50% และร่วมมือกับสถาบันการศึกษาพัฒนาบุคลากร โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ขณะเดียวกัน BOI ได้ประสานมหาวิทยาลัยเร่งผลิตบุคลากรเฉพาะทาง

นายนฤตม์ระบุว่า การต่อยอดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเดินหน้า 3 ด้านไปพร้อมกัน คือ พัฒนาบุคลากร เชื่อมโยงซัพพลายเชน และเพิ่มการเข้าถึงพลังงานสะอาด เพื่อให้ไทยไม่เป็นเพียงที่ตั้งศูนย์ข้อมูล แต่สร้างงานและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

ในส่วนของการกำกับด้านอาคาร นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านพื้นที่ ผังเมือง อาคารและสิ่งปลูกสร้าง เตรียมนำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้ประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. …. เสนอต่อที่ประชุมบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา

ร่างดังกล่าวออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญ ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้ประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. ….

บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างระบุว่า ปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มมากขึ้น อาคารประเภทนี้มีโครงสร้างและอุปกรณ์เฉพาะตามระดับการใช้กำลังไฟฟ้า จึงต้องมีหลักเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้งความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย สิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการวางแผนสาธารณูปโภคของรัฐ เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ตั้งเกณฑ์ 0.5 เมกะวัตต์ แบ่ง 7 ประเภท

ร่างกฎกระทรวงให้นิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” หมายถึง อาคาร สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้าง ที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้บริการรวบรวม เก็บ ประมวลผล รับฝาก หรือรับส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง บริษัทในเครือ หรือบุคคลอื่น ที่มีกำลังการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 0.5 เมกะวัตต์ขึ้นไป

“กำลังไฟฟ้า” หมายถึงปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวม หรือ Facility Load ซึ่งเอกสารประกอบการประชุมมีหมายเหตุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนิยามให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วน “ปริมาณน้ำมัน” ให้คำนวณตามปริมาตรของภาชนะบรรจุ ไม่ว่าจะมีน้ำมันอยู่จริงเท่าใด

ร่างฯ กำหนดให้อาคารดาต้าเซ็นเตอร์เป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ตามมาตรา 32 (2) และแบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่

  • ประเภทที่ 1 ใช้กำลังไฟฟ้า 0.5 ถึงไม่ถึง1 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 6,000 ถึงไม่ถึง 12,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 2 ใช้กำลังไฟฟ้า 1 ถึงไม่ถึง5 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 12,000 ถึงไม่ถึง 60,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 3.1 ใช้กำลังไฟฟ้า 5 ถึงไม่ถึง10 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 60,000 ถึงไม่ถึง 90,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 3.2 ใช้กำลังไฟฟ้า 10 ถึงไม่ถึง 20 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 90,000 ถึงไม่ถึง 180,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 3.3 ใช้กำลังไฟฟ้า 20 ถึงไม่ถึง 50 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 180,000 ถึงไม่ถึง 600,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 4 ใช้กำลังไฟฟ้า 50 ถึงไม่ถึง 200 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรอง 600,000 ถึงไม่ถึง 2,400,000 ลิตร
  • ประเภทที่ 5 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 200 เมกะวัตต์ หรือน้ำมันสำรองตั้งแต่ 2,400,000 ลิตรขึ้นไป

การก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเปลี่ยนการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ข้อบัญญัติท้องถิ่น กฎหมายผังเมือง กฎหมายโรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยให้ยึดกฎหมายที่เข้มกว่า

ระยะร่น 3-10 เมตร ตามขนาด

ดาต้าเซ็นเตอร์ประเภทที่ 1 ถึง 3.2 ที่เป็นอาคารเดี่ยว ต้องมีที่ว่างห่างแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร สองด้าน และด้านอื่นไม่น้อยกว่า 3 เมตร ส่วนประเภทที่ 3.3 ถึงประเภทที่ 5 ต้องเว้นไม่น้อยกว่า 10 เมตร สองด้าน และด้านอื่นไม่น้อยกว่า 5 เมตร

กรณีมีถังเก็บน้ำมันสำรอง ระยะห่างต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน โดยใช้ค่าที่มากกว่า ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ในนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เอกสารประกอบการประชุมมีหมายเหตุให้ปรับถ้อยคำเรื่อง“ที่ว่าง” และอาจพิจารณาระยะห่างใหม่ โดยคำนึงถึงเสียงรบกวน ความร้อน และผลกระทบต่อชุมชนข้างเคียง

โครงสร้างไม่ติดไฟ ดับเพลิงอัตโนมัติทั้งพื้นที่

โครงสร้างหลักต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการออกแบบโครงสร้าง ฐานราก และการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2564 โครงสร้างหลัก ผนัง และบันได ต้องทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ ผนังที่กั้นระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์กับการใช้อาคารประเภทอื่นต้องทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน เช่น แบตเตอรี่หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แยกอิสระจากระบบปกติและทำงานอัตโนมัติเมื่อไฟดับ โดยจ่ายไฟให้ป้ายทางออก ทางเดิน บันไดหนีไฟ และระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ได้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

ด้านการป้องกันอัคคีภัย ต้องติดแผนผังอาคารทุกชั้นเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ติดตั้งไฟส่องสว่างสำรองและป้ายทาง

หนีไฟ เครื่องดับเพลิงแบบมือถือขนาดไม่น้อยกว่า 4 กิโลกรัม1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ห่างกันไม่เกิน 45 เมตร พร้อมระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกชั้นและระบบป้องกันฟ้าผ่า อาคารสูงตั้งแต่ 4 ชั้นต้องมีบันไดหนีไฟเพิ่มจากบันไดหลัก

ที่สำคัญ ดาต้าเซ็นเตอร์ทุกแห่งต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือมาตรฐานอื่นที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง

คุมเครื่องปั่นไฟ รีไซเคิลน้ำหล่อเย็น 80%

ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและห้องเก็บน้ำมันต้องมีการระบายอากาศ การป้องกันการรั่วไหลคันกั้นของเหลว ระบบตัดจ่ายเชื้อเพลิงฉุกเฉิน และระบบดับเพลิง ท่อไอเสียต้องไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนข้างเคียง และต้องควบคุมเสียงและมลพิษตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

หมวดที่มีรายละเอียดมากที่สุดคือระบบน้ำหอหล่อเย็น ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องรวบรวมและบำบัดน้ำระบายทิ้งจากหอหล่อเย็น (Cooling Tower Blowdown) แล้วนำกลับมาใช้จริงเป็นน้ำเติมชดเชย (Makeup Water) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาตรน้ำระบายทิ้งในแต่ละเดือน โดยห้ามนับน้ำหมุนเวียนภายในระบบ น้ำที่บำบัดซ้ำ หรือน้ำจากแหล่งอื่น

น้ำส่วนที่ไม่ได้นำกลับมาใช้ต้องบำบัดให้ได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 หากบำบัดไม่ได้ต้องส่งให้ผู้รับบำบัดที่ได้รับอนุญาต ห้ามระบายน้ำที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และห้ามเติมน้ำสะอาดเพื่อเจือจาง พร้อมติดตั้งมาตรวัดน้ำและจัดทำรายงานสมดุลน้ำ คุณภาพน้ำ และภาระมลพิษเป็นรายเดือน

ส่วนระบบบำบัดน้ำเสีย ประปา ขยะ และลิฟต์ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 และฉบับที่ 44 ขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้จัดการตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่จอดรถคำนวณ 1 คันต่อพื้นที่สำนักงาน 60 ตารางเมตร และอาคารเดี่ยวต้องมีทางวิ่งรอบอาคารสำหรับรถดับเพลิงกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร

ต้องทำประกันภัย ของเดิมปรับตัว 1 ปี

ร่างฯ กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องมีผู้ตรวจสอบอาคารตามมาตรา 32 ทวิ และดาต้าเซ็นเตอร์ของเอกชน ต้องทำประกันภัยความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ทั้งระหว่างการก่อสร้างและระหว่างการใช้อาคาร

ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับอนุญาตหรือเปิดดำเนินการก่อนกฎกระทรวงมีผลบังคับ ได้รับยกเว้นหมวดแนวอาคารและหมวดโครงสร้าง เว้นแต่จะขอดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารภายหลัง แต่ต้องปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัยระบบไฟฟ้าสำรอง และมาตรการสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทำประกันภัยให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

หากดาต้าเซ็นเตอร์ใดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือกระทบสิ่งแวดล้อม เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน ขั้นตอนต่อไป

ร่างกฎกระทรวงจะเสนอต่อบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกกฎกระทรวงและประกาศในราชกิจจา-นุเบกษาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...