ศาลสั่งอายัดทรัพย์สิน VietJet ทั่วโลก
ศาลสั่งอายัดทรัพย์สิน VietJet ทั่วโลก
#BUSINESS เช็คดีๆ นะ VietJet ค้างชำระเช่าเครื่องบิน 8,300 ล้านบาท แม้ศาลสั่งให้ชำระมาหลายครั้ง ล่าสุดมีคำสั่งเข้าควบคุมทรัพย์สินทั่วโลกรวมทั้งเครื่องบิน ถ้าจะใช้ทำธุรกิจต่อต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของศาล
ศาลชั้นสูงแห่งสหราชอาณาจักร (UK High Court) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินครั้งใหญ่ทั่วโลกของสายการบินเวียตเจ็ท (VietJet) โดยมีผู้ร้องเรียนคือบริษัท FW Aviation ที่พยายามฟ้องร้องเรียกเงินคืนมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,500-9,000 พันล้านบาท) จากข้อพิพาทสัญญาเช่าเครื่องบินในอดีต
ย้อนกลับไปช่วงปี 2018-2019 เวียตเจ็ทได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321 จำนวน 4 ลำ ทว่าเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางสายการบินกลับหยุดจ่ายค่าเช่า สัญญาเช่าจึงถูกยกเลิกในปี 2021 และผู้ให้เช่าสามารถยึดเครื่องบินคืนกลับไปได้ในที่สุดช่วงปลายปี 2022
ต่อมาในปี 2025 ศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินให้เวียตเจ็ทชดใช้เงินราว 181.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าเมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ยอดหนี้รวมจึงพุ่งสูงเกินกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เวียตเจ็ทเพิ่งชำระเงินคืนไปได้เพียงไม่กี่ล้านดอลลาร์เท่านั้น
คำสั่งอายัดดังกล่าวได้รับการอนุมัติยื่นร้องโดย FW Aviation ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ FitzWalter Capital เนื่องจากผู้พิพากษาเห็นว่ามีความเสี่ยงที่สายการบินจะพยายามยักย้าย โยกย้าย หรือใช้จ่ายทรัพย์สิน
คำสั่งนี้ครอบคลุมทรัพย์สินสำคัญของเวียตเจ็ทในหลายส่วน ได้แก่ ฝูงบินปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการเช่า เครื่องบินที่สั่งซื้อใหม่ เครื่องบินที่อยู่ระหว่างการสั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ รวมถึง Airbus SE รุ่น A330-900 และ A321neo ชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ อุปกรณ์ห้องโดยสารและเครื่องยนต์ที่สั่งซื้อจาก Rolls-Royce Holdings
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงสินทรัพย์ทางการเงิน เงินจ่ายล่วงหน้าก่อนส่งมอบ (Pre-delivery payments), เงินสำรองการบำรุงรักษา (Maintenance reserves), เงินประกันการเช่า (Lease deposits) ตลอดจนรายได้จากการขายตั๋วเครื่องบินที่ถือโดยตัวแทนจำหน่าย
แม้จะมีคำสั่งอายัด แต่เวียตเจ็ทยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจและจัดการทรัพย์สินตามการค้าปกติได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการทำธุรกรรมเกี่ยวกับคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองการบำรุงรักษา หรือเงินประกันการเช่าที่ถือไว้นอกประเทศเวียดนาม จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
มีผลกระทบกับสายการบิน Thai Vietjet หรือไม่ ?
จากเหตุการณ์นี้ ภายใต้โครงสร้างบริษัทและสมมุติฐาน ในทางกฎหมาย จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงาน สายการบินไทยเวียตเจ็ท แต่อาจมีผลกระทบทางอ้อมในแง่ของภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น
สายการบินไทยเวียตเจ็ท เป็นสายการบินที่จดทะเบียนในประเทศไทยตามกฎหมายไทย และปฏิบัติตามกฎหมายของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
ตามกฎหมายความเป็นเจ้าของสายการบินในไทย หุ้นส่วนใหญ่เกิน 51% จะต้องเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลสัญชาติไทย โดยกลุ่ม VietJet Joint Stock Company (เวียตเจ็ท เวียดนาม) ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเท่านั้น
คำสั่งอายัดทรัพย์สินของศาลอังกฤษ (UK Court Freeze Order) มีผลบังคับใช้เฉพาะกับ VietJet Joint Stock Company (สายการบินแม่ในเวียดนาม) และทรัพย์สินที่เป็นของเวียดนามโดยตรงเท่านั้น ไม่สามารถข้ามมาอายัดทรัพย์สินของนิติบุคคลไทยที่เป็นบริษัทร่วมทุนได้
ส่วนสัญญาเช่าเครื่องบินและการดำเนินงาน (Operations & Fleet) เครื่องบิน ฝูงบิน และสัญญาเช่าเครื่องบิน (Lease Agreements) ของไทยเวียตเจ็ท ถูกทำสัญญาในนามของบริษัทไทยเวียตเจ็ทโดยเฉพาะ แยกส่วนจากเครื่องบินที่เป็นปัญหาในคดีดังกล่าว (A321 จำนวน 4 ลำนั้น)
สภาพคล่อง การบริหารเงิน และบัญชีธนาคารของไทยเวียตเจ็ทในประเทศไทย ดำเนินการแยกจากเวียตเจ็ทแม่ ดังนั้นเครื่องบินและเที่ยวบินของไทยเวียตเจ็ทยังคงบินให้บริการได้ตามปกติ ไม่ได้ถูกอายัดหรือระงับการบินแต่อย่างใด
สำหรับผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้นด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นจากข่าวการถูกอายัดทรัพย์สินของบริษัทแม่ อาจทำให้ผู้โดยสาร คู่ค้า หรือสถาบันการเงินเกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงิน
หากเวียตเจ็ทแม่ประสบปัญหาคล่องตัวทางการเงินอย่างหนัก อาจกระทบต่อความสามารถในการสนับสนุนเงินทุน การันตี หรือค้ำประกันในอนาคตหากไทยเวียตเจ็ทต้องการการสนับสนุนจากบริษัทแม่
อย่างไรก็ตามเที่ยวบิน ตั๋วเครื่องบิน และการบริการของ สายการบินไทยเวียตเจ็ท ยังคงเปิดทำการและเดินทางได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากการอายัดทรัพย์สินในคดีของศาลอังกฤษ…อย่างน้อยก็ในเวลานี้