โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งดำเนินการรีไซเคิลซากรถยนต์เก่า ลดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สวพ.FM91

อัพเดต 23 มี.ค. 2565 เวลา 22.20 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 22.20 น.

( 23 มี.ค.65 ) นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถิติจำนวนรถยนต์จำแนกตามอายุรถทั่วประเทศของกรมการขนส่งทางบก ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 5,033,307 คัน หากรีไซเคิลซากรถจำนวน 5 ล้านคัน จะได้เหล็กประมาณ 6.55 ล้านตัน

ประเทศไทยมีกำลังการบริโภคเหล็กอยู่ที่ 19 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นการนำเข้า 12 ล้านตัน และผลิตเอง 7 ล้านตันและคาดว่าในระยะ 20 ปีข้างหน้า จำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคัน ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนี่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งประเทศไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์ แบบครบวงจรอยู่เพียง 2 แห่งในประเทศไทย ที่ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะและการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

กรอ. จึงผลักดันให้ธุรกิจชนิดนี้เกิดการขยายตัว เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศและเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม เช่น ยาง พลาสติกและโลหะที่เป็นเหล็ก เป็นต้น รวมทั้งเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่านำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธีและกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจโดยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพและอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...