โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์แก้กฎหมายไทยพีบีเอส ต้องคุ้มครองอิสระทางการเงิน พร้อมเรียกร้องปฏิรูปองค์กร

THE STANDARD

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
6 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์แก้กฎหมายไทยพีบีเอส ต้องคุ้มครองอิสระทางการเงิน พร้อมเรียกร้องปฏิรูปองค์กร

วันนี้ (2 ตุลาคม) องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ออกแถลงการณ์ร่วมเรื่อง ‘ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร’ เรียกร้องให้การพิจารณาเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอสดำเนินไปอย่างรอบคอบ มีการศึกษาและเปิดเผยผลกระทบ พร้อมกำหนดหลักประกันความเป็นอิสระทั้งทางกฎหมายและทางการเงิน ขณะเดียวกัน ขอให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสทบทวนบทบาทและปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง เพื่อแสดงคุณค่าและความคุ้มค่าของสื่อสาธารณะต่อประชาชน

ประเด็นสำคัญ

  • ยืนยันไทยพีบีเอสต้องเป็นสื่อของประชาชน เป็นอิสระจากรัฐ การเมือง และธุรกิจ
  • ทบทวนกฎหมายให้รอบด้าน เปิดทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
  • หากใช้งบประมาณรายปี ต้องมีหลักประกันป้องกันการแทรกแซง
  • เรียกร้องไทยพีบีเอสปฏิรูปครั้งสำคัญ แสดงคุณค่าและความคุ้มค่าต่อสังคม

องค์กรที่ร่วมลงนามประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยมีสาระสำคัญในการเปลี่ยนแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส จากระบบเงินบำรุงที่จัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ มาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ด้วยเหตุผลด้านวินัยการเงินการคลังของรัฐและความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการเงินสาธารณะ

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนระบุว่า ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมผลักดันแนวคิดและสนับสนุนการจัดตั้งสื่อสาธารณะของประเทศไทยมาตั้งแต่ต้น เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนและอนาคตของระบบสื่อสารมวลชนไทย โดยการแสดงจุดยืนไม่ได้มุ่งสนับสนุนหรือคัดค้านพรรคการเมืองหรือฝ่ายการเมืองใด แต่ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของสื่อสาธารณะและประโยชน์ของประชาชน

ทั้ง 6 องค์กรยังยืนยันถึงความสำคัญของวินัยการเงินการคลัง รวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงินสาธารณะ แต่เห็นว่าการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ต้องคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของสื่อสาธารณะ ซึ่งมีภารกิจนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ พร้อมเสนอจุดยืน 4 ข้อ ดังนี้

ยืนยันไทยพีบีเอสต้องเป็นสื่อของประชาชน เป็นอิสระจากรัฐ การเมือง และธุรกิจ

ข้อแรก องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนยืนยันหลักการและความจำเป็นของสื่อสาธารณะในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งมีบทบาทส่งเสริมสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยต้องดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง และเป็นอิสระจากการครอบงำของอำนาจรัฐ อำนาจทางการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจ

แถลงการณ์ระบุว่า หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดการจัดตั้งสื่อสาธารณะในประเทศประชาธิปไตยหลายแห่ง เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แม้มีรูปแบบการจัดหาเงินทุนและการบริหารแตกต่างกัน แต่ต่างให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระ ประโยชน์สาธารณะ และความรับผิดชอบต่อประชาชน

ด้วยเหตุนี้ การแก้ไขกฎหมายต้องไม่ทำให้หลักการพื้นฐานดังกล่าวอ่อนแอลง และต้องรักษาสถานะของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อของประชาชน มิใช่สื่อของรัฐบาลหรือเครื่องมือของฝ่ายการเมืองใด

ทบทวนกฎหมายให้รอบด้าน เปิดทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

ข้อที่สอง องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่ากฎหมายไทยพีบีเอสสามารถทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี ภูมิทัศน์สื่อ พฤติกรรมการรับข่าวสาร และความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนไปได้ แต่ไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องแหล่งรายได้หรือการจัดสรรงบประมาณ

การทบทวนควรครอบคลุมบทบาทและพันธกิจของสื่อสาธารณะ โครงสร้างการบริหารและการกำกับดูแล ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรสาธารณะ ตลอดจนกลไกความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อประชาชน

ทั้ง 6 องค์กรจึงขอให้รัฐสภาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดกระบวนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เปิดโอกาสให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อ ภาคประชาสังคม ผู้แทนผู้ชมและผู้ฟัง รวมถึงประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

หากใช้งบประมาณรายปี ต้องมีหลักประกันป้องกันการแทรกแซง

ข้อที่สาม แถลงการณ์ยืนยันว่า วินัยการเงินการคลังของรัฐและความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนหลักการหนึ่งเพื่อบรรลุอีกหลักการหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความมั่นคงและความเป็นอิสระทางการเงิน การเปลี่ยนจากระบบเงินบำรุงที่กฎหมายกำหนดโดยตรงไปสู่งบประมาณรายจ่ายประจำปีจึงต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ

หากเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องมีหลักประกันทางกฎหมายและเชิงสถาบันที่ชัดเจน เพื่อให้ไทยพีบีเอสมีรายได้เพียงพอ มั่นคง ต่อเนื่อง และวางแผนระยะยาวได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจทางการเมืองในการจัดสรรงบประมาณแต่ละปี

หลักประกันดังกล่าวต้องครอบคลุมกระบวนการจัดสรร การพิจารณา การปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณ และการบริหารองค์กร เพื่อป้องกันไม่ให้กลไกทางการเงินถูกใช้สร้างแรงกดดันหรือแทรกแซงการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพ ขณะเดียวกัน ต้องมีกลไกตรวจสอบการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยไม่กระทบความเป็นอิสระขององค์กร

เรียกร้องไทยพีบีเอสปฏิรูปครั้งสำคัญ แสดงคุณค่าและความคุ้มค่าต่อสังคม

ข้อที่สี่ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่า การทบทวนกฎหมายควรเป็นโอกาสให้ไทยพีบีเอสทบทวนบทบาท พันธกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างจริงจัง เพื่อยึดมั่นในเจตนารมณ์การจัดตั้งสื่อสาธารณะและตอบสนองความคาดหวังของประชาชนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ไทยพีบีเอสต้องแสดงให้สังคมเห็นถึงคุณค่าและความแตกต่างจากสื่อของรัฐและสื่อเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน เป็นอิสระ และกล้าหาญในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม และการผลิตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งอาจไม่ได้รับความสำคัญอย่างเพียงพอจากกลไกตลาด

การทบทวนต้องครอบคลุมนโยบายและทิศทางองค์กร โครงสร้างการบริหาร การจัดสรรทรัพยากร คุณภาพเนื้อหา ประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม และการปรับตัวตามภูมิทัศน์สื่อ

ทั้ง 6 องค์กรขอให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารไทยพีบีเอสริเริ่มกระบวนการปฏิรูปอย่างเปิดกว้าง โดยให้บุคลากร ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนมีส่วนร่วม พร้อมกำหนดแผนปรับปรุงองค์กรและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่ประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์ ความจำเป็น และความคุ้มค่าของการสนับสนุนสื่อสาธารณะด้วยเงินสาธารณะ

ในช่วงท้าย แถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้เสนอร่างกฎหมาย รัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและเปิดเผยผลกระทบของการเปลี่ยนแหล่งรายได้ รวมถึงพิจารณาทางเลือกในการจัดหาเงินทุนอย่างครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของไทยพีบีเอส พร้อมขอให้ฝ่ายบริหารแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เปิดให้ประชาชนร่วมกำหนดทิศทางและตรวจสอบผลการดำเนินงาน

“การรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมิใช่การปกป้ององค์กรใดองค์กรหนึ่งจากการตรวจสอบ หากแต่เป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน และปราศจากการครอบงำของอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ทางธุรกิจ” แถลงการณ์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...