ตำรวจรวบพระเณรเดินเรี่ยรายบิณฑบาตย่านพระประแดง
(30 มิ.ย.2566) เมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.ต.เกริกชัย สุขันทอง สวป.สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระภิกษุสงฆ์เดินบิณฑบาตเรี่ยไรภายในตลาดครุในพร้อมด้วยพระสมชาติขนุติสาโร พระวัดครุนอก ไปตรวจสอบตามที่ชาวบ้านแจ้งมา พบพระพนม แซ่หงั้น ฉายาขันติสาโร อายุ 73 ปี ที่ และสามเณร หล้า พุ่มจำปา อายุ 48 ปี ที่ ได้บิณฑบาตภายในตลาดนัดครุใน
.
โดยทางพระพยอมได้มีการใช้เครื่องขยายเสียงอีกด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ พบว่าไม่มีสูติบัตรพระสงฆ์ประจำตัว มีเพียงฉายาบัตรของพระพนม ขันติสาโร โดยในฉายาบัตรระบุบวชที่วัดหนองกระถิน อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี และตรวจสอบภายในบาทพบเงินปัจจัยที่ชาวบ้านทำบุญให้จำนวนหนึ่ง โดยมีพระครูเกษมสุวรรณคุณ วัดหนองกระถินเป็นพระอุปัชฌาย์ วันที่ 10 กรกฎาคม 2565 ส่วนสามเณรไม่มีหลักฐาน
.
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงนิมนต์ทั้ง 2 รูปไปที่วัดครุใน ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อพบกับพระมหาวงศ์ เจ้าคณะตำบลบางครุและบางจาก สอบถามได้ความว่าพระกับเณร ได้ไปบวชที่วัดหนองกระถินจังหวัดสุพรรณบุรี และได้ไปจำวัดที่สำนักสงฆ์วัดเขาใหญ่ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยอ้างว่าสำนักสงฆ์เขาใหญ่จังหวัดกาญจนบุรี ลำบากไม่มีน้ำไม่มีไฟอยู่บนภูเขาเลยต้องออกมาบิณฑบาตเพื่อหาอาหารและประจุปัจจัย
.
แต่ทางเจ้าคณะตำบลพระมหาวงศ์ ได้แจ้งพระสงฆ์และเณรทั้ง 2 รูปว่าการบิณฑบาตแบบนี้ไม่เหมาะสมเพราะเกินเวลาที่พระจะเดินบิณฑบาตแล้ว ลักษณะดังกล่าวเหมือนการเดินเรี่ยไร และการออกนอกพื้นที่เขตที่ตนแจ้งประจำวัดอยู่นั้นต้องได้รับขออนุญาตจากพระชั้นผู้ใหญ่หรือพระปกครองในพื้นที่ก่อน และทำการตรวจสอบสูติบัตรเอกสารประจำตัวพระสงฆ์ก็ไม่พบ จึงเป็นการแน่ใจว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีเจตนาหรือพระสงฆ์ที่จะเดินเรี่ยไร เป็นการทำให้พระสงฆ์หรือพุทธศาสนาได้รับความเสื่อมเสีย
.
ทางด้านพระมหาวงศ์เจ้าคณะตำบลบางครุและบางจาก ถึงได้โทรศัพท์ไปที่วัดหนองกระถินหรือวัดต้นสังกัดของพระสงฆ์พระสามเณรทั้ง 2 รูป เพื่อแจ้งพฤติกรรมให้ทราบและทำการลาสิกขาบทหรือทำการสึกพระและสามเณรทั้งคู่ โดยทั้งคู่ยินยอมให้ทำการสึก ทางตำรวจได้เช็คข้อมูลก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ จับได้ในพื้นที่บางพลี จากนั้นทางเจ้าคณะตำบลได้เทศน์และเตือนให้ทั้งคู่อย่าไปทำพฤติกรรมแบบนี้อีก
.
พระพนม แซ่หงั้น ฉายาขันติสาโร อายุ 73 ปี บอกว่า ตนเองบวชที่วัดหนองกระถิน อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี แต่ไปจำพรรษาที่จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ตนเองและสามเณร เดินทางด้วยรถตู้โดยสารมาจากจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมารับบิณฑบาตในตลาดแห่งนี้ โดยอ้างว่าจะนำปัจจัยที่ได้ไป เป็นค่าใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟที่วัดในจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนที่เรื่องตลาดแห่งนี้เพราะว่าตนเองเป็นคนในพื้นที่ แต่ไปบวชที่วัดดังกล่าวเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบวชไม่แพง
.
ขณะที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ให้ข้อมูลกับทางทีมข่าวว่า พระและสามเณรชุดนี้เคยถูกตำรวจจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วหายไปพักใหญ่ก่อนจะกลับมาเดินบิณฑบาตเช่นนี้อีก โดยจะออกมาเดินเรี่ยไรและบิณฑบาตช่วงสายๆ เหมือนเคย ชาวบ้านเคยถามหาใบสุทธิบัตรของพระสงฆ์ แต่กลับอ้างว่ายังบวชไม่ครบสามพรรษาจึงไม่มีใบสุทธิบัตร ซึ่งที่ผ่านมาตนเองและคนอื่นก็ไม่ได้ใส่บาตรพระชุดนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเห็นถึงความผิดปกติ และมองว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะออกมาเดินเรี่ยไรในเวลาดังกล่าว ที่ผ่านมานอกจากพระชุดนี้แล้วยังมีพระสงฆ์ในลักษณะนี้บ่อยครั้งมาเดินเรี่ยไรและบิณฑบาต จึงอยากให้ทางสำนักงานพระพุธทศาสนาจังหวัดสมุทรปราการออกมาตรวจสอบและกวดขันวินัยสงฆ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเรียกความศรัทาให้กับชาวพุทธและมิให้มิจฉาชีพอาศัยผ้าเหลืองหากิน
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint