‘แมวบ้าน’ เพื่อนรักเพื่อนร้าย ที่ขึ้นแท่น ‘เอเลียนสปีชีส์’ อันดับต้น ๆ ของโลก
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 มิ.ย. 2566 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2566 เวลา 12.02 น. • The Bangkok Insight"แมวบ้าน" เพื่อนรักเพื่อนร้าย ที่ขึ้นแท่น "เอเลียนสปีชีส์" อันดับต้น ๆ ของโลก
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า #ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน ตอน แมวบ้าน เพื่อนรักเพื่อนร้าย ที่ใครจะคิดว่าจะขึ้นแท่นเอเลียนสปีชีส์อันดับต้น ๆ ของโลก ดังนี้
หลายคนที่ได้ยินแบบนี้แล้วคงตกใจไม่น้อย ว่าเจ้าแมวเหมียวสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของใครหลาย ๆ คนจะกลายเป็นสายพันธุ์สัตว์รุกรานต่างถิ่นและอยู่ในรายชื่อ 100 สายพันธุ์สัตว์ต่างถิ่นรุกรานร้ายแรงของโลก ไปได้อย่างไร?
แมวจรจัด นักฆ่าฝีมือฉกาจ
คำตอบนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะแมว โดยเฉพาะ “แมวจรจัด” คือนักฆ่าฝีมือฉกาจนั่นเอง
แมวบ้าน หรือ แมวจรจัด ( Felis catus ) เป็นสัตว์นักล่าที่ทุกคนรู้จักกันดี ในธรรมชาตินั้นความความสัมพันธ์ของนักล่าและเหยื่อ คือ นักล่าจะล่าเฉพาะตอนมันหิว แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับนักล่าตัวจิ๋วอย่างแมวที่บางครั้งล่าเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
การล่าของแมวส่งผลกระทบต่อประชากรของสัตว์เล็กเป็นวงกว้าง เป็นเหตุให้สัตว์หลายชนิดต้องสูญพันธุ์ไป แต่อันดับ 1 ในใจของพวกมันที่ถูกล่ามากที่สุดคือนก
จนหลายประเทศมีการทำวิจัยเกี่ยวกับการออกล่าของแมว กับจำนวนสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อของการล่า ขอบอกเลยว่าตัวเลขจากสถิตินั้นอาจทำให้ใครหลายคนถึงกับอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว
ฆ่าและกินสัตว์เลี้ยงลูกดวยนมและแมวกว่า 600 ล้านตัวต่อปี
วอยแจค โซลาร์ซ (Wojciech Solarz) นักชีววิทยา สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งโปแลนด์ เผยสถิติให้เห็นว่า แมวในพื้นที่เกษตรกรรมของโปแลนด์ ฆ่าและกิน “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ในพื้นที่สูงถึงกว่า 583.4 ล้านตัวต่อปี และมี “นก” ที่กำลังบินอยู่ในอากาศถูกแมวกินไปเป็นจำนวนสูงถึงประมาณ 135.7 ล้านตัวต่อปีเลยทีเดียว
ในประเทศออสเตรเลียมีการศึกษาผลกระทบของแมวที่มีต่อสัตว์พื้นถิ่นได้มีการสรุปออกมาว่า ในแต่ละวันแมวจรจัดทั่วออสเตรเลียสามารถล่านกพื้นเมืองกว่า 1 ล้านตัว และสัตว์เลื้อยคลานอีกราว 1.7 ล้านตัว
และยังมีนกอีก 37% ของสายพันธุ์นกทั้งหมดในประเทศนิวซีแลนด์ถูกคุกคามโดยแมวจรจัด เนื่องจากนกสายพันธุ์ท้องถิ่นในประเทศส่วนใหญ่เป็นนกที่หากินบนพื้นดิน ทำให้โอกาสที่จะถูกแมวล่าได้ง่ายยิ่งขึ้น
อย่าปล่อยทิ้งให้แมวกลายเป็นภาระของสังคม
แต่ในไทยยังไม่มีการศึกษาผลกระทบของแมวจรจัด หรือแมวที่เจ้าของเลี้ยงแบบปล่อย ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักว่าแมวสร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในเมืองมากน้อยเพียงใด
ดังนั้น แผนการจัดการที่หลาย ๆ ประเทศขอความร่วมมือจากประชาชน คือ ขอให้เจ้าของแมวจำกัดเวลาออกไปเล่นนอกบ้านให้น้อยลงระหว่างฤดูผสมพันธุ์ของนก หรือจำกัดให้เลี้ยงได้ไม่เกินสองตัวต่อหนึ่งครัวเรือนเท่านั้น ที่สำคัญหากนำมาเลี้ยงควรดูแลให้ดีอย่าปล่อยทิ้ง ให้กลายเป็นแมวจรจัดจนกลายเป็นภาระของสังคม
ที่มา : สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า Wildlife Conservation Office, Thailand
อ่านข่าวเพิ่มเติม