โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางนักแสดงนำ ‘Business Proposal’ สะท้อนว่าทำไมดาราเกาหลีใต้เล่นละครเก่ง

TODAY

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 04.44 น. • workpointTODAY

ในช่วงนี้ที่มีเรื่องเครียด ๆ หลายคนกำลังต้องการซีรีส์ที่จะทำให้เราดูได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ และ Business Proposal นัดบอดวุ่นลุ้นรักท่านประทาน ก็มาทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ หลายคนดูอาจจะไม่รู้ว่ากว่าจะมาเป็น ท่านประทาน คุณเลขา ชินฮารี และจินยองซอเหมือนทุกวันนี้

นักแสดงเหล่านี้เคยเป็น เด็กฝึกที่เกือบจะได้เป็นสมาชิกวง Got7 เป็นนักแสดงประกอบของซีรีส์หลายเรื่องที่คุณอาจจะเคยดูแต่ไม่ทันสังเกต และเป็นไอดอลที่ชนะการแข่งขัน บทความวันนี้จะพาไปส่องเส้นทางกว่าจะมาเป็นนักแสดงนำของ 4 ตัวละครหลักว่าพวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง เพราะความน่าสนใจของนักแสดงจากเรื่องนี้คือการรวมหลากหลายเส้นทางของการเข้าวงการบันเทิงของคนเกาหลีมาไว้ด้วยกัน และเส้นทางเหล่านี้ทำให้ซีรีส์เกาหลีมีมาตราฐานการแสดงที่ดีอย่างไรบ้าง

การจะเป็นนักแสดงที่เกาหลีได้นั้นก็เหมือนกับทุกประเทศในโลกที่  มีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่การเรียนการแสดงในมหาวิทยาลัยจนได้เล่นละครจริง ออดิชั่นหาต้นสังกัด ไล่เก็บโปรไฟล์และฝีมือจากการเป็นตัวประกอบ ไปจนถึงการเปลี่ยนสายงานจากไอดอล เด็กฝึก หรือนายแบบนางแบบมาสู่การเป็นนักแสดง

ภาพจาก : Twitter :: SBSNOW

อันฮโยซอบ เป็นหนึ่งในกรณีหลังเพราะเขาเริ่มชีวิตในวงการบันเทิงด้วยการเป็นเด็กฝึกเพื่อที่จะเป็นไอดอลในค่ายเพลง

  • เขาเกิดที่เกาหลีก่อนจะย้ายไปอยู่แคนนาดาตั้งแต่อายุหกขวบ ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจกับสำเนียงภาษาอังกฤษชัดเปรี๊ยะที่เขาเคยโชว์ไว้ในหลาย ๆ เรื่อง และการที่เขามีชื่อภาษาอังกฤษว่าพอล (ที่เป็นที่มาของชื่อแมวของเขาด้วย)
  • เขาใช้เวลาอยู่ที่แคนาดาสิบปีจนกระทั่งอายุ 16 ที่เขาย้ายกลับมาเกาหลีคนเดียวเพื่อเป็นเด็กฝึกที่ JYP หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากแมวมองของค่ายโทรหาให้เขาลองไปออดิชั่นดู หลังได้พบทีมแมวมองจากนั้นสองสัปดาห์เขาก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นเด็กฝึก แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะคัดค้านในตอนแรก
  • เขาใช้เวลาฝึกกับเพื่อน ๆ ใน JYP อยู่ 2 ปี โดยอยู่ในหอและฝึกร่วมกับกลุ่ม GOT7 แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดบิวต์
  • อันฮโยซอบเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Happy Together ถึงเหตุผลว่ามันเป็นเพราะฝีมือที่ยังไม่ดีพอในตอนนั้นและความสูงที่โดดจากคนอื่นในกลุ่มซึ่งทำให้เขาเกลียดส่วนสูงตัวเองไปพักหนึ่ง หลังจากนั้นเขาจึงเบนเข็มมาเป็นนักแสดงแทน
  • โดยเดบิวต์ในซีรีส์สั้น Splash, Splash Love ในปี 2015 ทาง Naver Cast TV และ MBC
  • ในปีเดียวกันก็ออกซิงเกิ้ลร่วมกับนักแสดงคนอื่นในสังกัดเกียวกัน ในนาม One O One ที่ปล่อยเพลงออกมา 3 ซิงเกิ้ลช่วงปี 2015-2016
  • หลังจากนั้นในช่วงสองปีเขาก็รับบทเล็ก ๆ ในซีรีส์ต่าง ๆ ก่อนได้ก้าวขึ้นสู่บทนำครั้งแรกในซีรีส์ Queen of the Ring แต่ก็ยังคงมีผลงานที่รับบทรองอีกเรื่อย ๆ เช่น ในซีรีส์ยาวอย่าง My Father is Strange หรือ Still 17 ที่เขารับบทเป็น ยูชาน หลานของพระเอกและนักกีฬาพายเรือที่หลงรักนางเอกในStill 17 ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลแรกในชีวิตการแสดงจากงานประกาศรางวัลปลายปีของช่อง SBS
  • หลังจากนั้นเขารับบทนำในซีรีส์ Abyss คู่กับพัคโบยองก่อนจะได้รับการยอมรับในเรื่องฝีมือจาก การรับบทนำ เป็นคุณหมอซออูจินในภาคต่อของซีรีส์สุดฮิตอย่าง Dr. Romantic 2 ซึ่งนอกจากจะได้ทั้งกระแสและเรตติ้ง ยังส่งให้เขาได้รับรางวัล นักแสดงดาวรุ่งชายจากเวที Baeksang Arts Awards ที่มีฉายาว่าออสการ์แห่งเกาหลี
  • เขาพิสูจน์ฝีมือย่างต่อเนื่องกับ Lovers of the Red Sky ซีรีส์ย้อนยุคที่เขารับบทเป็นหนุ่มตาบอดที่มีพญามารสิงร่าง ก่อนที่จะมาได้เผยด้านที่สนุกสนานและมีเสน่ห์มากขึ้น ใน Business Proposal กับบทคังแทมู
  • การฝึกฝนในหลากหลายด้านทำให้เขาเป็นนักแสดงที่เก่งทุกเรื่องไม่แพ้ท่านประทานเลยค่ะ เพราะเขาได้โชว์ความสามารถทางดนตรีและการเต้นนอยู่เรื่อย ๆ นอกจากฉากเล่นเปียโนเพลง River Flows in You ในเรื่องแล้ว เขายังร้องเพลง เล่นไวโอลิน ดีดกีต้าร์ และเต้นได้ดีอีกด้วย

ภาพจาก : Twitter :: SBSNOW

คิมมินกยู จากตัวประกอบสู่ตัวนำ

  • ส่วนเส้นทางของคิมมินกยูนั้นคล้ายกับดาราหลาย ๆ คนที่เริ่มผลงานจากการเป็นตัวประกอบที่แทบไม่มีบทพูด แต่ก็สร้างผลงานมาเรื่อย ๆ จนเป็นดาราแถวหน้าอย่าง อีมินโฮ ที่ก็เคยรับบทที่มีบทพูดแค่ประโยคเดียวทั้งซีรีส์ หรือชินฮเยซอน ที่รับบทเล็ก ๆ อยู่หลายปีก่อนจะได้รับบทนำจนมาพีคกับ Queen
  • กว่าคิมมินกยูจะขึ้นมารับบทนำ เขาเริ่มเส้นทางจากการรับบทเล็ก ๆ ไม่มีแม้แต่ชื่อตัวละครในซีรีส์ โดยผลงานเรื่องแรกคือการแสดงใน Monstar ต่อด้วยการรับบทเป็นเพื่อนนักว่ายน้ำของนัมจูฮยอกใน School 2015 และรับงานแสดงมิวสิควิดีโอบ้างประปราย
  • ก่อนจะเริ่มเป็นที่สนใจหลังจากเขาได้ร่วมเล่นSignal ซีรีส์สืบสวนข้ามเวลา และไปออกรายการ I Can See Your Voice ที่ลักยิ้มและเสียงเพราะ ๆ ทำเขาเป็นกระแสขึ้นมา จนขึ้นอันดับคำค้นหาในเว็ปพอร์ทัลที่เกาหลี ทำให้เขาได้รับการติดต่อให้ไปเป็นนักร้อง แต่ในการสัมภาษณ์กับ Showbiz Korea เขาระบุว่าเขาปฏิเสธไปเพราะเขาไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักร้องอาชีพมากก่อน แม้ว่าเขาจะชอบร้องเพลงก็ตาม
  • จากตอนนั้นเขาก็เริ่มมีบทบาทมาขึ้น โดยมักจะรับบทที่ออกมาไม่เยอะแต่โขมยซีนไม่เบาหรือเป็นตัวละครแวดล้อมของตัวละครหลัก อาทิ Because This Is My First Life และRich Family's Son ที่เขาได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ จากเวที MBC Drama Awards และ Soompi Awards ตามลำดับ
  • นอกจากงานแสดงซีรีส์ที่ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเขาก็เริ่มมีผลงานภาพยนตร์บ้างซึ่งในหลายเรื่องก็ได้รับบทเด่นพอสมควร รวมไปถึงมีผลงานการออกรายการวาไรตี้เรื่อย ๆ แต่ก็ใช้เวลาถึง 5 ปีกว่าที่เขาจะได้รับบทพระเอกในซีรีส์ 2 ตอน เรื่อง Drunk in Good Taste และบทหลักใน Perfume ปี 2018
  • เขาก้าวขึ้นสู่บทพระเอกเต็มตัวในปี 2019 กับซีรีส์ Queen: Love and War ซึ่งฉายทางช่องโชซอน และได้บทสมทบที่ค่อนข้างเด่นในซีรีส์ฟอร์มใหญ่อย่าง Snowdrop ที่เขารับบทเป็นทหารเกาหลีเหนือ ก่อนจะมาเป็นกระแสเต็ม ๆ กับบทเลขาชา ฮอตเนิร์ดแห่ง Business Proposal

ภาพจาก : Twitter :: SBSNOW

หลายคนอาจจะต้องใช้เวลากว่าจะเป็นนักแสดงที่มีชื่อ แต่ คิมเซจอง นางเอกของเรื่องนั้น ต่างออกไป เธอเข้าวงการมาด้วยอีกเส้นทางหนึ่งที่คนไทยอาจจะคุ้นเคยกันดีคือการเข้าวงการผ่านการประกวด และ การมีต้นสังกัดที่หางานในวงการให้ ความสามารถของเธอบวกกับโอกาสที่ได้รับทำให้เธอมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว แต่เส้นทางนั้นก็ไม่ได้ง่ายเลย

  • คิมเซจองเคยเข้าประกวด K-pop Star 2 ในปี 2012 แต่ก็ไม่ได้ผ่านเข้ารอบไปไกลนัก เธอเคยเผยผ่านรายการ You Hee-yeol's Sketchbook ว่าจากนั้นเธอตั้งใจจะไปออดิชั่นเข้าสังกัดอยู่หลายที่ แต่ในที่สุดเธอก็ได้เข้าสังกัด บริษัท Jellyfish Entertianment ซึ่งอัตราการรับเข้าสังกัดนั้นอยู่ที่ 1:3000 เลยทีเดียว
  • หลังจากเป็นเด็กฝึกได้ 2 ปี Jellyfish Entertianment ส่งคิมเซจองเข้าวงการประกวดอีกครั้งในรายการ Produce 101 ในปี 2016 และคราวนี้เธอได้ตำแหน่งรองชนะเลิศมาครองพร้อมกับฉายา God Sejong เพราะความเก่งที่สามารถชนะการแข่งขันได้หลายสัปดาห์และตลอดการแข่งขันเรียกว่าไม่เคยหลุดจากอันดับท็อป 2
  • หลังจากจบการแข่งขันเธอก็เริ่มชีวิตการเป็นไอดอลโดยเดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกวง I.O.I และเมื่อ I.O.I หมดสัญญาเธอก็มีผลงานเพลงต่อเนื่องในนามวง Gugudan รวมถึงการออกผลงานในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกด้วย
  • พร้อม ๆ กับการทำงานเพลง ช่วง 2016-2018 คิมเซจองก็บุกวงการบันเทิงในหลายแขนง นอกจากเป็นนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปและปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวแล้ว ก็ยังเริ่มงานพิธีกรและเข้าร่วมรายการวาไรตี้หลายรายการ รวมถึงเริ่มชีวิตการเป็นนักแสดงครั้งแรกด้วยบทนำใน School 2017 คู่กับคิมจองฮยอน ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลในฐานะนักแสดงหน้าใหม่และนักแสดงยอดนิยมจาก KBS Drama Awards และ The Seoul Awards
  • คิมเซจองยังคงแสดงความสามารถที่รอบด้านต่อเนื่องกับการเริ่มเข้าสู่วงการละครเพลงในปี 2020 กับ Return: The Promise of the Day อีกด้วย
  • แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอหนีไม่พ้น The Uncanny Counter ซีรีส์แอ็คชั่นแฟนตาซีที่ทุบสถิติเรตติ้งของช่อง OCN และล่าสุดกับBusiness Proposal

ภาพจาก : Twitter :: SBSNOW

ต่างกับคิมเซจงซอลอินอา มาเป็นนักแสดงด้วยเส้นทางที่คล้ายกับรุ่นพี่แถวหน้าในวงการอย่าง กงยู ฮยอนบิน คิมซอนโฮ และอีกหลายคน ที่เริ่มจากความรักในการแสดงและทุ่มเทกับการเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาการละครหรือการแสดง

  • บังเยริน หรือ ซอลอินอา ชื่อในวงการของเธอ ฝันอยากจะเป็นดาราตั้งแต่เด็กและเคยเป็นเด็กฝึกในค่ายเพลงก่อนที่จะเปลี่ยนเส้นทางมาสู่การแสดงโดยเริ่มจากการเรียนด้านการแสดงในระดับมหาวิทยาลัยที่ Seoul Institude of the Arts
  • เธอมีผลงานการแสดงแรก ๆ คือโฆษณา และเป็นนักแสดง MV ก่อนที่จะได้ได้เดบิวต์ในปี 2015 กับ The Producer ซีรีส์ที่เธอรับบทเล็ก ๆ เป็นแอนตี้แฟนของ IU หรือซินดี้ในเรื่อง
  • จากนั้นสองปีซอลอินอาก็มีผลงานการแสดงในบทรองอยู่เรื่อย ๆ ในซีรีส์อย่าง Flowers of the Prison, Strong Girl Bong-soon, School 2017 ซึ่งส่วนใหญ่เธอเป็นแฟนของใครสักคนในเรื่อง
  • จนกระทั่งขึ้นสู่บทนางเอกในปี 2018 ใน Sunny Again Tomorrow ซีรีส์ความยาว 121 ตอน หลังจากนั้นซอลอินอาสลับเล่นหลายบทบาทที่มีทั้งนางเอกและบทสมทบ เช่นเป็นนางเอกซีรีส์เรื่อง Beautiful Love, Wonderful Life ที่เรตติ้งดีในเกาหลี และบทรองในมินิซีรีส์เช่นบทสนมเอกอึยใน Queen และล่าสุดกับ Business Proposal ในบทจินยองซอที่แสนน่ารัก
  • นอกจากการแสดงแล้วซอลอินอายังมีผลงานอื่น ๆ เช่นการเป็นพิธีกรและการเข้าร่วมรายการวาไรตี้และเล่น MV อีกด้วย

เส้นทางการเป็นนักแสดงของทั้งสี่สะท้อนให้เห็นวิธีเข้าวงการบันเทิงที่หลากหลายแบบ แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ การฝึกฝนที่จริงจังและการแข่งขันที่ดุเดือด กว่าเราจะได้เห็นนักแสดงสักคนทางหน้าจอต้องผ่านการคัดเลือกอย่างหนัก รวมไปถึงการทีมีนักแสดงจำนวนมากในวงการได้เรียนรู้การแสดงอย่างจริงจังตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยเป็นเวลาหลายปีก่อนจะเข้าสู่สนามจริง และการไต่เต้าจากบทเล็ก ๆ กว่าจะถึงตัวนำนั้นมีส่วนให้คุณภาพการแสดงในซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่เราดูนั้นสูงขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

จริงอยู่ว่าการแสดงนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนเสมอไป และนักแสดงที่ดีหลายคนก็ไม่ได้เรียนจบด้านนี้โดยตรง แต่เช่นเดียวกับทุกอาชีพ การศึกษา การฝึกฝนอย่างจริงจัง และเก็บประสบการณ์อย่างยาวนานนั้นเป็นหนึ่งปัจจัยความสำเร็จได้มากพอกับพรสวรรค์ ถึงแม้ว่าซีรีส์เกาหลีจะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียหมดทุกเรื่อง แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งส่งผลกับมาตราฐานของนักแสดงและการแสดงที่ออกมาสู่สายตาผู้ชมและทำให้ซีรีส์และภาพยนตร์เกาหลีค่อย ๆ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ชมทั่วโลกว่าจะมอบความบันเทิงที่เต็มไปด้วยคุณภาพซึ่ง Business Proposal ถึงจะไม่ใช่ซีรีส์ดราม่าที่ส่งให้นักแสดงได้โชว์ฝีมือแบบจัดจ้าน แต่จังหวะการแสดงที่พอดีกับเคมีที่ใช่ของเรื่องก็ทำให้เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่พิสูจน์ความจริงข้อนี้ได้ดีเช่นกัน

https://youtu.be/eYaBGgFZkGM

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...